Support by Xenmin

Xenmin.com

สถิติเว็บไซต์

Spam Poison
website monitoring
 

ค้นหาข่าวจากระบบทั้งหมด

บทความพิเศษ/ แล้งนี้....ที่เขื่อนลำปาว PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
อาทิตย์, 07 มีนาคม 2010

ย่างเข้าสู่เดือนมีนาคม สภาพอากาศในภาคอีสานเริ่มร้อนระอุ เป็นสัญญาณเตือนว่าความแห้งแล้ง กำลังมาเยือนอีกแล้วนะ แน่นอนผลกระทบที่ตามมาไม่พ้นเรื่องของภาวะภัยแล้งการขาดแคลนน้ำใช้ ภาคอีสาน ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งที่ราบสูงมี พื้นที่กว้างใหญ่ ดินเป็นดินทราย มีประชากรผู้ใช้น้ำ มากกว่าภาคอื่นๆประกอบกับพื้นที่ป่าไม้ มีน้อยและกระจัดกระจายไม่ติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาคอีสานขาดแคลนน้ำ เพราะป่าไม้ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร

 

- แม่น้ำสายหลักที่สำคัญในภาคอีสาน ได้แก่ แม่น้ำโขง อยู่ทางขอบตะวันออกของภาคมีแม่น้ำชี อยู่ทางตอนบนและมีแม่น้ำมูลอยู่ทางตอนล่างของภาค ในช่วงฤดูแล้ง แม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขามักขาดแคลนน้ำปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ จะลดลงไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ

- ปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่อง ที่หลายภาคส่วนได้พยายามร่วมกันแก้ไขตลอดมา

เขื่อนลำปาว หรืออ่างเก็บน้ำลำปาวนับว่าเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภาคอีสาน ไม่ว่าจะ

เป็นฤดูแล้งหรือฤดูฝนมักจะได้รับความสนใจ จับตามองจากหลายภาคส่วน ดังนั้นฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ เขื่อนลำปาวจะมีบทบาทอย่างไร มีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่ มีกิจกรรมใช้น้ำทำอะไรกันบ้างและกิจกรรมอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เหล่านี้คือเนื้อหาสาระที่จะนำมาบอกกล่าวเล่าเรื่องให้ผู้ที่สนใจได้ทราบกันต่อไป

ลำน้ำปาว ลำดับแรกขอให้ผู้อ่านทำความรู้จักกับลำน้ำปาว ลำปาวเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำชี มีต้นน้ำอยู่ที่หนองหาร อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี แล้วไหลลงมาทางทิศใต้เข้าเขตจังหวัดกาฬสินธุ์รวมความยาว190 กิโลเมตร แล้วไหลลงแม่น้ำชี ที่อำเภอกมลาไสยจังหวัดกาฬสินธุ์ นับว่าเป็นลำน้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงผู้คนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์

ปัญหาการเพาะปลูกในเขตลุ่มน้ำลำปาว เช่นเดียวกับปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วไปในภาคอีสานกล่าว คือขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งส่วนฤดูฝนเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงหรือฝนจะตกชุกมากจนน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมที่ราบลุ่มริมลำน้ำที่เรียกว่านาทาม ก่อให้เกิดความเสียหายประจำทุกปีราษฎรอพยพละทิ้งถิ่นฐาน ออกหารับจ้างใช้แรงงานในเมืองมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม

ดังนั้นเพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำบรรเทาอุทกภัยในลุ่มลำน้ำปาว กรมชลประทาน จึงได้เริ่มวางแผนโครงการตั้งแต่ ปี พ.ศ.2499 โดยการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ตัวเขื่อนเป็นเขื่อนดินสันเขื่อนกว้าง 8 เมตรมีความยาว 7,800 เมตร เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้สำหรับการเกษตรการอุปโภคบริโภค การป้องกันบรรเทาภัยที่เกิดจากน้ำและการใช้น้ำอื่น ๆ อีกด้วย เริ่มลงมือก่อสร้างเขื่อนลำปาว ในปี พ.ศ. 2506 และสามารถเก็บกักน้ำใช้ประโยชน์ได้ในปี พ.ศ. 2511 จนถึงปัจจุบันเขื่อนลำปาว ผ่านการใช้งานมาแล้ว 46 ปี มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว

สภาพน้ำของอ่างเก็บน้ำลำปาว เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน ปี 2552

ในเดือนตุลาคม 2552 อ่างเก็บน้ำลำปาวมีปริมาณน้ำเก็บกัก 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ คิดเป็น 91 เปอร์เซ็นต์ของความจุ (1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร) นับว่ามีปริมาณน้ำมากกว่าเขื่อนใน ภาคอีสานหลาย ๆ แห่ง

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำลำปาว อยู่ระหว่างการส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวนาปรัง โดยเริ่มส่งน้ำมาตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2552 ขณะนี้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 745.6 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ ( ข้อมูลวันที่ 2 มีนาคม 2553 )

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จะทำการหยุดส่งน้ำฤดูแล้งเพื่อให้เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรังโดยเริ่มลดการส่งน้ำลงจาก วันที่ 20 เมษายน 2553 เป็นต้นไป ดังนั้นจะเหลือระยะเวลาส่งน้ำให้กับการเพาะปลูกพืชนาปรังอีกประมาณ 48 วัน

ปริมาณน้ำที่ส่งเข้าคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาและคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย วันละ 4.66 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำที่ต้องระบายออกจากอ่างเก็บน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงลำน้ำปาว และแม่น้ำชีอีกวันละ 0.47 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำวันละ 6.03 ล้านลูกบาศก์เมตร

จะเห็นว่า นับจากนี้ไปจนถึงช่วงเวลาหยุดส่งน้ำฤดูแล้งให้เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเหลือเวลาส่งน้ำอีกประมาณ 48 วัน จะต้องใช้น้ำอีกประมาณ 290 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นอ่างเก็บน้ำลำปาวเมื่อถึงปลายเดือน เมษายน 2553 จะมีปริมาณน้ำเหลือในอ่างอีกประมาณ 455 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณที่เหลือนี้จะถูกนำไปใช้ในการทำนาปีต้นฤดูฝน อีกประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร (ในช่วงเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2553) กล่าวได้ว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำลำปาวขณะนี้ 745.6 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพอเพียงต่อการส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเกษตรในเขตพื้นที่ชลประทาน นอกจากนี้ยังสามารถระบายน้ำ เติมลงลำน้ำปาว และแม่น้ำชีเพื่อให้ประชาชนได้ ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อีกด้วย

 

การส่งน้ำและมูลค่าผลผลิตการเกษตร

 

เขื่อนลำปาว ทำหน้าที่เก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรกรรมเป็นหลัก ในปีหนึ่งจะทำการส่งน้ำให้เกษตรกร ทำการเกษตร 2 ครั้ง คือ การส่งน้ำฤดูฝน และการส่งน้ำฤดูแล้ง ในฤดูฝนเกษตรกรจะปลูกพืชเต็มพื้นที่ส่งน้ำในเขตชลประทานจำนวน 306,900 ไร่ และส่งน้ำในฤดูแล้งอีกประมาณ 200,000 ไร่ แต่ฤดูแล้งขณะนี้เกษตรกรทำการเพาะปลูกมากถึง 271,000 ไร่ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีเหตุจูงใจหลายประการที่ทำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกกันมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ตามปกติแล้ว ตามศักยภาพของระบบคลองส่งน้ำของโครงการฯจะสามารถส่งน้ำฤดูแล้งได้ทั่วถึงอย่างมากประมาณ 200,000 ไร่ เป็นเรื่องที่หนักหนาสากันสำหรับการส่งน้ำ ถึงอย่างไร โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการให้บริการเรื่องน้ำ จะพยายามช่วยเหลือเกษตรกร อย่างเต็มที่เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง ขอเพียงเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำได้ร่วมมือร่วมใจกัน ในการแก้ไขปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ชลประทาน เช่นในเรื่องของการช่วยกันขุดลอกตะกอนดินและวัชพืชซึ่งเป็นอุปสรรคการไหลของน้ำในคลองและในคูส่งน้ำเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นในบางพื้นที่อาจต้องจัดให้มีการหมุนเวียนใช้น้ำกันเป็นรอบเวรและการรับน้ำตามรอบเวรหมุนเวียนกันใช้น้ำกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดรอบเวร นอกจากนี้ทางโครงการฯ ยังได้การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จากสำนักชลประทานที่ 6 (จ.ขอนแก่น) ช่วยเหลือเกษตรกรที่อยู่ปลายคลอง และปลายคูส่งน้ำอีกด้วยรวม 55 เครื่อง เพื่อให้ใช้น้ำชลประทานอย่างทั่วถึง

อนึ่ง เขื่อนลำปาว ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากที่สุดในภาคอีสานมีเกษตรกรทำการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม คิดเป็นพื้นที่รวม 5,500 ไร่ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งตามนโยบายของรัฐในการที่จะให้เกษตรกรได้พัฒนาอาชีพนอกจากทำนา ให้มีความรู้ความสามารถทำการเกษตรได้หลากหลายชนิด ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำชลประทานให้เกิดผลประโยชน์มากที่สุด

มูลค่าผลผลิตการเกษตร เป็นบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โครงการฯ หลังฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง เจ้าหน้าที่จะร่วมกับเกษตรกรผู้ใช้น้ำและกลุ่มผู้ใช้น้ำทำการสำรวจข้อมูลผลผลิตที่ได้และราคาขายจากแปลงเพาะปลูก โดยการสอบถามโดยตรงจากเกษตรกรในเขตพื้นที่โครงการฯ ราคาผลผลิตเป็นไปตามฤดูกาล และสถานการณ์เศรษฐกิจ โครงการฯ ทำการ รวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานตามลำดับชั้นต่อในทุกฤดู ประมาณได้ว่ามูลค่าผลผลิตการเกษตรกรในเขตโครงการฯ รวมทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี

การปรับปรุงเขื่อนลำปาว หลายท่านคงจะทราบกันบ้างแล้วว่า เขื่อนลำปาวขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง เรียกว่าเป็นการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เขื่อนลำปาว ได้ทำหน้าที่บริการน้ำให้กับ ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มี พ.ศ. 2549 คาดว่าจะเสร็จในปี พ.ศ.2555 ดำเนินงานโดย สำนักงานก่อสร้าง 1 สำนักโครงการขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทยผ่านการใช้งานมานานมากกว่า 46 ปี เกิดการชำรุดเสียหายไปตามกาลเวลา อาคารฝายน้ำล้นตัวเดิมชำรุดเสียหายไม่เหมาะสมมีข้อจำกัด สำหรับการควบคุมการเก็บกักน้ำและระบายน้ำ เป็นที่วิตกกังวลของชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากเขื่อนลำปาว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงเขื่อนลำปาว

ลักษณะของการปรับปรุง

1. เสริมตัวเขื่อนให้หนากว่าเดิม จากเดิมสันเขื่อนกว้าง 8.00 เมตร เสริมให้กว้างอีก 6.00 เมตร ทำให้สันเขื่อนกว้าง 14.00 เมตร ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรง(เพิ่มความหนาไม่ได้เพิ่มความสูง)

2. ก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้นตัวใหม่ เพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อใช้งานแทนอาคารระบาย น้ำล้นเดิม ซึ่งมีข้อจำกัดในการควบคุมการเก็บน้ำและระบายน้ำและไม่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน อาคารระบายน้ำล้นตัวเก่าได้ทำการปรับปรุงให้เป็นระบายน้ำฉุกเฉิน ซึ่งแต่เดิมไม่มี

3. ปรับปรุงเครื่องกว้านบานระบาย ของอาคารปากคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวาละอาคารระบายน้ำลงลำน้ำเดิม

4. ปรับปรุงคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา และอาคารในคลองส่งน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งน้ำให้กับเกษตรกรได้สะดวกและมากยิ่งขึ้น

5. ปรับปรุงภูมิทัศน์และก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และคณะบุคคลในโอกาสต่าง ๆ เช่น การประชุมสัมมนาเป็นต้น

การปรับปรุงเขื่อนลำปาวครั้งนี้ ถือว่าเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่เพราะมีการปรับปรุงตัวเขื่อนพร้อมทั้งการปรับปรุงระบบส่งน้ำควบคู่ไปด้วยกัน ผลการปรับปรุงดังกล่าว จะเป็นผลดีต่อการใช้น้ำเพื่อการผลิตและการอุปโภค บริโภคของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลดีต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

ประโยชน์ที่ได้รับจากเขื่อนลำปาว มีมากมายพอสรุปได้ดังนี้

1. ส่งน้ำให้กับการปลูกพืชฤดูฝน พื้นที่ 310,000 ไร่ และฤดูแล้งอีก 200,000 ไร่
คิดเป็นมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรรวมฤดูฝนและฤดูแล้ง ประมาณ 3
,
000 ล้านบาทต่อปี
2. ช่วยบรรเทาและป้องกันภัยอันเนื่องจากน้ำ
3. อ่างเก็บน้ำลำปาวเป็นแหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคและสูบน้ำด้วยไฟฟ้ารอบขอบอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีเขตติดต่อทั้งจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดกาฬสินธุ์
4. อ่างเก็บน้ำลำปาวเป็นแหล่งขยายเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ของภาคอีสานโดยเฉพาะปลาบึก 5.เกษตรกรใช้น้ำจากคลองชลประทานทำการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกรามที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน
6. เป็นแหล่งสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยการระบายน้ำลงลำน้ำปาวและลำน้ำชี สำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ทั้งในจังหวัดกาฬสินธิ์,จังหวัดร้อยเอ็ดและ จังหวัดยโสธร
7. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดกาฬสินธุ์
โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนเดือนเมษายน ทุกปี จะมีประชาชนภายในจังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยวชมเขื่อนเล่นน้ำอย่างเนืองแน่นบริเวณหาดดอกเกด จนได้ชื่อว่าเป็นทะเลอีสาน สามารถเสริมสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย

 

สรุป อ่างเก็บน้ำปาว หรือเขื่อนลำปาวปัจจุบัน (วันที่ 2 มีนาคม 2553)มีปริมาณ 745 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็น 52 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณความต้องการใช้น้ำเพื่อกิจกรรมต่าง ๆ จนสิ้นสุดเดือนเมษายน 2553 จะต้องใช้น้ำอีกประมาณ 290 ล้านลูกบาศก์เมตร และจะต้องเตรียมปริมาณน้ำไว้สำหรับการเตรียมแปลงนาปี ช่วงต้นฤดูฝนอีกประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็น 390 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นยังคงมีปริมาณน้ำเหลืออีก 355 ล้านลูกบาศก์เมตร อนึ่งตามปกติในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ของทุกปี จะเริ่มมีฝนตกลงมาให้เกษตรกรได้เตรียมแปลงทำนาปีกันบ้างแล้ว

จากปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ปัจจุบันถือว่า มีมากเพียงพอต่อการใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูกและการอุปโภคบริโภค ในเขตโครงการฯ ตลอดจนการระบายน้ำช่วยเหลือการขาดแคลนน้ำในแม่น้ำชีอีกด้วย แต่เนื่องจากแล้งนี้เกษตรกรทำการปลูกข้าวนาปรังกันมากกว่าปกติ อาจทำให้พื้นที่นาที่อยู่ปลายคลองและคูส่งน้ำ ได้รับน้ำน้อยหรือไม่สะดวกเท่าที่ควร เรื่องนี้ขอให้เกษตรกรร่วมมือช่วยกันกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกแบ่งปั้นน้ำกัน ตามรอบเวรหมุนเวียนน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้เพื่อการรับน้ำ อย่างทั่วถึงต่อไป

 

เขื่อนลำปาว ได้ทำหน้าที่บริการน้ำเพื่อประโยชน์และความผาสุกของประชาชน ยาวนานมามากกว่า 46 ปี และจะคงทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้สมกับวิสัยทัศน์ของกรมชลประทาน ที่ว่า น้ำสมบูรณ์ สนับสนุนการผลิต เสริมสร้างคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจมั่นคง

 

 

โดย นายปูชนีย์ จำเริญศักดิ์ศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน

 

แล้งนี้...ที่เขื่อนลำปาว

คลิกอ่านฉบับสมบูรณ์ในรูปแบบ PDF ได้ที่นี่

 
< ก่อนหน้า

RSS Feed by Kalasinnews.com

Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.comSocial Media Links to Kalasinnews.com