Support by Xenmin

Xenmin.com

สถิติเว็บไซต์

Spam Poison
website monitoring
 

ค้นหาข่าวจากระบบทั้งหมด

กล้อง Canon EOS 60D PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 3
แย่มากดีมาก 
ศุกร์, 03 ธันวาคม 2010

Canon EOS 60D

 


(หากคุณเริ่มต้นหัดถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล อ่านเทคนิคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลได้ที่นี่)
แคนนอน EOS 60D ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้หลังจากที่มีข่าวลือมานาน โดยมาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ มากมาย สมกับที่แฟนๆ แคนนอนรอคอย ในรูปโฉมที่ดูสวยงาม และเล็กลงกว่ารุ่น EOS 50D เดิม วางตัวให้อยู่ระหว่าง EOS 7D และ EOS 550D ออกแบบเน้นให้ใช้งานง่าย ใช้เซ็นเซอร์ภาพ CMOS ใหม่ ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล และหน่วยประมวลผล DIGIC 4 ใหม่ ให้ภาพที่ละเอียดและถ่ายทอดสีสันได้อย่างดีเยี่ยม ความไวแสง ISO 100-6400 ขยายได้สูงสุด 12800 พร้อมมัลติคอนโทรลสำหรับควบคุมการทำงานที่ออกแบบใหม่ ช่วยให้การใช้ฟังก์ชั่นและเมนูเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ ที่โดดเด่นคือ จอมอนิเตอร์ LCD ออกแบบใหม่ และเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในกล้อง EOS คือ จอสามารถเปิดออกทางด้านข้าง และพลิกหมุนได้รอบ มีขนาด 3.0 นิ้ว ความละเอียดสูงมากถึง หนึ่งล้านพิกเซล ช่วยให้การใช้งานสะดวกทุกมุมมอง ไม่ว่าจะมุมสูง หรือมุมต่ำชนิดติดพื้น และมีช่อง HDMI สำหรับเปิดชมทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ Full HD พร้อมเสียง กับจอโทรทัศน์หรือโปรเจคเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ นับเป็นกล้องดิจิตอล SLR ระดับกลาง สำหรับนักถ่ายภาพมือสมัครเล่นกึ่งอาชีพใหม่ที่น่าสนใจมากทีเดียว

ราคา : 35,900 บาท (บอดี้)
38,900 บาท (รวมเลนส์ EF-S 18-55 มม. f/3.5-5.6 IS)

.............................................................................................................................
กล้อง EOS ในระดับเดียวกันที่ผ่านมา
กุมภาพันธ์ 2546 : Canon EOS 10D (6.3 ล้านพิกเซล)
สิงหาคม 2547 : Canon EOS 20D (8.2 ล้านพิกเซล)
กุมภาพันธ์ 2549 : Canon EOS 30D (8.2 ล้านพิกเซล)
สิงหาคม 2550 : Canon EOS 40D (10.1 ล้านพิกเซล)
สิงหาคม 2551 : Canon EOS 50D (15.1 ล้านพิกเซล)
สิงหาคม 2553 : Canon EOS 60D (18 ล้านพิกเซล)
.............................................................................................................................

Canon EOS 60D เปิดตัวพร้อมกับเลนส์ซีรีย์ L ใหม่ Canon EF 70-300 f/4-5.6L IS USM


คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจ
* เซ็นเซอร์ภาพ CMOS 18.0 ล้านพิกเซล และหน่วยประมวลผล DIGIC 4 ให้ภาพคุณภาพสูง และทำงานได้รวดเร็วทันใจ
* ช่วงความไวแสง ISO 100 - 6400 (ขยายได้สูงสุด 12800) สำหรับบันทึกภายใต้ทุกสภาพแสง ตั้งแต่แสงสว่างมาก ไปจนถึงสภาพแสงน้อยมาก
* ฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอใหม่ EOS HD Video พร้อมระบบควบคุมการทำงานแบบแมนนวลเหมือนกล้องมืออาชีพ เลือกครอปวิดีโอให้เล็กลงเหลือขนาด 640 x 480 ได้ พร้อมช่องต่อไมโครโฟนภายนอก external microphone IN terminal สำหรับงานวิดีโอที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง
* จอมอนิเตอร์ใหม่แบบ Vari-angle 3.0-inch Clear View LCD ความละเอียดสูงถึง 1,040,000 จุดแบบ VGA ปรับมุมมองและพลิกหมุนได้ พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อนแบบมัลติโค้ทใหม่ มองดูภาพได้สว่างและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
* ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วสูงสุด 5.3 ภาพๅวินาที ต่อเนื่อง 58 ภาพที่ขนาด Large/JPEGs และ 16 ภาพที่ฟอร์แมท RAW
* ช่องมองภาพ มองเห็น 96% ให้มุมมองที่กว้างขึ้น มองดูภาพได้ใหญ่และชัดเจนมากขึ้น
* ระบวัดแสงใหม่ Enhanced iFCL 63-zone แบบ Dual-layer metering system และระบบออโต้โฟกัส 9 ใหม่ โฟกัสได้รวดเร็วทันใจ พร้อมการวางเซ็นเซอร์แบบกากบาท รองรับการทำงานกับเลนส์รูรับแสง f/2.8
* ใหม่ ฟังก์ชั่นแปลงไฟล์ RAW เป็น JPEGs ในตัวกล้อง และปรับอัตราส่วนภาพแบบ 3:2
* รองรับเมมโมรี่การ์ด SD/SDHC/SDXC (รุ่น EOS 50D เดิมใช้แบบ CF)
* มีเลนส์ Canon EF และ EF-S ให้เลือกใช้มากมาย


คุณภาพอันยอดเยี่ยม
แคนนอน EOS 60D ใช้เซ็นเซอร์ภาพใหม่ขนาด APS-C แบบ CMOS ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล ด้วยไฟล์ภาพขนาดใหญ่ ทำให้การตัดส่วนภาพแล้วขยายภาพ ยังได้ภาพที่คมชัดและสวยงาม ไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพ นอกจากนี้เซ็นเซอร์ใหม่ยังมี Noise ต่ำแม้ว่าจะถ่ายภาพที่ความไวแสงสูง ภาพที่ได้ดูนุ่มนวลสวยงาม


หน่วยประมวลผลความเร็วสูง DIGIC 4 ช่วยให้การบันทึกภาพ การประมวลผล และการจัดเก็บไฟล์ภาพลงในเมมโมรี่การ์ดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ให้อัตราส่วนภาพ 3:2 มีฟังก์ชั่นโปรเซสไฟล์ RAW ในตัวกล้องเป็นไฟล์ JPEG โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ พร้อมฟิลเตอร์สร้างสรรค์ภาพแบบต่างๆ และปรับลดขนาดภาพให้เล็กลงได้ ทั้งหมดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นผลมาจากการใช้หน่วยประมวลผล DIGIC 4 Image Processor ใหม่ ซึ่งยังช่วยให้ถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความละเอียดสูงสุด 18.0 ล้านพิกเซล ได้เร็ว 5.3 เฟรม/วินาที แสดงสีได้ 14 บิต ให้ภาพที่มีการไล่โทนอย่างนุ่มนวลดูเป็นธรรมชาติ ในฟังก์ชั่น Face Detection Live mode ยังปรับปรุงเรื่องการวัดแสงและการโฟกัสให้ดียิ่งขึ้น สามารถบันทึกวิดีโอแบบ Full HD video พร้อมด้วยฟังก์ชั่น Auto Lighting Optimizer และ Lens Peripheral Optimization


ถ่ายภาพได้ดีทุกสภาพแสง
ความไวแสง ISO มีช่วงกว้าง สูงสุด ISO 12800 โดยปรับตั้งจากคัสตอมฟังก์ชั่น ช่วยให้ EOS 60D ใช้ถ่ายภาพได้ดีทุกสภาพแสง ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือภาพตอนกลางคืน และภาพในอาคารที่มีแสงน้อย ให้ภาพชัดเจน ได้รายละเอียดครบถ้วนสมจริง รวมไปถึงการถ่ายภาพโดยไม่ต้องใช้แฟลช และงานถ่ายภาพกีฬาที่จำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอรืสูงๆ หมดกังวลเรื่องภาพเบลอ หรือมี Noise จากการใช้ความไวแสงสูงๆ


บันทึกวิดีโอ "EOS HD Video"
EOS 60D ออกแบบให้บันทึกได้ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอคุณภาพสูงแบบ HD พร้อมฟังก์ชั่นการควบคุมกล้องแบบแมนนวลสมบูรณ์แบบสำหรับงานสร้างสรรค์ต่างๆ และใช้งานได้กับเลนส์ทั้ง Canon EF และ EF-S รวมไปถึงเลนส์ Macro และ Fisheye เช่นเดียวกับการถ่ายภาพนิ่ง ให้ภาพชัดลึกอย่างมีมิติและสวยงาม ถ่ายวิดีโอได้ดีแม้สภาพแสงน้อย และมีฟังก์ชั่น Movie Crop ตัดส่วนภาพให้เล็กลง ในคุณภาพระดับ SD-quality video (640 x 480)โดยไฟล์วิดีโอที่ได้เทียบเท่ากับการคุณทางยาวโฟกัสของเลนส์ 7 เท่า หากใช้เลนส์ 200 มม. เท่ากับการบันทึกวิดีโอด้วยเลนส์กำลังขยายสูง 1,400 มม. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบันทึกสิ่งที่อยู่ในระยะไกลมากๆ เช่น การแข่งขันกีฬา หรือภาพชีวิตสัตว์่ป่าในธรรมชาติ


ระบบเสียงในการบันทึกวิดีโอ สามารถปรับตั้งได้แบบออโต้ หรือแมนนวล ปรับเสียงได้ 64 ระดับ พร้อมฟิลเตอร์กรองเสียงลมจากฉากหลังที่ไม่ต้องการ ลดการเกิดน๊อยซ์ ให้เสียงที่คมชัดสมจริงเช่นเดียวกับกล้องวิดีโอระดับโปร และเพียงกดปุ่ม ควิก คอนโทรล จะแสดงภาพกราฟฟิกบนหน้าจอมอนิเตอร์ ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว รวมทั้งผู้ใช้สามารถตัดต่อวิดีโอได้จากในตัวกล้อง หรือเลือกเฉพาะบางส่วนของคลิปวิดีโอ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์

วิดีโอสามารถบันทึกที่ความละเอียดสูง 1920 x 1080 Full HD ความเร็ว 30 (29.97 fps), 24 (23.976 fps) หรือ 25.0 เฟรม/วินาที บันทึกได้ต่อเนื่อง 4GB/คลิป บันทึกในฟอร์แมท MOV และเปิดชมวิดีโอผ่านสายอินเทอร์เฟส HDMI และยังเลือกขนาดอื่นๆ ได้คือ HD 1280 x 720 (50/60 fps) หรือ SD/VGA ที่ 640 x 480 (50/60 fps) - 24/30 fps ให้ภาพที่นุ่มนวลเหมือนกับกล้องถ่ายภาพยนต์ และบันทึกวิดีโอพร้อมเสียงแบบโมโน หรือเสียงสเตอริโอเมื่อใช้กับไมโครโฟนภายนอก


จอมอนิเตอร์ LCD ขนาดใหญ่ ปรับหมุนและพลิกได้รอบ
นับเป็นครั้งแรกของกล้อง EOS ในรุ่น EOS 60D ที่นำเอาจอมอนิเตอร์ LCD แบบใหม่ความละเอียดสูง ขนาด 3.0 นิ้ว เปิดออกทางด้านข้าง และพลิกหมุนได้รอบ มองดูภาพได้ชัดเจนด้วยเทคโนโลยี Clear View LCD ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นมุมสูง หรือมุมต่ำชนิดติดพื้น

จอมอนิเตอร์ อัตราส่วน 3:2 ตรงกับไฟล์ภาพ ช่วยให้ดูภาพได้เต็มจอพอดีไม่มีขอบดำ ออกแบบเหมือน EOS 550D

ด้วยความละเอียดสูงถึง 1,040,000 (จุด/VGA) พิกเซล ให้รายละเอียดภาพที่ชัดเจน และยังเคลือบป้องกันรอยต่างๆ และใช้วัสดุโปร่งแสงชนิดพิเศษ ป้องกันแสงสะท้อน และเคลือบกันน้ำ มีความสว่างสูง มองดูภาพได้อย่างชัดเจนทั้งการเปิดชมภาพที่ถ่ายไปแล้ว การตกแต่งแก้ไขภาพ การจัดองค์ประกอบภาพใหม่ หรือการใช้ฟังก์ชั่น Live View และด้วยการออกแบบ Vari-angle Clear View LCD ช่วยให้การเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งความไวแสง โหมดวัดแสง เลือกระบบออโต้โฟกัส ฟังก์ชั่นแฟลช หรือดูระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์

ฟังก์ชั่นแสดงระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยได้มากกับงานถ่ายภาพทิวทัศน์ หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ แก้ไขปัญหาเรื่องถ่ายภาพเอียงได้เป็นอย่างดี และแสดงระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งในช่องมองภาพ และที่จอมอนิเตอร์ LCD ไม่ว่าจะเลือกดุภาพแบบใดก็สามารถใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้ รวมไปถึงงานถ่ายภาพพาโนรามา โดยการถ่ายภาพเป็นช่วงๆ แล้วนำมารวมกันเป็นภาพแนวยาวแบบพาโนรามา เมื่อตั้งกล้องในระดับน้ำได้ถูกต้อง การรวมภาพสามารถทำได้อย่างแม่นยำ


แคนนอน EOS 60D แม้ว่าจะเป็นกล้องระดับกลาง แต่ก็มีความรวดเร็วในการทำงานสูงไม่น้อยหน้ากล้องรุ่นโปร พร้อมทำงานหลังจากเปิดสวิตช์กล้องในเวลาสั้นเพียง 0.1 วินาทีเท่านั้น และมีช่วงเวลาการลั่นชัตเตอร์สั้น สามารถถ่่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 5.3 ภาพ/วินาที โดยบันทึกภาพต่อเนื่องที่ฟอร์แมท jpeg ได้ 58 ภาพ หรือ 16 ภาพที่ฟอร์แมท RAW  
ความเร็วที่คุณสัมผัสได้


มองเห็นมากขึ้น ได้ภาพที่ดีขึ้น
แคนนอน EOS 60D ออกแบบช่องมองภาพใหม่ ไม่ได้เพียงมีมุมมองที่มากขึ้นโดยแสดงภาพได้ 965m อัตราขยาย 0.95 เท่า ยังมองดูภาพได้ชัดเจนในมุมมอง 27 องศา และยังปรับชดเชยสายตาสั้นยาวได้ด้วย และแสดงข้อมูลการถ่ายภาพด้วย LCD โปร่งแสงที่ออกแบบใหม่ แสดงข้อมูลได้มากขึ้น และแสดงสถานะของแบตเตอรี่ 6 ระดับทางด้านซ้าย ส่วนสเกลแสดงค่าการวัดแสงขยายเพิ่มเป็น 3 สตอป ช่วยให้แสดงผลจากการวัดแสงได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ทั้งแบบเอียงซ้ายขวา และแนวก้มเงย 9 องศา แสดงขั้นละ 1 องศา หมดกังวลเรื่องถ่ายภาพเอียงอีกต่อไป

ระบบบันทึกภาพชาญฉลาด และระบบวัดแสงที่แม่นยำ
แคนนอน EOS 60D ใช้เซ็นเซอร์ 63 โซนแบบสองเลเยอร์ สำหรับระบบวัดแสง 9 จุดที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถคำนวณโทนสีรอบๆ จุดโฟกัส ทำให้โฟกัสได้ถูกต้องภายใต้สภาวะที่โฟกัสได้ยากลำบากเนื่องจากสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวย และระบบวัดแสงอ้างอิงจากโทนสีของวัตถุ ช่วยลดปัญหาเรื่องการโฟกัสผิดพลาด และลดปัญหาการวัดแสงผิดพลาด เมื่อเฉดสีในภาพและสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิเช่น การถ่ายภาพงานคอนเสิร์ต เป็นต้น และด้วยระบบที่ออกแบบใหม่ของ EOS 60D ไม่ว่าฉากหลังของภาพจะเป็นโทนสว่าง หรือโทนมืด ก็สามารถโฟกัสและวัดแสงได้แม่นยำไม่ผิดพลาดเหมือนที่พบในกล้องทั่วๆ ไป และยังออกแบบให้ระบบสัมพันธ์แฟลชกับความเร็วชัตเตอร์ ทำได้สูงสุด 1/250 วินาที ช่วยขยายความสามารถในการถ่ายภาพด้วยแฟลช โดยเฉพาะเมื่อต้องการถ่ายภาพกลางแจ้งและต้องการใช้รูรับแสงกว้างเพื่อผลของฉากหลังเบลอได้ดียิ่งขึ้น


Canon EOS 60D ซีลบอดี้ตามรอยต่อและปุ่มปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำได้ ใช้งาน
ได้ดีในทุกสภาวะอากาศ

เทคโนโลยีการจัดการภาพและจัดการไฟล์ RAW ในตัวกล้อง ไม่ง้อคอมพิวเตอร์
แคนนอน EOS 60D ใหม่ ช่วยให้นักถ่ายภาพทั่วๆ ไปที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เก่ง แต่อยากถ่ายภาพด้วยไฟล์ฟอร์แมท RAW สามารถจัดการไฟล์ภาพ RAW ได้จากในตัวกล้อง โดยมีฟังก์ชั่นโปรเซสไฟล์มาให้ใช้งานแล้วบันทึกเป็นไฟล์ Jpeg สำหรับนำไปอัดขยายภาพ หรือใช้งานอื่นๆ โดยไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์ (แต่การใช้งานแบบนี้อาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ควรมีแบตเตอรี่สำรอง) โดยสามารถปรับแต่งได้ 10 รูปแบบคือ ปรับเพิ่มลดความสว่าง (ภาพโอเวอร์/อันเดอร์) ปรับเปลี่ยนไวท์บาลานซ์ ปรับพิกเจอร์สไตล์ ออโต้ไลท์ติ้งออฟติไมเซอร์ ลดน๊อยซ์ เลือกคุณภาพไฟล์ Jpeg เลือกโหมดสี และปรับแก้ขอบภาพมืดจากเลนส์รุ่นต่างๆ ของแคนนอน ปรับแก้ความบิดเบือน และแก้ไขความคลาดสี รวมทั้งปรับอัตราส่วนภาพเป็น 3:2 เหมือนกับฟิล์ม 35 มม.

นอกจากนี้ เมื่อคุณบันทึกภาพด้วยแคนนอน EOS 60D คุณยังสามารถปรับแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์เอฟเฟคพิเศษแบบต่างๆสำหรับงานสร้างสรรค์ภาพที่สวยงามเหมือนกับการใช้คอมพิวเตอร์ตกแต่งภาพด้วย Photoshop เช่น การปรับภาพให้ดูซอฟท์ นุ่มนวลชวนฝัน เหมาะสำหรับภาพบุคคล สำหรับปรับแต่งภาพเป็นภาพขาวดำที่มีผลพิเศษเหมือนพิมพ์บนพื้นทราย หรือภาพเหมือนกับถ่ายจากกล้องของเล่น โดยภาพมีการบิดเบือนและสีเหลื่อม ซึ่งนิยมกันมากในการสร้างภาพแนวศิลปะ และการย่อเป็นภาพเล็กๆ ขอบๆ ภาพทั้งบนและล่างเบลอ มีสัดส่วนภาพของฉากเล็กลง เป็นต้น



บันทึกภาพด้วยเมมโมรี่การ์ดได้หลายแบบ
แคนนอน EOS 60D เปลี่ยนไปใช้เมมโมรี่การ์ดแบบยอดนิยมคือ SD, SDHC และ SDXC ซึ่งมีขนาดเล็ก ราคาไม่แพง และมีความจุสูงให้เลือกมากมาย หากเป็นรุ่น SDXC จะรองรับได้ถึง 2 TB หรือประมาณ 2,000 GB และด้วยการใช้เมมโมรี่การ์ดแบบนี้ ทำให้ตัวกล้องเล็กและเบากว่าเดิม

รองรับเลนส์ EF & EF-S
แคนนอน EOS 60D ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C จึงใช้งานได้ทั้งเลนส์ EF และ EF-S ของแคนนอน มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่เลนส์มุมกว้างพิเศษ ไปจนถึงเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ทางยาวโฟกัสสูง เลนส์แคนนอนยังออกแบบด้วยโครงสร้างเลนส์พิเศษ ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ให้ความสมบูรณ์แบบกับงานถ่ายภาพทุกชนิด ไม่ว่าต้องการเลนส์แบบไหนก็มีให้เลือกใช้งาน เช่น wide-angle, macro, super-telephoto, tilt-shift และ fisheye


การถ่ายภาพด้วยแฟลช
แคนนอน EOS 60D สัมพันธ์แฟลชที่ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/250 วินาที ระบบวัดแสงแฟลช E-TTL II ใช้ได้กับแฟลชแคนนอนตระกูล EX ทุกรุ่น โดยมีระบบแฟลชลบเงาเมื่อถ่ายภาพกลางแจ้งด้วยแสงจากดวงอาทิตย์ โดยใช้เซ็นเซอร์วัดแสง 35 โซนเหมือนกับที่ใช้ในการวัดแสงต่อเนื่อง ให้ค่าแสงที่เที่ยงตรงแม่นยำ และยังควบคุมการทำงานของแฟลชทั้งหมดได้จากเมนูที่ตัวกล้อง รองรับการใช้งานแฟลชไร้สายด้วยชุดส่งสัญญานควบคุมการทำงานแฟลชไร้สายในตัวกล้อง โดยใช้กับแฟลชตระกูล EX ช่วยให้การสร้างสรรค์ภาพด้วยแฟลชสะดวกและได้ภาพที่สวยงามมากยิ่งขึ้น



การออกแบบ

โครงสร้างบอดี้ภายนอกโดยรวมขนาดเล็กกว่า EOS 50D วัสดุที่ใช้ทำบอดี้เหมือนกับ EOS 550D การออกแบบเน้นหลักสรีระของมนุษย์ จับถือได้ถนัดและกระชับมือดีมาก น้ำหนักบอดี้ 755 กรัม รวมแบตเตอรี่และเมมโมรี่การ์ดแล้ว ถือว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไป แต่ถ้าเพิ่มแบตเตอรี่กริปรุ่น BG-E9 เข้าไป น้ำหนักจะเพิ่มอีกพอสมควร แต่สำหรับช่างภาพที่ต้องการความสะดวกคล่องตัวในการถ่ายภาพทั้งแนวตั้ง/แนวนอน และต้องถ่ายภาพจำนวนมากโดยไม่ต้องพะวงเรื่องแบตเตอรี่หมดก็มักยอมแลกกับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับแบตเตอรี่แพครุ่น LP-E6 เหมือนกับที่ใช้ในกล้อง EOS 5D Mark II และ EOS 7D หากชาร์จไฟเต็ม จะถ่ายภาพได้มากถึง 1,100 ภาพ และถ่ายวิดีโอได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง (ทดสอบตามมาตรฐาน CIPA) หากใช้แบตเตอรี่กริปที่ใส่แบตเตอรี่ 2 ก้อน นั่นหมายถึงการใช้งานจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวทีเดียว




เมื่อมองดูในช่องมองภาพพบว่าใกล้เคียงกับ EOS 50D มาก ที่แตกต่างเห็นชัดเจนคือ ส่วนของการแสดงข้อมูลวัดแสง ขีดบอกช่วงการวัดแสงขยายเพิ่มจากเดิม +/- 2 เป็น +/-3 สตอป การถ่ายภาพบางอย่างที่ต้องการให้โอเวอร์หรืออันเดอร์มากถึง 3 ส่วนการแสดงข้อมูลอื่นๆ ใช้ LCD โปร่งแสงที่ออกแบบใหม่ แสดงข้อมูลครบถ้วนทุกอย่าง ช่วยให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมองภาพไปดูที่จอ LCD อาทิ แสดงสถานะของแบตเตอรี่ 6 ระดับ ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ความไวแสง เตือนการใช้แฟลช การชดเชยแสง ล็อคความจำแสง ไวท์บาลานซ์ เป็นต้น



ช่องมองภาพของ EOS 60D มีมุมมองที่มากขึ้นโดยแสดงภาพได้ 96% อัตราขยาย 0.95 เท่า ยังมองดูภาพได้ชัดเจนในมุมมอง 27 องศา และยังปรับชดเชยสายตาสั้นยาวได้ด้วย นอกจากนี้ในช่องมองยังเลือกให้แสดงระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ทั้งแบบเอียงซ้ายขวา และแนวก้มเงย 9 องศา แสดงขั้นละ 1 องศา หมดกังวลเรื่องถ่ายภาพเอียงอีกต่อไป สำหรับจอรับภาพหรือ โฟกัสซิ่ง สกรีน มีแบบมาตรฐานรุ่น Ef-A ถอดเปลี่ยนได้เพื่อใช้กับรุ่น Ef-D: มีเส้นตาราง และรุ่น Ef-S






ทางด้านบนขวายังมีจอแสดงผล LCD ที่มีขนาดเล็กลง แต่แสดงข้อมูลได้มากขึ้นเกี่ยวกับการปรับตั้งกล้องและระบบบันทึกภาพ พร้อมสเกลวัดแสง +/- 3 สตอปเหมือนในช่องมองภาพ และขีดแสดงสถานะแบตเตอรี่ 6 ระดับ พร้อมไอคอนแสดงการใช้ระบบโฟกัสแบบแมนนวล และการใช้รีโมทคอนโทรล เหนือจอ LCD มีปุ่มเลือกโหมดออโต้โฟกัส, ระบบเลื่อนภาพ, ความไวแสง ISO และ ระบบวัดแสง ส่วนทางด้านบนซ้ายมีแป้นหมุนเลือกโหมดบันทึกภาพที่ออกแบบให้มีปุ่มกดล็อคอยู่ตรงกลาง แม้ว่าการใช้งานจะช้าลงไปบ้างจากการที่ต้องกดปุ่มปลดล็อคก่อน แต่ก็ช่วยได้มากกับการแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนโหมดโดยไม่ตั้งใจ






สิ่งที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกล้องแคนนอน EOS 60D คือ การออกแบบจอมอนิเตอร์ LCD แบบใหม่ สามารถเปิดออกทางด้านข้าง และพลิกหมุนได้รอบ ขนาด 3.0 นิ้ว อัตราส่วน 3:2 ตรงกับไฟล์ภาพ ช่วยให้ดูภาพได้เต็มจอพอดีไม่มีขอบดำ มองดูภาพได้ชัดเจนด้วยเทคโนโลยี Clear View LCD ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นมุมสูง หรือมุมต่ำชนิดติดพื้น นับเป็นครั้งแรกของกล้อง EOS ที่ใช้จอมอนิเตอร์ในรูปแบบนี้ และมีความละเอียดสูงถึง 1,040,000 (จุด/VGA) พิกเซล ให้รายละเอียดภาพที่ชัดเจน พร้อมทั้งเคลือบป้องกันรอยต่างๆ และใช้วัสดุโปร่งแสงชนิดพิเศษ ป้องกันแสงสะท้อน เคลือบกันน้ำ มีความสว่างสูง มองดูภาพได้อย่างชัดเจนทั้งการเปิดชมภาพที่ถ่ายไปแล้ว การตกแต่งแก้ไขภาพ การจัดองค์ประกอบภาพใหม่ หรือการใช้ฟังก์ชั่น Live View และด้วยการออกแบบ Vari-angle Clear View LCD ช่วยให้การเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งความไวแสง โหมดวัดแสง เลือกระบบออโต้โฟกัส ฟังก์ชั่นแฟลช หรือดูระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์



เมื่อดูทางด้านหลังกล้อง ยังพบสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกหลายอย่าง หากใครเคยใช้ EOS 7D หรือ EOS 5D Mark II จะชื่นชอบกับปุ่มแบบจอยสติ๊กใช้ปรับฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ แต่ในแคนนอน EOS 60D ไม่มีปุ่มจอยสติ๊ก แต่ไปออกแบบให้อยู่รวมกับแป้นหมุนวงกลม โดยด้านในวงกลมออกแบบเป็นปุ่มกดแบบหลายทิศทาง และมีปุ่ม SET อยู่ตรงกลาง เมื่อลองใช้งานไปสักพัก พบว่าใช้งานได้รวดเร็วดีมาก ไม่ว่าจะเลือกเมนู เลือกฟังก์ชั่น เลือกจุดโฟกัส เลื่อนดูภาพในโหมดเปิดชมภาพ และอื่นๆ ทางด้านล่างยังมีปุ่ม Unlock เพื่อยกเลิกการล็อคแป้นหมุนและปุ่มกด



เหนือขึ้นไปมีปุ่ม Q ที่ช่วยให้การเข้าถึงฟังก์ชั่นและเมนูต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ออกแบบให้อยู่ใกล้ๆ กับแป้นหมุนวงกลม จากการทดสอบพบว่าใช้งานได้รวดเร็วอย่างน่าชมเชย เพียงกดปุ่ม Q แล้วหมุนแป้นวงกลมหรือกดปุ่มหลายทิศทางที่อยู่ถัดลงไปทางด้านล่าง แล้วดูรายการที่ต้องการจากจอมอนิเตอร์ LCD จากนั้นกดปุ่ม SET ที่อยู่ตรงกลาง ใช้งานด้วยนิ้วโป้งนิ้วเดียวเท่านั้น แต่ปุ่มเปิดชมภาพกับปุ่มลบภาพอยู่ห่างเกินไปหน่อย หากอยู่ติดกันได้ การเปิดดูรูปและลบรูปจะรวดเร็วขึ้นมากทีเดียว สำหรับปุ่มบันทึกวิดีโอทางด้านบนเหมือนในรุ่น EOS 7D การใช้งานต้องหมุนเลือกโหมดการบันทึกแบบวิดีโอก่อน แล้วใช้ปุ่มนี้ในการกดบันทึกและหยุดการบันทึก และยังใช้ปุ่มนี้ในการเปิดใช้งาน Live View ดูภาพขณะถ่ายบนจอมอนิเตอร์ LCD



ทางด้านล่างมีช่องใส่แบตเตอรี่รุ่น LP-E6 เหมือนกับที่ใช้ใน EOS 5D Mark II และ EOS 7D สามารถแสดงสถานะของแบตเตอรี่เป็นเปอร์เซ็นต์ได้โดยดูข้อมูลจากเมนู




แบตเตอรี่กริป BG-E9 ใหม่ใส่แบตเตอรี่แพค LP-E6 ได้ 2 ก้อน ใช้งานได้นานขึ้นทั้งการบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอ



เมนูแสดงสถานะของแบตเตอรี่ หากใช้แบตเตอรี่กริปและใส่แบตเตอรี่ 2 ก้อน จะแสดงสถานะแยกแบตเตอรี่แต่ละก้อนได้



ทางด้านข้างมีแผ่นยางปิดช่องต่อเชื่อมภายนอก อาทิ ช่องต่อไมโครโฟนภายนอกขนาด 2.5 มม., ช่องต่อรีโมท คอนโทรล(รุ่น E3), ช่อง A/V และ USB สุดท้ายคือช่อง HDMI สำหรับเปิดชมภาพนิ่งและวิดีโอจากโทรทัศน์ขนาดใหญ่ โปรเจคเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ HDMI



แคนนอน EOS 60D ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ใช้งานได้ทั้งเลนส์ EF และ EF-S ของแคนนอน มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่เลนส์มุมกว้างพิเศษ ไปจนถึงเลนส์ซุปเปอร์ เทเลโฟโต้ทางยาวโฟกัสสูง เลนส์แคนนอนยังออกแบบด้วยโครงสร้างเลนส์พิเศษ ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ให้ความสมบูรณ์แบบกับงานถ่ายภาพทุกชนิด



Canon EOS 60D พร้อมเลนส์คิท EF-S 18-55 มม. และเลนส์เทเลซูม EF-S 55-250 มม. เมื่อใช้เลนส์ 2 ตัว ได้ทางยาวโฟกัส 18-250 มม.





สำหรับระบบแฟลช มีแฟลชในตัวกล้องแบบป๊อป-อัพ ไกด์นัมเบอร์ 13 (ISO 100, เมตร) ครอบคลุมเลนส์มุมกว้าง 17 มม. มีระยะเวลาชาร์จไฟเต็มประมาณ 3 วินาที สัมพันธ์แฟลชที่ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/250 วินาที ทำงานระบบวัดแสงแฟลชผ่านเลนส์ E-TTL II และใช้ได้กับแฟลชภายนอกของแคนนอนตระกูล EX ทุกรุ่น โดยมีระบบแฟลชลบเงาเมื่อถ่ายภาพกลางแจ้งด้วยแสงจากดวงอาทิตย์ และใช้เซ็นเซอร์วัดแสง 35 โซนเหมือนกับที่ใช้ในการวัดแสงต่อเนื่อง ให้ค่าแสงที่เที่ยงตรงแม่นยำ และยังควบคุมการทำงานของแฟลชทั้งหมดได้จากเมนูที่ตัวกล้อง นอกจากนี้แฟลชในตัวกล้องยังสามารถควบคุมแฟลชภายนอกให้ทำงานแบบไร้สายได้โดยใช้กับแฟลชตระกูล EX ช่วยให้การสร้างสรรค์ภาพด้วยแฟลชสะดวกและได้ภาพที่สวยงามมากยิ่งขึ้น



เมนู
แคนนอน EOS 60D ออกแบบจอมอนิเตอร์แบบเปิดออกทางด้านซ้ายได้ ปุ่มต่างๆ ที่อยู่ทางซ้ายเหมือนในกล้อง EOS รุ่นอื่นๆ จึงถูกย้ายมาอยู่ทางด้านขวา รวมทั้งปุ่มเมนู ซึ่งกลายเป็นเรื่องดี เพราะสามารถใช้งานได้ด้วยนิ้วโป้งจากมือขวาเพียงข้างเดียว กดปุ่มเมนู แล้วกดปุ่มหลายทิศทางเลือกเมนูที่ต้องการได้ทันที
แม้ว่า EOS 60D จะเป็นกล้องระดับกลาง แต่ก็มีเมนูต่างๆ ให้ใช้งานมากมายดุจกล้องระดับมืออาชีพ ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งเป็น 10 หน้า หากเลือกโหมดบันทึกเบสิกโซน ฟูลออโต้ และโปรแกรมสำเร็จรูปแบบต่างๆ จะเมนูให้ใช้งาน 7 หน้า เพื่อการใช้งานแบบง่ายๆ แต่ถ้าเลือกโหมดครีเอทีฟโซน คือ P/S/A/M จะเลือกใช้เมนูได้ครบทั้งหมด และยังมีเมนูสำหรับการใช้งานในโหมด Live View และเมนูสำหรับโหมดบันทึกวิดีโอ ที่แสดงให้เห็นเมื่อเลือกใช้งานในโหมดดังกล่าว






เมนูสำหรับการถ่ายภาพแบ่งออกเป็น 4 หน้า เลือกใช้งานได้หลายอย่าง เช่น เลือกขนาดไฟล์ภาพและคุณภาพ สามารถเลือกไฟล์ RAW ได้ 3 ขนาด และเลือกบันทึก RAW และ JPEG พร้อมๆ กันได้ และหากเลือกปรับชดเชยแสงจากเมนู จะปรับชดเชยแสงได้กว้าง +/- 5 สตอป และยังมีเมนูสำหรับควบคุมการทำงานของแฟลช ทั้งแฟลชในตัวกล้องและแฟลชภายนอกตระกูล EX เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เช่น โหมดแฟลช ชดเชยแสงแฟลช ระบบถ่ายภาพคร่อมแฟลช ระบบวัดแสงแฟลช และระบบแยกแฟลชแบบไร้สาย หรือระบบแมนนวลแฟลช อีกเมนูที่น่าสนใจคือ เลือกอัตราส่วนภาพแบบ 3:2, 4:3, 16:9 และ 1:1




เมนูเปิดชมภาพมีทั้งหมด 2 หน้า มีเมนูใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ เมนู Creative Filter ใช้สร้างสรรค์ภาพพิเศษจากภาพที่บันทึกไปแล้ว ใช้ได้ทั้งไฟล์ JPEG และไฟล์ RAW เลือกใช้ฟิลเตอร์ได้ 4 แบบเพื่อสร้างสรรค์ภาพพิเศษ อาทิ ภาพขาวดำ, ซอฟท์โฟกัส, ภาพเหมือนกล้องเด็กเล่น และยังมีเมนูย่อภาพให้มีขนาดเล็กลง เลือกได้ 3 ขนาดคือ S1, S2 และ S3 เพื่อความเหมาะสมในการนำภาพไปใช้งาน เช่น พิมพ์ภาพขนาดเล็ก ส่งภาพทางอีเมล์ หรือภาพประกอบเวบไซต์ โดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมย่อภาพใดๆ ให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ยังเลือกเรทติ้งได้ด้วย โดยกำหนดให้แต่ละภาพมีความสำคัญตั้งแต่ 1 จนถึง 5 ดาว








ที่น่าสนใจมากและเป็นคุณสมบัติใหม่คือ เมนู RAW Image Processing สำหรับจัดการภาพที่บันทึกด้วยฟอร์แมท RAW สามารถโปรเซสภาพได้เหมือนกับนำซอฟแวร์ Canon Digital Photo Professional มาไว้ในตัวกล้อง สามารถปรับแต่งภาพได้ตามต้องการเพื่อให้ได้ภาพที่ดีและสวยงามโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ อาทิ ปรับเพิ่มลดความสว่างกรณีถ่ายภาพมาแล้วมืดหรือสว่างเกินไป, เลือกไวท์บาลานซ์ใหม่ หรือเลือกค่าอุณหภูมิสี, เลือกพิกเจอร์ สไตล์, ปรับความสว่างของแสงอัตโนมัติ, ลด Noise เมื่อใช้ความไวแสง ISO สูงๆ, ลดขนาดไฟล์ภาพให้เล็กลง, เลือกโหมดสี, การปรับแก้อาการขอบภาพมืด, ปรับแก้ความบิดเบือนของภาพ และลดความคลาดสี เป็นต้น โดยภาพที่ปรับแต่งเรียบร้อยแล้วจะถูกบันทึกเป็นไฟล์ JPEG ตามขนาดที่กำหนดเอาไว้พร้อมที่จะนำไปใช้งานต่างๆ ได้ทันที และยังได้ชมภาพที่สวยงามตามที่ต้องการจากจอมอนิเตอร์ LCD และแบ่งปันให้เพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ ได้ชื่นชมผลงานของคุณได้ทันที





เมนูปรับแต่งการทำงาน มีทั้งหมด 3 หน้า สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ใน EOS 60D คือ Eye-fi settings สำหรับการใช้งานร่วมกับเมมโมรี่การ์ด Eye-fi ช่วยให้คุณสามารถส่งภาพจากกล้องแบบไร้สายผ่านเครือข่ายแลนไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ทันที โดยเมนูนี้จะแสดงให้เห็นเมื่อนำเมมโมรี่การ์ด Eye-fi มาใส่ในตัวกล้องเท่านั้น และมีเมนูสำหรับใส่ข้อมูลลิขสิทธิ์ภาพ เช่น ชื่อช่างภาพ ข้อมูลการถ่ายภาพ



เมนูสุดท้ายคือ คัสตอมฟังก์ชั่น สำหรับการปรับแต่งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพของคุณ ทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีเมนู My Menu สำหรับรวบรวมเมนูที่มีการเรียกใช้เป็นประจำ มารวมอยู่ในที่เดียวกัน ทำให้ใช้งานได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น






หากเลือกโหมดบันทึกวิดีโอ เมื่อกดปุ่มเมนู จะแสดงเมนูต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกวิดีโอ อาทิ เลือกการเปิดรับแสงแบบออโต้หรือแมนนวล, เลือกโหมดโฟกัส, เลือกขนาดวิดีโอ จาก Full HD 1920 x 1080. 1280 x 720 และ 640 x 480 หรือแบบ crop 640 x 480 ลดขนาดไฟล์วิดีโอเหลือขนาด 640 x 480 โดยตัดส่วนภาพ เทียบเท่ากับการซูมเพิ่ม 7 เท่า เช่น ใช้เลนส์ 100 มม. จะได้มุมภาพเทียบเท่ากับการใช้เลนส์ 700 มม.



การใช้งาน
ผมได้รับกล้องแคนนอน EOS 60D มาทดสอบประสิทธิภาพก่อนเดินทางไปชมงาน Photokina 2010 ที่ประเทศเยอรมันเพียงวันเดียว และมีเวลาในการทดสอบประมาณหนึ่งอาทิตย์ แม้ว่าระยะเวลาจะไม่มาก แต่เป็นการใช้งานแบบทุกวันและทั้งวัน ถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอไปประมาณ 40 GB โดยใช้เมมโมรี่การ์ด SD 32 และ 16 GB และจากความคุ้นเคยกับ EOS 5D Mark II ทำให้ผมใช้งาน EOS 60D ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีสิ่งที่คล้ายกันหลายอย่าง แต่ที่แตกต่างอย่างเด่นชัดคือ จอมอนิเตอร์ LCD ใหม่ที่ออกแบบให้เปิดออกทางด้านข้าง และพลิกหมุนได้รอบ ให้ความสะดวกอย่างมากในการถ่ายภาพมุมมองพิเศษ เช่น ภาพมุมต่ำโดยวางกล้องที่พื้น หรือภาพมุมสูงโดยชูกล้องเหนือศรีษะ หรือจะถ่ายภาพตัวเองโดยดูภาพแบบ Live View แล้วพลิกหมุนจอเพื่อดูภาพตัวเองก็ทำได้สะดวก เพิ่มมุมมองใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้การถ่ายภาพสนุกสนานมากยิ่งขึ้น



หากคุณใช้แคนนอน EOS 50D มาก่อน จะรู้สึกได้ทันทีถึงขนาดที่เล็กลงโดยเฉพาะส่วนกริปมือจับให้ความกระชับมือดีมาก บอดี้ออกแบบได้สวยงามจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต และ ABS ตามรอยต่อต่างๆ มีการซีลป้องกันฝุ่นละออง และละอองน้ำ ใช้งานได้ดีในทุกสภาพแวดล้อม การออกแบบจัดวางตำแหน่งปุ่มปรับต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่ก็เพิ่มความสะดวกคล่องตัวในการใช้งาน และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น เช่น แป้นหมุนเลือกโหมดบันทึกภาพมีปุ่มล็อคป้องกันการหมุนเปลี่ยนโหมดโดยไม่ตั้งใจ การล็อคแป้นหมุนเลือกฟังก์ชั่นด้านหลังปรับตั้งจากเมนู และปลดล็อคด้วยการกดปุ่ม Unlock เป็นต้น



เมื่อเปิดสวิตช์กล้องก็พร้อมที่จะถ่ายภาพได้ทันที เพราะใช้เวลาพร้อมทำงานสั้นเพียง 0.1 วินาทีเท่านั้น และเมื่อมองดูภาพในช่องมอง กดปุ่มชัตเตอร์ครึ่งหนึ่ง พบว่าระบบออโต้โฟกัสยังคงทำงานได้รวดเร็วทันใจเหมือน EOS 50D โดยมีจุดโฟกัส 9 จุด เป็นแบบกากบาททั้งหมด โฟกัสได้แม่นยำไม่ว่าจะเป็นวัตถุในแนวนอนหรือแนวตั้ง ปรับออโต้โฟกัสในสภาพแสงน้อยได้ดีมาก เนื่องจากเซ็นเซอร์ใช้งานได้ถึงสภาพแสง -0.5EV และผมได้ทดสอบเรื่องความเร็วในการทำงานโดยใช้โหมดโฟกัสต่อเนื่องรวมกับการเลือกจุดโฟกัสอัตโนมัติ ตั้งความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่สูงสุด 5.3 เฟรม/วินาที ถ่ายภาพการแสดงนกอินทรีย์บินโชว์ในงาน Photokina 2010 ภาพที่ได้โฟกัสได้อย่างถูกต้องแม่นยำทุกภาพ



วันแรกของการทดสอบโชคดีที่ท้องฟ้าปรอดโปร่ง อากาศดีมาก แต่แสงแดดจัดทำให้ภาพที่ได้มีคอนทราสท์สูง ส่วนที่อยู่ในเงาดำมืด เป็นโอกาสดีในการทดสอบฟังก์ชั่น Auto Lighting Optimizer และก็ได้ผลดีอย่างน่าพอใจ รายละเอียดในส่วนที่เป็นเงาชัดเจนขึ้นเมื่อเทียบกับการปิดฟังก์ชั่นนี้ และแน่นอนว่า สิ่งที่ต้องการทดสอบต่อมาคือ คุณภาพของไฟล์ที่ได้โดยถ่ายภาพเปรียบเทียบทุกความไวแสง ตั้งแต่ต่ำสุด ISO 100 จนถึงสูงสุด ISO 6400 ภาพดีที่สุดในช่วง ISO 100-400 และมี Noise ให้เห็นเพียงเล็กน้อยที่ ISO 800-1600 และมากขึ้นที่ ISO 3200-6400 หากถ่ายภาพทั่วๆ ไป สามารถตั้งความไวแสงที่ ISO 400 ถ่ายภาพได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าใช้ ISO 800 หรือ 1600 สามารถแก้ไขเรื่อง Noise ให้ลดลงจนเกือบหมดได้ด้วย ซอฟแวร์ Canon Digital Photo Professional ที่ให้มาพร้อมกับตัวกล้อง โดยความคมชัดจะลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในการทดสอบเพื่อขยายภาพขนาดใหญ่แบบโปสเตอร์ 24” x 48” ด้วยเครื่องพิมพ์ภาพอิงค์เจ็ตขนาดใหญ่ ผมใช้ภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสงต่ำสุด ISO 100 เลือกไฟล์ภาพขนาด 18 ล้านพิกเซล โดยใช้ฟอร์แมท RAW แล้วแปลงไฟล์เป็น TIFF 14 บิต ได้ภาพที่ละเอียดและคมชัดดีมากอย่างน่าพอใจ เรียกได้ว่าใช้เป็นกล้องสำหรับทำงานอาชีพได้อย่างสบาย นอกจากนี้กรณีใช้ความไวแสงแบบออโต้ สามารถกำหนดจากเมนูได้ว่า ให้กล้องปรับความไวแสงอัตโนมัติสูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ เช่น ISO 3200 เป็นต้น




สิ่งที่น่าประทับใจอีกอย่างคือ จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3.0 นิ้วใหม่ อัตราส่วน 3:2 เมื่อเลือกอัตราส่วนภาพเดียวกันจะแสดงภาพได้เต็มจอพอดี ต่างกับกล้องดิจิตอล SLR ทั่วๆ ไปที่มีอัตราส่วนจอภาพ 4:3 เมื่อเปิดชมภาพจะเหลือพื้นที่ทั้งด้านบนและล่าง และแสดงภาพในขนาดที่เล็กกว่า อีกทั้งยังมีความคมชัดสูงถึง 1 ล้านพิกเซล ตรวจสอบความคมชัดได้อย่างถูกต้องจากการซูมขยายภาพที่สูงสุด 10x




ทางด้านโหมดบันทึกภาพสามารถใช้งานแบบง่ายๆ ด้วยโหมดฟูลออโต้ โดยกล้องจะคำนวณทุกอย่าง และปรับตั้งการทำงานต่างๆ ให้เหมาะสมกับภาพทึ่ต้องการบันทึกอัตโนมัติ หรือจะเลือกโปรแกรมสำเร็จรูปก็ได้ ในการทดสอบพบว่าใช้งานได้ดีทีเดียว เช่น เลือกโหมดถ่ายภาพกีฬา ถ่ายภาพสิ่งเคลื่อนไหว กล้องจะเน้นที่ความเร็วชัตเตอร์สูงเพื่อหยุดสิ่งเคลื่อนไหว และเลือกโหมดโฟกัสแบบต่อเนื่องติดตามการเคลื่อนที่ของวัตถุให้อัตโนมัติ และมีโหมดปิดแฟลช สำหรับการบันทึกภาพในสภาพแสงน้อยและไม่ต้องการใช้แฟลช เพื่อให้ได้บรรยากาศตามสภาพแสงที่มีอยู่ หรือจะใช้โหมด CA ก็สะดวกและง่าย เพียงกดปุ่ม Q หน้าจอควิก คอนโทรล จะแสดงให้เห็นบนจอมอนิเตอร์ ปรับตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายๆ เช่น ชัดลึก/ชัดตื้น โหมดเลื่อนภาพ และโหมดแฟลช
ในการถ่ายภาพทดสอบ ส่วนใหญ่ผมมักเลือกใช้โหมดบันทึกภาพแบบแมนนวล เนื่องจากมีความคุ้นเคยมากกว่า สามารถกำหนดทุกอย่างได้ด้วยตนเองขึ้นอยู่ว่าจะถ่ายภาพอะไร อย่างไร ต้องการให้ภาพโอเวอร์หรืออันเดอร์มากน้อยเพียงใด และที่ดีมากคือ สเกลวัดแสงทั้งในช่องมองภาพและจอแสดงผล LCD แสดงค่า +/- 3 สตอป ช่วยให้การควบคุมแสงที่ต้องการให้มากขึ้นหรือลดลงมากกว่าปกติ ทำให้ได้สะดวกมากขึ้น
การใช้งานผมมักเลือกใช้ฟังก์ชั่น ควิก คอนโทรล (ปุ่ม Q) เมื่อกดปุ่มนี้หน้าจอมอนิเตอร์ LCD จะแสดงข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพ และทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการโดยการกดปุ่มหลายทิศทางเลือกรายการที่ต้องการ แล้วใช้แป้นหมุนวงกลมที่อยู่คู่กันเปลี่ยนแปลงค่าตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ชดเชยแสง ไวท์บาลานซ์ พิกเจอร์สไตล์ โหมดโฟกัส โหมดวัดแสง เป็นต้น การออกแบบปุ่มปรับต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ กันใช้งานได้รวดเร็วดีมาก หากคุณเป็นนักถ่ายภาพที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้วเชื่อว่าจะต้องประทับใจกับการออกแบบในลักษณะนี้อย่างแน่นอน และหากใช้โหมดบันทึกภาพแบบฟูล ออโต้ หรือโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ เมื่อกดปุ่ม ควิก คอนโทรล จะปรับใช้งานได้เพียงบางอย่างเท่านั้น เพราะส่วนที่เหลือกล้องจะปรับตั้งให้อัตโนมัติทั้งหมด



ทางด้านฟังก์ชั่นวิดีโอผมได้ลองถ่ายวิดีโอไปมากพอสมควร โดยใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SDHC Class 10 ที่มีความเร็วการบันทึกสูง ตามสเปคกล้องระบุให้ใช้อย่างต่ำ Class 6 เพื่อให้บันทึกวิดีโอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาพเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลดูเป็นธรรมชาติ การบันทึกวิดีโอของ EOS 60D จะแยกโหมดออกมาต่างหาก โดยการหมุนปรับจากแป้นเลือกโหมดทางด้านบน แล้วดูภาพจากจอมอนิเตอร์ LCD เมื่อต้องการปรับโฟกัสเพียงกดปุ่มชัตเตอร์กล้องจะปรับโฟกัสตามโหมดโฟกัสที่เลือกเอาไว้ หรือจะกดปุ่ม AF-ON ทางด้านหลังก็ได้ จากนั้นกดปุ่มบันทึกวิดีโอทางด้านหลังซึ่งอยู่ในตำแหน่งนิ้วโป้งพอดี หากต้องการล็อคความจำแสงเพื่อให้ค่าความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสงคงที่เหมือนการถ่ายภาพนิ่ง ก็สามารถทำได้โดยการกดปุ่มรูปดอกจันทร์ * ทางด้านหลัง กรณีภาพสว่างหรือมืดเกินไป สามารถปรับชดเชยแสงได้ทันทีด้วยแป้นหมุนวงกลมทางด้านหลัง และแสดงจุดวงกลมสีแดงทางมุมบนขวาเตือนให้ทราบบนจอมอนิเตอร์ LCD ว่ากำลังบันทึกวิดีโออยู่ หากต้องการหยุดบันทึกต้องกดปุ่มนี้อีกครั้ง การใช้งานสะดวกดีทีเดียวครับ สิ่งที่ต้องระวังในการบันทึกวิดีโอคือ อย่าหันกล้องไปหาดวงอาทิตย์ เพราะอาจมีผลเสียกับเซ็นเซอร์รับภาพได้ และการถือกล้องควรถือให้นิ่งที่สุด ถ้าทำได้ควรใช้ขาตั้งกล้องจะได้ภาพที่นิ่งและน่าดูมากกว่าการถือด้วยมือ และจะดีมากถ้าใช้หัวขาตั้งแบบวิดีโอที่ปรับแพนกล้องได้อย่างนุ่มนวล
แคนนอน EOS 60D มีฟังก์ชั่นการบันทึกวิดีโอที่หลากหลายมาก สามารถใช้งานแบบแมนนวลได้เหมือนกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพ ในการทดสอบผมลองใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง 1/4000 วินาที กับเฟรมเรท 60 fps ถ่ายภาพการแสดงโชว์ขี่จักรยานผาดโผน เมื่อเปิดวิดีโอดูในอัตราเฟรมเรทปกติ จะเป็นภาพแบบ สโลว์โมชั่น และเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนมาก แม้ว่าจะเล่นภาพแบบทีละภาพก็ยังคมชัดจากความเร็วชัตเตอร์สูง ทำให้การใช้กล้องสนุกสนานมากขึ้นนอกเหนือจากการถ่ายภาพนิ่งตามปกติ และยังใช้ได้กับเลนส์แคนนอน EF และ EF-S ทุกตัว รวมไปถึงเลนส์ Macro และ Fisheye สำหรับระบบเสียงที่บันทึกเป็นแบบโมโน หากต้องการเสียงที่มีคุณภาพดีขึ้นและเป็นแบบสเตอริโอสามารถต่อเข้ากับไมโครโฟนภายนอกได้
ฟังก์ชั่นโปรเซสไฟล์ RAW เป็นอีกหนึ่งในคุณสมบติใหม่ที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ แม้ว่าจะทำงานได้เหมือนกับการจัดการไฟล์ RAW ด้วยคอมพิวเตอร์กับโปรแกรม Canon Digital Photo Professional ก็ตาม แต่การปรับแต่งภาพที่ถ่ายไปแล้วให้ดูสวยงามมากขึ้น โดยเห็นผลได้ทันทีจากจอมอนิเตอร์ที่ตัวกล้อง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกสนานกับการถ่ายภาพมากกว่า สามารถแบ่งปันภาพให้คนอื่นๆ ได้ร่วมชื่นชม หรือนำภาพที่โปรเซสเสร็จแล้วไปใช้งานต่างๆ ได้ทันที ไม่ต้องไปเสียเวลารอโปรเซสไฟล์ภาพภายหลังจากเครื่องคอมพิวเตอร์
จากการทดสอบใช้งานอย่างจริงจังตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แคนนอน EOS 60D สร้างความประทับใจให้ผมเป็นอย่างมากในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นขนาดตัวกล้องที่ออกแบบได้อย่างเหมาะมือ ระบบการทำงานรวดเร็วทันใจ ฟังก์ชั่นหลากหลาย ใช้งานง่าย และที่สำคัญคือ คุณภาพอันยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ หากคุณได้ลองกล้องรุ่นนี้ เชื่อว่าจะประทับใจเช่นเดียวกับผมอย่างแน่นอน ..........................................SP








ข้อมูลจำเพาะ
ชนิด : กล้องดิจิตอล SLR มีแฟลชในตัว
สื่อบันทึกภาพ : SD/SDHC/SDXC card หรือสื่อภายนอกแบบฮาร์ดดิสก์ผ่าน USB v.2.0 หรือบันทึกภาพไร้สาย Wireless LAN (Eye-Fi card)
เซ็นเซอร์ภาพขนาด : 22.3 x 14.9mm (APS-C size) แบบ CMOS ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล 5200 (H) x 3462 (V) pixels
อัตราส่วนภาพ 3 : 2
ใช้ได้กับเลนส์ : Canon EF lenses (รวมถึง EF-S lenses) คูณทางยาวโฟกัสเพิ่ม 1.6 เท่า
เลนส์เม้าส์ : Canon EF mount
ระบบกำจัดฝุ่นหน้าเซ็นเซอร์รับภาพเลือกได้ 3 แบบ
1. Self Cleaning Sensor Unit
2. Dust Delete Data appended to the captured image
3. Manual cleaning of sensor
ฟอร์แมทการบันทึก : Design rule for Camera File System 2.0 และ Exif 2.3
ขนาดไฟล์ :
1. Large/Fine: ประมาณ 17.90 ล้านพิกเซล (5184 x 3456)
2. Medium/Fine: ประมาณ 8.00 ล้านพิกเซล (3456 x 2304)
3. Small 1/Normal: ประมาณ 4.50 ล้านพิกเซล (2592 x 1728)
4. Small 2/Fine: ประมาณ 2.50 ล้านพิกเซล (1920 x 1280)
5. Small 3/Fine: ประมาณ 0.35 ล้านพิกเซล (720 x 480)
6. RAW: ประมาณ 17.90 ล้านพิกเซล (5184 x 3456)
7. M-RAW: ประมาณ 10.10 ล้านพิกเซล (3888 x 2592)
8. S-RAW: ประมาณ 4.50 ล้านพิกเซล (2592 x 1728)
บันทึกไฟล์ : RAW + JPEG พร้อมกันได้ หรือเลือกแบบ
sRAW+JPEG
โหมดสี : sRGB, Adobe RGB
พิกเจอร์ สไตล์ : Standard, Portrait, Landscape, Neutral, Faithful, Monochrome, User Def. 1-3
ไวท์บาลานซ์ : Auto, Daylight, Shade, Cloudy, Tungsten Light, White Fluorescent Light, Flash, Custom และปรับตั้งอุณหภูมิสีเอง
ช่องมองภาพ : Eye-level pentaprism มองเห็นภาพ 96% อัตราขยาย 0.95x มองภาพได้ห่าง 22 มม. ปรับชดเชยสายตา -3.0 ถึง +1.0 ไดออฟเตอร์
โฟกัสซิ่งสกรีน : ถอดเปลี่ยนได้ แบบมาตรฐานคือ Ef-A
ระบบวัดแสง : TTL-CT-SIR AF-dedicated CMOS sensor
ออโต้โฟกัส : แบบกากบาท 9 จุด
ช่วงการโฟกัส : EV 0-20 (ที่อุณหภูมิ 23°C กับเลนส์ EF 50 มม.
f/1.4 USM, ISO 100)
โหมดออโต้โฟกัส : One-Shot AF, Predictive AI Servo AF,
AI Focus AF, Manual focusing (MF)
เลือกจุดออโต้โฟกัส : เลือกจุดโฟกัสอัตโนมัติ, เลือกจุดโฟกัสเองโดยผู้ใช้
ระบบวัดแสง : แบบผ่านเลนส์ TTL ด้วยเซ็นเซอร์ 63 โซน เลือกใช้งานได้ 4 แบบคือ Evaluative, Partial, Spot, Center-Weighted
ช่วงการวัดแสง : EV 0-20 (ที่อุณหภูมิ 23°C กับเลนส์ EF 50 มม. f/1.4 USM, ISO 100)
ระบบบันทึกภาพ : Program AE (ชิพท์ได้), Shutter-priority AE, Aperture-priority AE, Manual exposure, Bulb, Full Auto, Flash Off, Creative Auto, Programmed Image Control modes (Portrait, Landscape, Close-up, Sports, Night Portrait), E-TTL II Autoflash Program AE (Evaluative metering, Averaged metering)
ความไวแสง : ISO 100 - 6400 (แบ่งละเอียด 1/3 สตอป) ขยายได้สูงสุด 12800
ชดเชยแสง : ±5 สตอป
ถ่ายภาพคร่อม : ±3 สตอป
ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 - 30 วินาที และ B
ถ่ายภาพหน่วงเวลา 10 หรือ 2 วินาที
รีโมทคอนโทรล : มี ใช้รุ่น RS-60E3
แฟลชในตัว : ไกด์นัมเบอร์ 13 (ISO 100, เมตร) ชาร์จไฟเต็มประมาณ 3 วินาที ครอบคลุมเลนส์ 17 มม. ขึ้นไป
ชดเชยแสงแฟลช : ±3 สตอป
ระบบเลื่อนภาพ : ทีละภาพ, ต่อเนื่องความเร็วสูง 5.3 เฟรม/วินาที, ต่อเนื่องความเร็วต่ำ 3 เฟรม/วินาที
โหมดบันทึกภาพในฟังก์ชั่น Live View :
(1) Live View shooting
(2) Remote Live View shooting (ใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์และ
ซอฟแวร์ EOS Utility)
จอมอนิเตอร์ : TFT color LCD ขนาด 3.0 นิ้ว อัตราส่วน 3:2 แสดงภาพ 100% ปรับความสว่าง 7 ระดับ
ภาษา : เลือกได้ 25 ภาษา (English, German, French, Dutch, Danish, Portuguese, Finnish, Italian, Norwegian, Swedish, Spanish, Greek, Russian, Polish, Czech, Hungarian, Romanian, Ukraine, Turkish, Arabic, Thai, Simplified/Traditional Chinese, Korean, Japanese)
คัสตอมฟังก์ชั่น : 20 แบบ
แบตเตอรี่แพค : รุ่น LP-E6
แบตเตอรี่กริป : รุ่น BG-E9 ใช้แบตเตอรี่แพค (LP-E6) ได้พร้อมกัน 2 ก้อน หรือแบตเตอรี่ AA 6 ก้อน
ปิดสวิตช์อัตโนมัติ : 1, 2, 4, 8, 15 หรือ 30 นาทีเมื่อไม่ได้ใช้งาน
ขนาด : 144.5 (กว้าง) x 105.8 (สูง) x 78.6 (ลึก) มม.
น้ำหนัก : 755 กรัม (CIPA)
อุณหภูมิใช้งาน : 0-40°C
ความชื้นสัมพัทธ์ที่ใช้งาน : 85% หรือต่ำกว่า
ราคา : 35,900 บาท (บอดี้)
38,900 บาท (รวมเลนส์ EF-S 18-55 มม. f/3.5-5.6 IS

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

RSS Feed by Kalasinnews.com

Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.comSocial Media Links to Kalasinnews.com