• พฤหัส. ต.ค. 6th, 2022

เปิดแล้ว “โคก หนอง นา พารวย” ที่วนเกษตรบ้านโฮม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ความร่วมมือทั้งทางภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา เพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวเกษตรกร ให้หลุดพ้นจากปัญหาความยากจน

วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ณ. วนเกษตรบ้านโฮม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายวัชรพงศ์ ชาวสามทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร ร่วมกับผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องจักรกลทางการเกษตรและโซล่าเซลล์ เล็งเห็นถึงประโยชน์ของกิจกรรมโคกหนองนาและสินค้า OTOP จึงได้ร่วมกันจัดโครงการ “ โคก หนอง นา พารวย ” เพื่อเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของสมาชิกโครงการโคกหนองนา ในอำเภอยางตลาดและใกล้เคียง โดยได้รับเกียรติจากนายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสันติ จัตุพันธ์ นายอำเภอยางตลาด, นายปัตพงษ์ อ่อนโพธา พัฒนาการอำเภอยางตลาด, นายสุนทร พหลทัพ พัฒนาการอำเภอท่าคันโท, นายมานพ ภูแต้มขาว รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพกาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา เกษตรกรชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นายวัชรพงศ์ ชาวสามทอง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร เจ้าของวนเกษตรบ้านโฮม กล่าวว่า งานในวันนี้ มีการสาธิตวิธีการปรุงดินปลูกโดยไม่พึ่งพาสารเคมี / แจกพันธุ์กล้ามะรุม การจัดแสดงเครื่องจักรทางการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเอกชน การจัดแสดงนวัตกรรมทางการเกษตร อาทิเช่น ระบบน้ำอัจฉริยะ, เตาเผาถ่านไร้ควันได้น้ำส้มควันไม้ และอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีทางการเกษตรประหยัดพลังงานไม่พึ่งพาน้ำมันที่มีราคาสูงเพื่อลดต้นทุนการผลิต มีการออกบูธจัดแสดงสินค้าโปรโมชั่นภายในงาน จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และสินค้า OTOP และกิจกรรมแจกของรางวัลของชำร่วยภายในงาน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน สถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยการอาชีพกาฬสินธุ์ ที่นำสิ่งประดิษฐ์เข้าแสดงในงาน ประกอบด้วย “สมาร์ทฟาร์มเพาะจิ้งหรีด” ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองในเวทีการประเมินสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ “นวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน” ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปีการศึกษา 2564 และ เครื่องคั่วกาแฟ กับ เครื่องแยกเมล็ดพันธุ์ 3 ทางเลือก ส่วนมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ก็ได้นำผัก ผลไม้อินทรีย์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหาร เช่น เมล่อน แคนทาลูปมาร่วมออกบูธจำหน่ายในงานนี้ด้วย ซึ่งงานนี้ถือเป็นการร่วมมือทั้งทางภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา เพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวเกษตรกร ให้หลุดพ้นจากปัญหาความยากจน เพราะถ้าหากทำงานแต่ฝ่ายเดียวคงไม่สำเร็จ ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันพลักดัน

ตระกูล ภูพวงเพชร /รายงาน
www.kalasinnews.com