Support by Xenmin

Xenmin.com

สถิติเว็บไซต์

Spam Poison
website monitoring
 

ค้นหาข่าวจากระบบทั้งหมด

สุขภาพดี ชีวีสุขสันต์
รับฟัง!!ผลเสียขับถ่ายไม่เป็นเวลา เสียงสุขภาพพัง อันตรายกว่าที่คิด PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 0
เสาร์, 04 มิถุนายน 2016

การขับถ่าย เป็นหนึ่งในกิจวัตรที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะร่างกายจะได้กำจัดของเสียส่วนเกินรวมไปถึงสารพิษ สารตกค้างต่างๆ ออกไป แน่นอนว่าหากคุณมีการขับถ่ายที่ดีย่อมส่งผลให้สุขภาพคุณดีตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ละเลยกิจวัตรนี้ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายที่เป็นอันตรายมากกว่าที่คุณคิด

วันนี้เราจึง 5 ข้อเสียของการขับถ่ายไม่เป็นเวลามานำเสนอ รู้แล้วรีบเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีกัน
 

1. ท้องผูก

แน่นอนว่าการไม่ยอมถ่ายให้เป็นกิจวัตรทุกวันจะนำมาสู่อาการท้องผูกอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเมื่อเราไม่ยอมถ่ายและปล่อยให้อุจจาระอยู่ภายในลำไส้ ร่างกายก็จะดูดน้ำในอุจจาระกลับมาใช้ในร่างกายอีกครั้ง ส่งผลให้อุจจาระที่ไม่ได้ถูกถ่ายออกมาแข็งตัวมากขึ้น ทำให้ถ่ายลำบากจนกลายเป็นอาการท้องผูกในที่สุด

2. เชื้อโรคแพร่กระจาย

นอกเหนือจากน้ำที่อยู่ในอุจจาระจะถูกดูดกลับไปใช้ในร่างกายแล้ว บรรดาเชื้อโรคต่างๆ ที่เจริญเติบโตขึ้นภายในอุจจาระก็ยังจะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดอีกด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการอักเสบ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำงานหนักขึ้น ผลสุดท้ายเชื้อโรคก็จะทำให้ร่างกายของคุณอ่อนเพลีย มีอาการปวดหัว ท้องอืด ผิวหนังอักเสบ สิวขึ้น แถมยังทำให้คุณอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดง่ายอีกด้วย

3. สารพิษสะสมในร่างกาย

การขับถ่ายเป็นวิธีที่ร่างกายใช้กำจัดสารพิษ และสารเคมีต่างๆ ในร่างกายออกไปได้ แต่ถ้าหากร่างกายไม่ได้ขับถ่ายทุกวัน ก็จะทำให้สารพิษเหล่านั้นถูกดูดกลับไปสะสมอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะในกระแสเลือดหรือตามอวัยวะต่างๆ อย่างเช่น ตับ ลำไส้ใหญ่ และปัญหาที่จะตามมาก็คือสุขภาพของคุณจะเริ่มแย่ลง น้ำหนักจะขึ้น แถมถ้าจะลดน้ำหนักก็ทำได้ยาก เนื่องจากมีสารพิษในร่างกายมากเกินไปนั่นเอง

4. มีกลิ่นปากและกลิ่นตัว

การที่คุณไม่ขับถ่าย เมื่อเชื้อโรคถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดแล้ว เลือดจะไม่สะอาด เมื่อผ่านไปยังปอด ปอดก็จะฟอกเลือดและขับเชื้อโรคเหล่านี้ออกมาทางลมหายใจและผิวหนังกลายเป็นกลิ่นเหม็นรบกวนคนข้างๆ ได้

5. เสี่ยงกับโรคผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis)

เมื่อคุณไม่ขับถ่ายของเสียที่สะสมอยู่ในลำไส้ สิ่งที่ตามมาก็คือ ผนังลำไส้ในส่วนที่อ่อนแอจะเกิดการโป่งพองเนื่องจากต้องรับน้ำหนักของอุจจาระที่แข็งตัวขึ้น และเมื่อถุงที่โป่งพองในลำไส้เหล่านี้มีเชื้อโรคไปสะสมก็อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อกลายเป็นโรคผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ จนอาจทำให้เกิดเลือดออกในลำไส้ เป็นหนอง หรือลำไส้อุดตันได้

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า

 

 

 
โรคของคนชรา PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 0
เสาร์, 04 มิถุนายน 2016


โรคของคนชรา

ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : โรคของคนชรา : โดย...หมอไพร

 
      มีผู้ป่วยชาย อายุ 92 มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หอบหืด เคยปอดอักเสบ เส้นเลือดดำขาอุดตัน ต้องกินยา พ่นยาเป็นประจำ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2558 มารักษาที่คลินิก ด้วยอาการหอบ เสมหะมาก เหนื่อยมาก พ่นยาก็ไม่ทุเลา เข้าโรงพยาบาลและรักษาด้วยทางเลือก ด้วยสเต็มเซลล์ระดับลึก อาการหลายอย่างดีขึ้น แต่เสมหะยังมีมาก ขาบวม หอบไม่ยอมหาย จึงลองมารักษาด้วยแผนจีนดู
 
      ดูผลเลือดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558
 
      Fdp 5659 (ปกติ 0-500) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดและขา
 
      คริตินิน 2.24 (ปกติ 0.50-1.5) ค่าการกรองของเสียของไต
 
      อีจีเอฟอาร์ 36.54 (ปกติต้อง 90  ขึ้นไป) ค่าการทำงานของไต
 
 
      แสดงว่าผู้ป่วย นอกจากหอบหืด ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา โรคหัวใจหลอดเลือดตีบแล้ว ยังมีภาวะไตวายเรื้อรังอีกด้วย ความเสื่อมของร่างกายลามไปในหลายอวัยวะ ความซับซ้อนของโรคจึงมีมากตามไปด้วย
 
      ผู้เขียนเริ่มจับจุดจากผู้ป่วยเสมหะมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน ต้องไอเพื่อขับเสมหะออก ถึงจะกินยาลดเสมหะอย่างไร เสมหะก็ยังมาก ไอหอบหนักต้องพ่นยาตลอด หมอนหนุนต้องสูงไม่เช่นนั้นจะหายใจไม่ออก ขาและข้อเท้าทั้งสองบวมตุ่ย มีจ้ำเลือดดำๆ ลายเต็มตามขาเหนือตาตุ่มทั้งสอง ปัสสาวะมีฟองมาก
 
      ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนหลี่ตงหยวน สอนว่า หากม้ามไม่แข็งแรง จะเกิดเสมหะ ม้ามเป็นตัวก่อเสมหะ ปอดเป็นตัวเก็บเสมหะ ด้วยคำสอนนี้จึงวางจุดหนักไว้ที่ทำอย่างไรให้ม้ามแข็งแรง เป็นการตัดต้นตอของเสมหะ เปรียบเหมือนเรือรั่ว น้ำเข้าเรือ เรามัวแต่วิดน้ำออก แต่ไม่อุดรูรั่ว วิดให้เมื่อยแค่ไหน น้ำก็ไม่มีวันหมด เช่นเดียวกัน หากเราไม่บำรุงม้ามอันเป็นตัวก่อเสมหะให้แข็งแรง มัวแต่ให้ยาขับเสมหะ จะไม่มีวันขับเสมหะให้หมดได้ การบำรุงม้ามให้แข็งแรงเท่ากับหยุดต้นตอของเสมหะ ดังนั้น จึงให้ยาต้มที่บำรุงม้ามขับชื้น บวกกับยาเม็ดแก้หอบที่ปรุงขึ้นเอง มีสรรพคุณช่วยบำรุงม้าม บำรุงปอด และบำรุงไตด้วย
 
      กินยาไป 3 วัน เสมหะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาการหอบบรรเทาลง แต่ยังหอบ ปัสสาวะใสขึ้น ภรรยาดีใจมาก เพราะไม่เคยลดเสมหะได้เลยตั้งแต่รักษามา  จึงกินยาเดิมต่อ
 
      ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 อาการต่างๆ ทุเลาลงมาก ผลเลือด
 
      Fdp  5513
 
      คริตินิน 1.97
 
      อีจีเอฟอาร์ 40
 
      ยังฝังเข็มกินยาอย่างต่อเนื่อง เสมหะค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ หอบน้อยลง ไม่กลัวหนาวแล้ว พ่นยาห่างขึ้น เหนื่อยน้อยลง อั้นปัสสาวะดีขึ้น ในช่วงนี้อาการจะขึ้นๆ ลงๆ บ้างจากการกินอาหารไม่ระมัดระวัง แต่ก็ไปในทางดีขึ้นเรื่อยๆ
 
      กินยาสูตรนี้ตั้งแต่ต้นจนถึงเดือนเมษายน 2559 ทางภรรยาบอกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ไม่ได้พ่นยา นอนราบได้ ปัสสาวะปกติ อาบน้ำเอง กินข้างเองได้ เดินออกกำลังกายรอบๆ บ้านได้ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ยังไม่เข้าโรงพยาบาลเลย
 
      ผลเลือด วันที่ 7 เมษา 2559 คริตินิน 1.36 อีจีเอฟอาร์ 51
 
      ไม่น่าเชื่อว่า การเสริมให้ม้ามแข็งแรงและบำรุงปอด ไม่เพียงส่งผลดีต่อปอด หัวใจ ลดบวม ลดเสมหะ เท่านั้น ยังทำให้การทำงานของไตดีขึ้น ค่าของเสียในเลือดจากหน่วยกรองไตทำงานผิดปกติลดลงอย่างเห็นได้ชัด ค่าการทำงานของไตเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกันแม้จะยังน้อยอยู่ก็ตาม เป็นการช่วยให้ห่างไกลการฟอกไตได้มากขึ้น
 
      แม้ร่างกายจะดีขึ้น แต่การกินยาต้มยังต้องกินต่อไป เพราะค่าของเสียในไตแม้จะลดลงมามากแล้ว แต่ยังไม่ถึงระดับปกติ ค่าการทำงานของไตก็ยังสูงไม่มากนัก ร่างกายของผู้ป่วยยังอ่อนแอมาก อายุมาก จึงยังจำเป็นต้องดูแลอย่างดีต่อเนื่องไปเรื่อย
 
เทรนด์สีใหม่เพื่อการแต่งบ้านแห่งปี 2016 PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
พุธ, 18 พฤษภาคม 2016

เป็นประจำทุกปีที่จะมีการกำหนดเทรนด์สีประจำปีนั้นๆ เพื่อเป็นแนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่างๆ ทั้งงานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน แฟชั่น ไปจนถึงงานดนตรี ซึ่งปี 2016 นี้ ‘สีเหลือง โมนาร์ช โกลด์’ (Monarch Gold) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสีแห่งปี ภายใต้แนวคิด Looking both ways

เนื่องจากเป็นสีที่แสดงถึงแนวคิดการผสมผสานสิ่งที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน ความสว่างของสีสามารถดึงดูดความสนใจได้ดี อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ร่วมกับโทนสีอื่นๆ ได้อย่างกลมกลืน สีเหลือง โมนาร์ช โกลด์ มักพบเห็นได้บนภาพเขียนเก่าแก่ของศิลปินระดับตำนานและศิลปินยุคใหม่ ซึ่งเปรียบได้กับการเชื่อมโยงกันระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต นอกจากเป็นสีแห่งปีแล้ว เรายังมีเทรนด์สีหลัก 4 สี ภายใต้แนวคิดเดียวกันมาฝาก รับรองพลังแห่งสีสันจะช่วยปลุกแรงบันดาลใจในงานดีไซน์ให้ลุกโชนขึ้นได้แน่นอน

1. เฮอริเทจ แอนด์ ฟิวเจอร์ (Heritage & Future)

เฮอริเทจ แอนด์ ฟิวเจอร์ (Heritage & Future) เป็นเทรนด์ที่สะท้อนถึงพื้นฐานของตัวตน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอดีต เพื่อสร้างความมั่นใจในการก้าวไปข้างหน้า ภายใต้แนวคิด ‘การมองย้อนไปในอดีตนั้น ช่วยให้เราออกแบบอนาคตได้’ พาเลตต์ในเทรนด์นี้ประกอบด้วย ‘สีแดง’ ตัวแทนของความร่าเริงสดใส ให้ความรู้สึกถึงการก้าวไปสู่อนาคต

1. 50YR 47/057
2. 60YR 31/368
3. 50YR 65/056
4. 20YY 38/225
5. 70YR 31/135
6. 50YR 16/127
7. 10YR 21/436
8. 10YR 27/323
9. 18YR 05/072
10. 80YR 83/035

2. เวิร์ด แอนด์ พิคเจอร์ (Words & Pictures)

เวิร์ด แอนด์ พิคเจอร์ (Words & Pictures) เป็นการนำตัวอักษรและภาพมาใช้ในงานตกแต่งภายใน และงานสถาปัตยกรรมในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันรูปภาพ และตัวอักษรต่างๆ ในโลกโซเชียลมีเดียถือเป็นแรงผลักดันหลายๆ ด้าน เทรนด์สีนี้จึงเกิดขึ้นมาภายใต้แนวคิด ‘พลังที่ถูกค้นพบใหม่จากภาพกราฟิกและข้อความ’ สีในพาเลตต์นี้ ประกอบด้วย ‘สีน้ำเงินบลูอิงค์’ และ ‘สีเทาแกรไฟต์’ ถอดแบบมาจากการตีความสีของสมาร์ทโฟน และฟิลเตอร์บนโซเชียลมีเดีย

1. 70BG 56/061
2. 70YY 57/98
3. 00NN 83/000
4. 50GG 63/042
5. 70BB 15/0081
6. 30RR 22/031
7. 90BG 42/106
8. 40YY 67/196

3. ดาร์ก แอนด์ ไลท์ (Dark & Light)

หนึ่งในเทรนด์ที่สำคัญในปี 2016 คือการให้ความสำคัญกับความมืด ภายใต้แนวคิด ‘เราชื่นชอบแสงสว่างตลอดมา แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า เรายังต้องการความมืดเพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์’ ซึ่งหมายถึงความมืดจำเป็นต่อการพักผ่อน และส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตกลางคืน พาเลตต์สีเทรนด์นี้คือ Golden Hours สื่อถึงท้องฟ้าสีทองในช่วงฟ้าสาง และพระอาทิตย์ตกดินยามเย็น

1. 18YR 05/072
2. 46RB 06/074
3. 90BG 08/075
4. 50GG 05/063
5. 45YY 11/200
6. 10YY 23/261
7. 30BB 05/022
8. 50BB 08/171
9. 30BG 72/017
10. 70BB 15/081

4. เดอะกริด แอนด์ เลตติงโก (The Grid & Letting Go)

ปัจจุบันผู้คนต่างใช้ชีวิตนอกกรอบเพื่อค้นหาตัวเองมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ไม่สามารถใช้ชีวิตที่ตัดขาดกับโลกภายนอกได้ ภายใต้แนวคิด ‘ไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง ปรารถนาอิสรภาพภายใต้ขอบเขต’ ดังนั้นพาเลตต์สีจึงออกมาสดใส และมีความสนุกสนาน แต่ยังคงพื้นหลังไว้ด้วยลายตารางสีขาว-ดำ

1. 30BB 05/022
2. 60YY 55/504
3. 50YR 32/460
4. 10BB 83/017
5. 30YY 56/060
6. 90BG 42/106
7. 70YR 56/190
8. 30YY 41/700
9. 53RB 76/067
10. 30BG 43/163

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

 

 

 

 

 
5 อาหารที่ไม่'ดี'อย่างที่คุณคิด ส่งผลเสียร่ายกาย ทำลายสุขภาพ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
พุธ, 18 พฤษภาคม 2016

ในเมนูอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายชนิด ไม่ได้แต่เพียงเมนูที่มีประโยชน์ต่อรต่างกายเท่านั้น แต่ยังมีเมนูที่ดูเหมือนจะให้ผลดีแต่กลับส่งผลเสียมายิ่งกว่า ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นไปอ่านกันได้เลย

1. ซีเรียลรสธรรมชาติ

ซีเรียลเป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนลดน้ำหนักนิยมทานกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือกซีเรียลมาทานเป็นอาหารเช้า คุณควรอ่านฉลากโภชนาการให้ดีเสียก่อน โดยสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคของออสเตรเลีย พบว่าในซีเรียล 100 กรัมกลับมีน้ำตาลถึง 29.9 กรัม ซึ่งปริมาณดังกล่าวน้อยกว่าช็อกโกแลตแท่งโตแค่ 1.1 กรัม



2. เครื่องดื่มเกลือแร่

เครื่องดื่มเกลือแร่ไม่ได้เหมาะกับการออกกำลังกายทุกประเภท เครื่องดื่มชนิดนี้จะให้ผลดีต่อเมื่อคุณวิ่งมาราธอนเท่านั้น ซึ่งเมื่อคุณดื่มหลังออกกำลังกายจากกิจกรรมเล็กๆ แล้ว อาจจะทำให้รู้สึกสดชื่นแต่ไม่ได้มีผลดีอย่างที่คิด เนื่องจากในเครื่องดื่มมีทั้งน้ำตาล เกลือ และสารแต่งสีเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ดังนั้น การดื่มน้ำเปล่าจึงให้ผลดีมากกว่า

3. ชาเขียวพร้อมดื่ม

ในชาเขียวแบบธรรมชาติ มีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายหลากหลายด้าน แต่ไม่ได้รวมถึงชาเขียวแบบขวด ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์น้อยแต่กลับมีน้ำตาลสูง โดยชาเขียวรสต้นตำรับบางยี่ห้ออาจมีน้ำตาลถึง 5% ซึ่งนั่นส่งผลเสียให้กับร่างกายมากกว่าผลดี

4. แฮม เบคอน ไส้กรอก ที่ “ไม่ใส่สารกันบูด”

ถึงแม้ว่าคุณจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาหารด้วยการเลือก แฮม เบคอน ไส้กรอก ที่ไม่มีสารกันบูด แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะดีต่อสุขภาพคุณ 100 % โดยคณะสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยังยืนยันด้วยว่า คนที่ชบอทานพวกเบคอนหรือเนื้อสัตว์กระป๋องทุกวันอายุจะสั้นลงถึง 20%

5. เอนเนอจี้บาร์

หลายคนอาจคิดว่า Energy Bar ช่วยเพิ่มปริมาณสังกะสีในตัวคุณ ทำให้คุณรู้สึกเฟรชพร้อมลุยงานต่อได้ แต่ความจริงแล้วที่คุณสดชื่นขึ้นเป็นเพราะส่วนผสมอย่าง น้ำตาล ต่างหากแม้ว่าเขาจะระบุไว้ว่าน้ำตาลน้อย แต่อย่าลืมว่ากลูโคส เดกโทรส ฟรุคโทส น้ำอ้อย น้ำเชื่อมข้าวโพด พวกนี้ล้วนแต่เป็นน้ำตาลทั้งสิ้น

 

 

 


 
ไม่อยากเตะฝุ่น…อ่านด่วน 7 ทักษะ บัณฑิตใหม่ต้องมี! PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
พุธ, 18 พฤษภาคม 2016

หลายมหาวิทยาลัยกำลังมีงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประทานปริญญาบัตร เตรียมส่งออกนิสิตนักศึกษาจบใหม่หลักพันหลักหมื่นสู่ตลาดงาน ไหนจะคนที่เรียนจบมาได้สักพักแต่ยังเตะฝุ่นที่รอเข้าตลาดงาน การแข่งขันที่สูงลิบเราจะเข้าวินได้อย่างไร ติดตามได้จากงานวิจัย “ช่องว่างทักษะที่สำคัญในโลกการทำงาน” (Career Readiness-Skill Gap Research) เพื่อค้นหาคุณลักษณะที่นิสิต นักศึกษาจบใหม่ยังขาด และเป็นสิ่งที่บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ต้องการ จัดทำโดยจ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ และแคเรียร์วีซ่า

 

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ หัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม กล่าวว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประจำเดือนมกราคม ปี 2559 พบสภาวะการแข่งขันของตลาดแรงงานค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราผู้ว่างงานกว่า 350,000 คน ขณะที่แต่ละปีจะมีบัณฑิตจบใหม่อีกกว่า 400,000 คน จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทำให้บัณฑิตที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถเป็นที่ยอมรับจากบริษัทต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อค้นหาคุณลักษณะที่นิสิต นักศึกษาพึงมีให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้นั้น เราจึงทำการศึกษาวิจัยจากกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นนิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรีจากทั่วประเทศในหัวข้อดังกล่าว เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจสามารถสรุปออกมาเป็น 7 ทักษะที่ทางภาครัฐและสถานศึกษาควรหันมาให้ความสนใจ แนะนำให้กับนิสิต นักศึกษา ดังนี้

1.มองทุกอย่างคือการเรียนรู้ โดยต้องมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในงานด้วยความทะเยอทะยานที่จะเติบโตและสร้างสรรค์ผลงาน

 

2.ทำได้ทุกบทบาท โดยต้องสามารถเป็นได้ทั้งผู้นำ ผู้ตาม และผู้ช่วย ในทุกสถานการณ์ และสามารถเรียนรู้งานอย่างรอบด้านได้รวดเร็ว พร้อมที่จะทำงานที่ท้าทายโดยมองประโยชน์ของทีมและองค์กรมากกว่าประโยชน์ของตนเอง

 

3.คิดเองได้ทำเองเป็น เพราะความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทักษะของพนักงาน ต้องสามารถคิดและทำได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง และเมื่อพบอุปสรรคก็ต้องสามารถเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นโดยการค้นคว้าด้วยตัวเองได้

 

4.แสดงออกถึงความอยากสำเร็จ โดยต้องมีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานที่จะทำงานให้สำเร็จ และได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งไว้ สามารถจูงใจตนเองเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลงานที่ดีออกมาได้ และค้นหาปัจจัยแห่งความสำเร็จผ่านการเรียนรู้จากความล้มเหลว

 

5.ประยุกต์ได้ โดยต้องมีทักษะในการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษาเข้าสู่การทำงาน เข้าใจถึงลักษณะงาน สามารถตีโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ โดยสามารถเข้าใจได้ว่าปัจจัยหนึ่งจะส่งผลต่ออีกปัจจัยหนึ่งได้อย่างไร นำไปสู่ความสามารถในการแก้ปัญหาจากภาพรวมได้

 

6.มืออาชีพ โดยต้องมีคุณสมบัติของการทำงานแบบมืออาชีพ คือมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี มีความตรงต่อเวลา รักษามารยาทในการทำงานอยู่เสมอ และมีความอดทนอดกลั้น สามารถแยกแยะเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานออกได้ มุ่งเน้นผลลัพธ์ของการทำงาน และ

 

7.สื่อสารโดนใจ โดยต้องมีความสามารถในการสื่อสารที่เป็นระบบ รู้จักการลำดับความสำคัญในการสื่อสารให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ในทันที สามารถโน้มน้าวผู้รับสารให้คล้อยตามได้ และมีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สาม

“จากผลสำรวจยังพบว่า นิสิต นักศึกษากว่าร้อยละ 86 ยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและพร้อมที่จะพัฒนาภายใต้การชี้แนะจากผู้มีประสบการณ์ ฉะนั้น ทางภาครัฐและสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย ควรมีนโยบายในการพัฒนา 7 ทักษะดังกล่าวให้กับนิสิต นักศึกษา โดยอาจสอดแทรกลงในบทเรียน หรือเป็นการแนะแนวนอกเวลาเรียนเพื่อให้เป็นทักษะติดตัวที่นอกเหนือจากวิชาเรียนปกติ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดแรงงานต่อไป” นางสาวแสงเดือนกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

 

 
“ใบบัวบก” มากกว่าแก้ช้ำรัก PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
พุธ, 18 พฤษภาคม 2016

วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 16:44 น.
จำนวนคนอ่านล่าสุด 2113 คน

เดินตลาดห้วงเวลานี้มองไปตรงไหนก็เห็นแต่ “น้ำใบบัวบก” แช่ถังน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ ขวดละ 10 บาท

 

เคยสงสัยกันมั้ยว่า คนอกหักทำไมต้องไล่ให้ไปกินน้ำใบบัวบก?

 

คนเฒ่าคนแก่เล่าว่าเนื่องจากใบบัวบกมีฤทธิ์ขับของเสียออกจากร่างกาย อย่างบรรดานักเลงเมื่อก่อนที่ถูกตีพ่ายกลับมา จะให้เอาใบบัวบกมาขยี้เอาน้ำ ละลายน้ำตาลทรายแดงสักหน่อย-ดื่ม จะช่วยดึงเลือดเสียที่คั่งค้างอยู่ออกไป

 

แต่ดื่มบ่อยๆ ดื่มมากไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้ไตต้องทำงานหนัก และด้วยความที่เป็น “ยาเย็น” จะมีผลให้เกิดอาการชาตามแขนขาได้

 

ขณะที่แพทย์สมัยใหม่ว่า ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยสมานแผลจึงนำไปปรุงเป็นครีมรักษาสิว ประเด็นนี้ใครสนใจจะทำเองก็ได้ แค่เอาใบบัวบก 3-5 ใบมาตำพอกสักพักแล้วล้างออก

 

จริงๆ ใบบัวบกมีประโยชน์อีกร้อยแปดพันประการ เหมาะกับคนทุกวัย อย่างผู้สูงอายุใบบัวบกก็ช่วยในเรื่องของความจำ

 

อีกคุณค่าที่น่าสนใจคือ การเป็นสมุนไพรลดความดันโลหิตสูง เพียงแค่ดื่มน้ำใบบัวบกทุกวัน ภายใน 1 สัปดาห์ จะเห็นผลได้ทันทีว่าสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้

 

ย้ำว่า…ไม่ควรดื่มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

 
“เครื่องดื่มมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เลย์งอก” คุณประโยชน์ดีๆ ที่ผู้ใหญ่อย่างคุณก็ดื่มได้ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
อังคาร, 17 พฤษภาคม 2016

รู้จักข้าวบาร์เลย์งอก

"ข้าวบาร์เลย์" เป็นธัญพืชที่จัดอยู่ในตระกูล ข้าว ข้าวโพด และข้าวสาลี มีรูปร่างลักษณะเป็นเมล็ดกลมรี ปลายเป็นร่อง มีขนาดเล็กกว่าลูกเดือยแต่มีขนาดใหญ่กว่าข้าวสาลี จัดเป็นธัญพืชโฮลเกรนที่มีคุณค่าโภชนาการสูง มีส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเมล็ด (Bran) จมูกข้าว (Germ) และเนื้อเมล็ด (Endosperm) เป็นอาหารสุขภาพที่มีชื่อเสียงในหมู่คนรักสุขภาพ

เมื่อนำเมล็ดของข้าวบาร์เลย์มาทำให้งอกรากโดยการให้ความชุ่มชื้นและควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ก็จะกลายเป็น “ข้าวบาร์เลย์งอก” (Germinated Barley / Sprouted Barley) ซึ่งภายในเมล็ดจะมีเอนไซม์อะไมเลสที่เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลมอลโตสและกลูโคส เพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้เมล็ดเติบโตกลายเป็นต้นกล้าต่อไป จึงเป็นแหล่งสะสมสารอาหารชั้นดีเอาไว้มากมาย ในจำนวนนั้นเป็นสารอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กวัยกำลังโต เช่น โปรตีนซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย หรือ ธาตุเหล็กและโคลีนที่มีส่วนช่วยให้สติปัญญาดี มีสมาธิในการเรียน

เด็กดื่มได้ผู้ใหญ่ดื่มดี...ดีทั้งครอบครัว

นอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ แล้ว คุณค่าของเครื่องดื่มจากข้าวบาร์เลย์งอกยังมีประโยชน์อีกมากมายที่เหมาะสมกับผู้ใหญ่เช่นกัน ซึ่งสารอาหารจำเป็นในข้าวบาร์เลย์งอกสำหรับผู้ใหญ่ ได้แก่

วิตามินบี 1 และ 6 ในข้าวบาร์เลย์งอก ช่วยดูแลการทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ

ใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ (เบต้ากลูแคน) ในข้าวบาร์เลย์งอก ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดโคเลสเตอรอลในเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ในข้าวบาร์เลย์งอก ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน

ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ในข้าวบาร์เลย์งอก ช่วยลดอาการท้องผูก เพราะเพิ่มปริมาณกากอาหารในลำไส้ใหญ่ทำให้ขับถ่ายง่ายขึ้น

สังกะสีและซีลิเนียม ในข้าวบาร์เลย์งอก ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสื่อมของร่างกาย

กาบา (GABA) ในข้าวบาร์เลย์งอก ช่วยให้นอนหลับสบาย สมองผ่อนคลาย

ปัจจุบันมีการนำข้าวบาร์เลย์งอกมาสกัดเป็นมอลต์ เพื่อทำเป็นเครื่องดื่มมอลต์รสช็อกโกแลตที่ดื่มง่าย มีประโยชน์จากข้าวบาร์เลย์งอก จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใกล้ตัว สะดวก และประหยัด เรียกได้ว่าเหมาะเป็นเครื่องดื่มสุขภาพที่นอกจากเด็กๆ ดื่มได้แล้ว ผู้ใหญ่วัยทำงานอย่างพวกเราก็ดื่มง่าย จนเหมาะจะเป็นเครื่องดื่มสำหรับมีไว้ติดบ้าน เพื่อทุกคนในครอบครัว

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ

 

 
ร่วมมือร่วมใจลดภัยโลกร้อน PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
อังคาร, 17 พฤษภาคม 2016

ไลฟ์สไตล์ : ร่วมมือร่วมใจลดภัยโลกร้อน

 
      สืบเนื่องจากป่าต้นน้ำถูกทำลาย ปัญหาภัยแล้งจึงตามมาและทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ เห็นได้ชัดเจนจากเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมารัฐบาลรณรงค์ลดการเล่นสาดน้ำเนื่องมาจากขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่นั่นเอง ด้วยเล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว กองทุนเมย์เดย์ แชริตี้ จึงร่วมมือกับกองทุนพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงวิมลฉัตร 84 ชันษา จัดงานการกุศล “เมย์เดย์! 2559 ร้อน” เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการดำเนินงานของกองกำลังรุ่งริ่ง ผ่านสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า ทั่วประเทศ โดยจัดแถลงข่าวไปแล้วเมื่อบ่ายวันก่อน บริเวณลานวอเตอร์ การ์เด้นท์ ชั้น 5 ดิ เอ็มควอเทียร์
 
      “คุณอาร์ต” ม.ล.อภิชิต วุฒิชัย ประธานกองทุนเมย์เดย์ แชริตี้ กล่าวถึงที่มาของการจัดงานครั้งนี้ว่า เริ่มต้นจากการเขียนบทความเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง แล้วมีคนนำไปแชร์ต่อกันทำให้รู้ว่ามีคนจำนวนมากที่สนใจเกี่ยวกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดไม่อยู่ จึงเริ่มค้นหาข้อมูลด้านนี้พบว่าสถานการณ์ตอนนี้ทุกที่แห้งแล้งมาก ในขณะที่น่านลุ่มน้ำป่าสักที่มีข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุด พื้นที่ 8 แสนไร่น่าเป็นห่วง จนเกิดเป็นคำถามกับตัวเองว่าถ้าต้นน้ำเป็นแบบนี้ต้องเผญิชความแห้งแล้งแล้วลูกหลานเราจะอยู่ต่อไปอย่างไร และทำอย่างไรปัญหาเหล่านี้ถึงจะหมดไป จึงต้องลุกมาทำอะไรสักอย่างให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปให้ได้ จึงมีความคิดต่อไปว่าพื้นที่ปลายน้ำจะอยู่รอดได้ด้วยป่าต้นน้ำ จึงต้องหันมาร่วมกันปลูกป่าต้นน้ำและคืนความสมดุลให้แก่ธรรมชาติ โดยมุ่งหวังจะเอาแผ่นดิน ผืนป่า ผืนน้ำ กลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
      ด้าน “อ.ยักษ์” วิวัฒน์ ศัลยกำจร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และประธานสถาบันสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์ของพระราชาไปแก้ไขปัญหาส่วนรวม กล่าวว่า การแก้ปัญหานี้เป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำมาตลอด 40 กว่าปีจนกระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้วรัฐบาลชุดที่แล้วเข้าเฝ้าขอพระราชทานคำแนะนำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงให้ดูแผนที่ลุ่มน้ำป่าสักซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่ จ.น่าน ไล่ลงมาจนถึงอยุธยา รวม 7 จังหวัด พื้นที่กว่า 10 ล้านไร่เป็นป่ารูปตัวแอลแต่ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ป่าเหลืออยู่แล้วจึงเป็นพื้นที่ที่จัดการยากที่สุด จึงมีความคิดที่จะเข้ามาช่วยจัดการ พร้อมชักชวนลูกศิษย์ที่มีความศรัทธามาช่วยกันจัดการดินและน้ำเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน เรียกว่าทฤษฎีใหม่ โดยเริ่มจากพื้นที่ของตัวเอง 40 ไร่ ทำมา 27 ปีพิสูจน์ให้เห็นว่าอุณหภูมิเย็นลง 10 องศา พื้นที่ไม่แล้งมีน้ำใช้ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ยังเปิดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจไปกว่า 3-4 แสนคน ทั้งยังชักชวนกันหมุนเวียนไปลงมือทำในพื้นที่ต่างๆ ตอนนี้ขยายตัวไป 1,600 กว่าจุดทั่วประเทศในเวลา 3 ปี โดยใช้ชื่อว่ากองกำลังรุ่งริ่ง
 
      ขณะที่ “กบ” อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ให้ข้อมูลว่า งานการกุศลครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม บริเวณลาน วอเตอร์ การ์เด้นท์ ชั้น 5 ดิ เอ็มควอเทียร์ ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ตลาดนัดที่ผสมผสานด้วยร้านค้าของคนไทยทุกกลุ่ม พร้อมด้วยฟรีคอนเสิร์ต และงานประมูลสินค้า ข้าวของเครื่องใช้จากคนดังในสังคม โดยเงินรายได้จากการจัดงาน จะนําไปสนับสนุนการดําเนินงานของสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและมูลนิธิกสิกรรม ธรรมชาติที่ทํางานกับประชาชนในพื้นที่ โดยเริ่มจากพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก และสิ่งสําคัญที่สุดคือการรับสมัคร “เมย์เดย์ ซิตี้เซ่น” อาสาสมัครที่มีใจพร้อมด้วยพละกําลังไปช่วยลงแรงทํางานในพื้นที่ร่วมกับกับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 27 - 39 จาก 56

RSS Feed by Kalasinnews.com

Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.comSocial Media Links to Kalasinnews.com