Support by Xenmin

Xenmin.com

สถิติเว็บไซต์

Spam Poison
website monitoring
 

ค้นหาข่าวจากระบบทั้งหมด

อึ๋มก็กลุ้ม-ไม่อึ๋มก็กลุ้ม 'ตัดเต้า-เสริมเต้า' กังวลกาย 'ป่วนจิต!' PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 0
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 07 เมษายน 2008

อึ๋มก็กลุ้ม-ไม่อึ๋มก็กลุ้ม 'ตัดเต้า-เสริมเต้า' กังวลกาย 'ป่วนจิต!'

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์

เป็นประเด็นต่อเนื่องจากกรณี “ชายใจหญิงตัดอัณฑะ” ที่ก็ฮือฮาไม่น้อย...สำหรับกรณี “หญิงใจชายตัดเต้า” แต่จริง ๆ แล้วกรณีหลังนี่ก็มิใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเกิดในช่วงนี้ กรณีนี้เกิดมานานระยะหนึ่งแล้ว

“ตัดเต้า” ก็เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ “ไม่พอใจเต้า”

ไม่แน่ว่าต่อไปอาจเป็นเรื่องธรรมดาเหมือน “เสริมเต้า”

“เสริมเต้า” และ “ตัดเต้า” ผิวเผินอาจจะเป็นเรื่องทางกาย ของหญิงใจหญิงที่ไม่พอใจในความไม่อึ๋มของตนเอง และของหญิงใจชายที่รู้สึกรับไม่ได้ที่ตัวเองอึ๋ม แต่เรื่องนี้ลึก ๆ แล้ว “เกี่ยวกับจิต” ด้วย !!

กับกรณีเสริมเต้านั้น ก่อนหน้านี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เคยสะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ไว้ ประมาณว่า... เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่มีความละเอียดอ่อนทางสรีระมากกว่าผู้ชาย เช่น สัดส่วน, น้ำหนัก และ “เต้า” ซึ่งใครที่รู้สึกว่าตนเองเป็นหรือมีไม่สมบูรณ์ก็มักจะไม่พึงใจ

“ผู้หญิงมักกล้าเจ็บตัว และกล้าลงทุนมากกว่าผู้ชาย” ...นพ.ทวีศิลป์ระบุ และยังบอกอีกว่า... คนที่หมกมุ่นกับการสร้างความสนใจ-ดึงดูดใจเพศตรงข้ามมากเกินไป หรือยึดติดกับร่างกายจนเกินพอดี ไม่ว่าหญิงหรือชาย ดีไม่ดีอาจจะส่งผลให้เกิด “อาการทางจิต” ได้ ซึ่งถึงจะไม่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นโรคจิต แต่ก็ทำให้เกิดความรู้สึก “ไม่พอใจสรีระตัวเอง” “หงุดหงิด” “วิตกจริต” จนอาจเป็นเหยื่อตุ๋น มีค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

“บางรายเสียเงินผ่าตัดมา 10-20 ครั้งก็ยังไม่พอใจ”

อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้บางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกภายใน แต่เกิดจากการ “ถูกเร้า” จากปัจจัยภายนอก เช่นจากภาพของนักร้อง, นักแสดง, นางแบบ ที่สื่อออกมา ทำให้เกิดทัศนคติ ค่านิยม รวมทั้งบุคคลรอบข้างก็มีส่วนกระตุ้นให้รู้สึกว่าสังคมยอมรับผู้หญิงที่รูปร่างดี มีส่วนโค้งส่วนเว้าดึงดูดใจ รวมถึง “อึ๋ม”

“นี่เป็นเรื่องที่สังคมควรต้องมาทำความเข้าใจร่วมกัน ต้องพยายามเปลี่ยนแปลงค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับรูปร่าง มาเป็นค่านิยมที่ชื่นชมเรื่องความสามารถจะดีกว่า” ...นพ.ทวีศิลป์ว่าไว้อย่างนี้

ขณะที่คนที่ทำงานเกี่ยวกับผู้หญิงอย่าง พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้ประสานงานโครงการสตรีของฟอรั่มเอเซีย ก็เคยสะท้อนเรื่องการ “เสริมเต้า- เสริมอึ๋ม” ของผู้หญิงไว้ว่า... เพราะการมองความสวยงามของผู้หญิงในสายตาผู้ชายไทยนั้น แทบจะมีระดับเดียวคือ... “ต้องขาว ต้องอึ๋ม ต้องเซ็กซี่ ถึงจะเป็นผู้หญิงที่ดูดี”

ผู้ชายไทยกลุ่มหนึ่งจะตั้งคำถามกับแฟนตัวเอง เช่น ทำไมเธอไม่หุ่นดีเหมือนคนนั้น ? ทำไมเธอไม่มีหน้าอกเหมือนคนนี้ ? จุดนี้มัน “กดดัน” จนทำให้เป็นภาระของผู้หญิงที่จะต้องทำตัวให้เหมือนกับคนที่ผู้ชายหรือสังคมคิดว่าคือสิ่งที่ดี จนผู้หญิงไทยจำนวนไม่น้อยยอมเสี่ยง-ยอมจ่ายแพง ๆ เพื่อปรับปรุงสรีระ-เพื่อทำอึ๋ม

“แต่ก็คงต้องยอมรับความจริงในบางด้านด้วย คือแม้ผู้ชายชอบมองผู้หญิงแต่เรื่องเพศ แต่ขณะเดียวกันผู้หญิงบางกลุ่มเองก็สนใจเรื่องเสริมความงามเพื่อดึงดูดใจในเรื่องเพศเช่นกัน” “ผู้ชายก็เป็นเหยื่อ ผู้หญิงก็เป็นเหยื่อ ทางแก้ไขคือต้องพยายามสร้างสังคมในภาพรวมให้มีกระแสทางเลือกด้านความสวยความงามมากกว่านี้ ไม่ใช่มีกระแสเดียวอย่างทุกวันนี้” ...คนทำงานด้านผู้หญิงระบุ

จาก “เสริมเต้า” เปลี่ยนฟากมาดูที่ “ตัดเต้า” ที่มีข่าวหญิงไทยใจชาย หรือ “ทอม” นิยมทำ ซึ่งเรื่องนี้มีมานานแล้ว รายที่เคยฮือฮาก็คือเมื่อเดือน ส.ค. ปี 2549 มีข่าวว่าอดีตนางงามรายหนึ่งที่ค้นพบตัวเองว่า “รักหล่อ” มากกว่ารักสวยรักงาม ตัดสินใจ “ตัดเต้าทิ้ง” แถมล่าสุดมีข่าวว่าแปลงเพศเป็นชายเลยด้วย !!

ทั้งนี้ นักจิตวิทยาชื่อดัง ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ก็เคยสะท้อนเรื่องนี้ผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” โดยบอกว่า... คนที่เป็นทอมนั้นจะเป็นกลุ่มที่ไม่ชอบที่จะมีร่างกายแบบผู้หญิง ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น เพราะฉะนั้นจึงพยายามจะทำให้ร่างกายของตัวเองไม่เหมือนผู้หญิง พยายามทำให้คล้ายผู้ชายมากที่สุด

และยิ่งกระแสสังคมไทยดำเนินมาถึงยุคที่เรียกว่าเป็น “ยุคเพศเสรี” ก็ทำให้คนกลุ่มที่มีจิตใจมิใช่ชายจริง-หญิงแท้ กล้าแสดงออก-กล้าเปลี่ยนแปลงร่างกายตัวเองกันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางคนอาจจะรู้ตัวเองมานานแล้วว่ามีจิตใจตรงข้ามกับร่างกาย แต่ที่ผ่านมานั้นยังไม่กล้าที่จะแสดงออก อาจจะเป็นเพราะมีสาเหตุหลาย ๆ อย่าง จึงต้องรอเวลา แต่ก็มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่นานแล้ว พอถึงจุดที่พร้อมก็ทำ

“ถึงจุดหนึ่งที่ทนไม่ไหว ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และมองว่าทุกอย่างก็พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การแพทย์ และสังคมที่ยอมรับมากขึ้น จึงทำอย่างที่ใจปรารถนา” ...ดร.วัลลภระบุ ซึ่งนี่ก็หมายรวมถึงการยอมเสียเงินหลักแสน หรือล่าสุดมีข่าวว่าลดลงเหลือประมาณ 5 หมื่นบาท เพื่อ “ตัดเต้า”

“ถ้ารู้สึกดีที่เอาส่วนที่เกินออกจากร่างกายได้ และไม่มีปัญหาอะไร ก็ดีไป แต่บางรายหากเกิดมีอาการทางด้านจิตใจ เกิดการลังเลสับสน ก็จะแย่” ...นักจิตวิทยาคนเดิมกล่าว ซึ่งประเด็นนี้มิใช่เฉพาะการตัดเต้า แต่ยังหมายรวมถึงการแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย ซึ่งหญิงไทยหัวใจชายจำนวนหนึ่งก็ทำ-อยากจะทำ

ว่ากันเรื่องของ “เต้า” บางคน “ไม่อึ๋มเลยกลุ้มใจ”

แต่กับบางคน “ไม่อยากอึ๋มแต่ดันอึ๋มก็เลยกลุ้ม”

ตัดสินใจเสริม-ตัดสินใจตัด “ไม่ถูก-อาจเสี่ยง”

เรื่องนี้ก็ “เกี่ยวกับจิต” คิดกันให้รอบคอบ !!.

ขอบคุณข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
< ก่อนหน้า

RSS Feed by Kalasinnews.com

Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.comSocial Media Links to Kalasinnews.com