เรื่องดีๆ ของครีมกันแดด (ที่คุณอาจยังไม่รู้)
พฤหัสบดี, 09 กุมภาพันธ์ 2017

(ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)
      แดดเมืองไทยนี่ร้ายแรงกว่าสารเคมีหรือมลภาวะอีกนะคะ เพราะประเทศเราไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ก็มีแดดได้ทุกเดือนสินะ มากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป ทำให้ครีมกันแดดกลายเป็นผิวชั้นที่ 3 ของสาวๆ ไปเสียแล้ว ยิ่งสาวออฟฟิศอย่างเราครีมกันแดดยิ่งสำคัญ เราอาจจะไม่ได้เจอแสงแดดโดยตรงก็จริง แต่รู้ไหมว่าแสงไฟจากหลอดไฟ ก็มีรังสี UV เล็ดลอดออกมาทำร้ายผิวเราได้ด้วยนะคะ ที่สำคัญใครจะทนหมกตัวอยู่ในห้องแอร์ตลอดๆ ได้ ก็ต้องมีช่วงที่ออกไปทานข้าวบ้าง พบลูกค้าบ้าง แล้วครีมกันแดดที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั้น มั่นใจแล้วเหรอคะว่ารู้จักกันดีพอ?

       ครีมกันแดดที่คุณใช้ เหมาะกับคุณหรือยัง?    

        เรียกกันจนติดปากว่า”ครีม” กันแดด แต่แท้จริงแล้ว สารกันแดดที่ใช้กับผิวหน้านั้นมีทั้งแบบ Chemical Sunscreen, Physical Sunscreen และแบบผสม Chemical-Physical Sunscreenและถ้าแบ่งตามเนื้อของสารก็จะมีทั้งครีม, โลชั่น, เจล, เจลครีม, ครีมโฟม, สูตรน้ำ ที่มีทั้งแบบผสมแอลกอฮอล์และไม่ผสมอีก มากมายหลายชนิดเลยทีเดียวเรามาดูแต่ละอันกันดีกว่า

      1. Chemical Sunscreen
      เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่ปกป้องแสงแดด โดยการดูดซับรังสีแสงแดดเข้าไว้ในผิว ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพักสารเคมีเหล่านี้ก็จะเสื่อมสภาพ จึงต้องทาครีมกันแดดชนิดนี้ทุกๆ 2-3 ชั่วโมงเมื่อต้องออกแดด ในครีมชนิดนี้ยิ่งเราเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเท่าไหร่ ก็จะได้รับสารเคมีปริมาณมากเท่านั้น จึงอาจเกิดการระคายเคืองได้ง่าย

      2. Physical Sunscreen
      เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีอีกนั่นแหละ (ชื่อเหมือนจะไม่มี) แต่เป็นสารเคมีตัวที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีผลระคายเคืองต่อผิวหนัง น้อยกว่าสารในกลุ่มแรก แต่มีข้อเสียคือ ครีมกันแดดประเภทนี้ไม่สามารถให้ SPF ที่สูงๆ ได้ และเมื่อทาบนผิวหนังแล้ว หน้าจะดูขาวมาก เนื่องจากสารจะเคลือบบนผิวหนังเพื่อรอแสงกระทบ จึงมีการดูดซึมสู่ผิวน้อย

      3. Chemical-Physical Sunscreen
       แน่นอนว่าเมื่อทั้ง 2 ชั้วต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราก็เลยจับเอาข้อดีมาเพิ่มและลดข้อเสียในแต่ละส่วน นั่นคือลดการระคายเคืองต่อผิวหนังจากสารเคมี และลดความขาวเมื่อทาครีม และเสริมประสิทธิภาพ ในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน เป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับการใช้งาน แต่ในสาวที่มีผิวแพ้ง่ายอาจจะต้องตนใช้กันแดดในประเภทที่ 2 ต่อไปเพื่อลดการเสี่ยงต่อการแพ้นะคะ

      เนื้อครีมกันแดดแบบไหนที่ใช่กับเรา    

      • เนื้อครีม เหมาะกับผิวธรรมดาหรือผิวแห้งค่ะ มีความมันพอประมาณแล้วแต่ว่าแบรนด์ไหนใส่สารเพิ่มความชุ่มชื้นหรือ มอยส์เจอไรเซอร์ลงไปด้วย ซึ่งก็อาจจะทำให้หน้ามันได้ แต่ก็คงไว้ด้วยความชุ่มชื้นเช่นกันค่ะ
      • เนื้อครีมเจล/เนื้อโลชั่น เหมาะกับสาวผิวมันเป็นที่สุด เพราะมีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมัน ข้อดีคือเนื้อครีมไม่หนักแต่มักจะหาค่า SPF สูงๆ ได้ยาก ถ้ามีก็จะเหนอะหนะมาก
      • เนื้อโฟม เป็นครีมกันแดดผสมรองพื้นที่ทาเนียนไปกับหน้าเลย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไม่มีเวลาแต่งหน้าเท่าไหร่ แต่ต้องใช้ระวังหน่อยนะคะ ทามากหน้าก็อาจลอยได้ เพราะจริงๆ แล้วคนเราก็ใช้รองพื้นคนละเฉดสี แต่ในครีมกันแดดนั้นไม่มีให้เลือกตรงกับเราแน่ๆ
      • แบบน้ำผสม /ไม่ผสมแอลกอฮอล์ อันนี้เหมาะกับที่ไม่ชอบความเหนอะหนะ โดยเฉพาะสาวที่เหงื่อเยอะและต้องออกแดดมาก สูตรน้ำจะมี SPF สูงๆ ไว้ให้เลือกหลากหลายค่ะ ส่วนสาวผิวแพ้ง่ายก็ต้องเลือกสูตรที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์นะคะ

       SPF นั้นสำคัญไฉน?    

       ค่า SPF นั้น เป็นอะไรที่เราได้ยินกันมาจนชินหู รู้แต่ว่าเป็นค่ากันแดด ยิ่งมากยิ่งดี อันนี้ เป็นความเชื่อค่ะ แต่ข้อเท็จจริงนั้น SPF (Sun Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ป้องกัน UVB ได้กี่เท่า มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราเลือกใช้ ส่วน UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน ปัจจุบันนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + เพื่อแทนค่าการปกป้องซึ่งมี 3 ระดับคือ PA+/ PA++ /PA+++ คนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไปก็เพียงพอค่ะ

        ที่สำคัญและเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ SPF ค่าสูงป้องกันได้นานกว่า ไม่ใช่ป้องกันได้ดีกว่านะคะ เพราะความเป็นจริงแล้วค่า SPF (Sun Protection Factor) บ่งบอกถึงระดับความยาวนานของการป้องกันแสงแดดโดยไม่ทำให้ผิวร้อนแดง โดยค่าสูงสามารถปกป้องได้ยาวนานกว่าค่าต่ำ ทำให้ไม่ต้องทาครีมบ่อยเท่านั้นเองค่ะ

      เกิดเป็นสาวไทย SPF เท่าไหร่จึงจะดี?    

         เกิดเป็นสาวไทย แต่ก็ไม่ได้จะมีผิวสีเฉดเดียวกันหมด เราจึงมีผิว 3 เฉด มาลองให้สาวๆ พิจารณาดูว่าควรจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่าไหร่ดี

      • ผิวขาวอมชมพู ผิวชนิดนี้บอบบางมาก เกิดผิวไหม้แดด แดงและแทนได้ไว ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-45)
      • ผิวขาวเหลือง ผิวชนิดนี้บางแต่ยังมีเมลานินอยู่บ้างจึงสามารถทนต่อแสงแดดได้บ้าง เมื่อโดนแดดจะการเกิดผิวหนังร้อนแดงได้ช้ากว่าผิวชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ปานกลาง (SPF30)
      • ผิวคล้ำ มีเมลานินสูง ผิวสีน้ำตาลหรือสีน้ำผึ้งนี้แม้จะไม่ใช่พิมพ์นิยมของชาวไทยแต่ก็มีประโยชน์นะคะ เพราะหากโดนแสงแดดเมื่อไหร่การเกิดการไหม้หรือผิวแทนนั้นจะน้อยกว่าผิวสีอื่น ควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำ (SPF 15)

        ด้วยเคล็ดลับการเลือกใช้ครีมกันแดดง่ายๆ แค่นี้เราก็ไม่ต้องกลัวแดดเหมือนกลัวผีอีกต่อไปนะคะสาวๆ เพราะแดดไม่เพียงทำให้เราผิวคล้ำไม่สวยเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยการเกิดฝ้า กระ และโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย เห็นไหมคะว่าครีมกันแดดไม่ได้เป็นแค่ครีมที่ใช้เพื่อความงามเท่านั้น แต่ต้องใช้เพื่อสุขภาพที่ดีด้วย



????????Happy Valentine's Day ! ! ????????
ส่งมอบความรัก เป็นความสวย ในวันแห่งความรัก ????????????????????
คนโสดอย่าได้กังวล เริ่มต้นดูแลตัวเอง ให้สวยแบบมีออร่า วาเลนไทน์นี้ อาจจะสละโสดก็ได้นะคะ ????????????‍❤️‍????‍???? ด้วยของขวัญสุดพิเศษ จากร้านมิสสตาร์ บิวตี้ ????????????



ที่มา ... Chicministry.com