Support by Xenmin

Xenmin.com

สถิติเว็บไซต์

Spam Poison
website monitoring
 

ค้นหาข่าวจากระบบทั้งหมด

สาธารณสุขเมืองหมอแคน ชวนผู้ปกครองป้องกันความสูญเสียจากการจมน้ำ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
อังคาร, 28 มีนาคม 2017


สาธารณสุขเมืองหมอแคน ชวนผู้ปกครองป้องกันความสูญเสียจากการจมน้ำ

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค เปิดเผยภัยในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน กรณีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด  เกิดขึ้นในระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และรองลงมาคือ เดือนตุลาคม ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมของเด็กเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเดือนมีนาคม มีเด็กตายมากสุดในรอบปี รองลงมาเดือนเมษายน โดยจากข้อมูลการเสียชีวิตของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทย มีการตกน้ำ จมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เมื่อเทียบกับการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ ในทุกสาเหตุทั้งโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ซึ่งการเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำของเด็กมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๔๘ โดยเฉลี่ยปีละประมาณ ๑,๕๐๐ คน หลังจากนั้นเริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ ๘๐๗ คน  ซึ่งกรมควบคุมโรคได้เริ่มดำเนินการป้องกันตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙  ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐภาคเอกชนและหน่วยงานในท้องถิ่น

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ ขอนแก่น ย้ำสาเหตุการสูญเสียจากการจมน้ำ พบ เด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี  การทรงตัวมักไม่ดี ทำให้ล้มในท่าที่ศีรษะทิ่มลงได้ง่ายจึงมักพบเด็กจมน้ำในแหล่งน้ำภายในบ้านหรือบริเวณรอบๆบ้านเช่น ถังน้ำ โอ่ง กะละมัง บ่อน้ำ แอ่งน้ำในบ้าน  เด็กอายุมากกว่า ๕ ปี  เด็กจะเริ่มออกไปเล่นนอกบ้าน ประกอบกับเด็ก/ผู้ดูแล/ชุมชน ไม่รู้ว่าแหล่งน้ำเป็นความเสี่ยงต่อเด็ก ดังนั้นแหล่งน้ำที่พบเด็กจมน้ำสูงคือแหล่งน้ำขุดเพื่อการเกษตรที่อยู่ใกล้บ้าน  เด็กอายุตำกว่า ๕ ปี  จึงขอแนะนำ ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กต้องดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กคลาดสายตาแม้เพียงชั่วขณะ จัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีแหล่งน้ำที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ เช่น เทน้ำทิ้งจากภาชนะใส่น้ำผาฝาปิดภาชนะใส่น้ำ กำหนดให้มีพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ส่วนในเด็กอายุมากกว่า ๕ ปี  ควร สอนให้เด็กรู้จักความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากแหล่งน้ำ ห้าม ไม่ให้เล่นน้ำตามลำพังสอนให้เด็กว่ายน้ำเป็น รู้จักวิธีเอาตัวรอดเมื่อตกน้ำและรู้จักวิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำที่ถูกต้อง โดยเมื่อพบคนตกน้ำ จมนำ ไม่ควรกระโดดลงไปช่วย โดยเฉพาะเด็กๆ อย่ากระโดดลงไปช่วยโดยเด็ดขาดแม้ว่าจะว่ายน้ำเป็น แต่ควรเรียกผู้ใหญ่ให้มาช่วย  ควรโยนหรือยื่นอุปกรณ์ที่หาง่ายและอยู่ใกล้ตัวช่วยคนตกน้ำ เช่น ถังแกลลอนเปล่าขวดน้ำดื่มพลาสติก เชือก กิ่งไม้หรือผ้าขาวม้า สอนให้เด็กใช้ชูชีพเมื่อต้องโดยสารเรือ ควรมีการติดตั้งรั้วล้อมรอบ ป้ายคำเตือน หรือตะแกรงเหล็กปิดด้านบนของแหล่งน้ำเสี่ยง

ที่สำคัญยังมีประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า เมื่อช่วยเด็กขึ้นมาจากน้ำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการอุ้มพาดบ่าและกระแทกเอาน้ำออก ในกรณีนี้ขอแนะนำว่าเมื่อช่วยเหลือคนจมน้ำขึ้นจากน้ำได้แล้ว ห้ามจับคนจมน้ำอุ้มพาดบ่าแล้วกระโดดหรือวิ่งไปมาเพื่อให้น้ำออก เนื่องจากน้ำที่ออกมาจะเป็นน้ำจากกระเพาะไม่ใช่จากปอด ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะจะทำให้คนจมน้ำขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้นและเสียชีวิตได้  สำหรับวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง คือ  ๑.ให้ตะโกนขอความช่วยเหลือ  ๒.วางคนที่จมน้ำนอนราบ ตะแคงหน้าเอาน้ำออกจากปาก  ๓.ช่วยให้หายใจได้เร็วที่สุด  โดยวิธีการผายปอด และเป่าลมเข้าทางปากติดต่อกันหลายๆครั้ง  ๔.ถ้าหัวใจหยุดเต้นให้นวดหัวใจ โดยการกดที่บริเวณกลางหน้าอกให้ยุบประมาณ ๑ ใน ๓ ของความหนาของหน้าอก ความเร็ว ๑๐๐ ครั้งต่อนาที  และ ๕.รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านหรือโทรแจ้ง ๑๖๖๙ หากสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค โทร ๐๒ ๕๙๐ ๓๙๖๗ เว็บไซด์ www.thaincd.com หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร ๑๔๒๒


.........................................................................................................
ข้อมูล: สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค
เผยแพร่ : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
ศูนย์รับข้อร้องเรียนสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ ขอนแก่น
หมายเลข ๐๔๓-๒๒๒๘๑๘-๙
ต่อ ๒๒๔ งานกฎหมาย 
http://odpc7.ddc.moph.go.th

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

RSS Feed by Kalasinnews.com

Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.comSocial Media Links to Kalasinnews.com