กาฬสินธุ์ คนโคกหนองนายิ้มร่า ศาสตร์พระราชาพาอยู่รอดปลอดภัยทุกวิกฤติอย่างยั่งยืน พร้อมยังนำพลังงานทางเลือกใหม่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในช่วงราคาน้ำมันแพง
ชาวบ้านเห็นแล้วหัวเราะเยาะเย้ย ว่าบ้าไปแล้ว หลังเห็นว่าเจ้าของที่นาขุดแปลงนาทำบ่อลึก 9 เมตรไว้เก็บน้ำเพื่อเข้าร่วมโครงการ โคก หนอง นา เหลือไว้เพียง 2 ไร่ไว้ทำนาไว้พอได้กิน ผ่านไป 1 ปี เป็นตามที่ชาวบ้านบอกไว้จริง ๆ แต่พอเข้าสู่ปีที่ 2 กลับเหมือนฝัน เมื่อทั้งต้นไม้ ปลา และพืชผักต่าง ๆ ที่อยู่ในแปลงเริ่มออกผลผลิต ทำให้ลืมตาอ้าปากได้ นำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายมีรายได้เกิดขึ้น บ้างก็แจกจ่ายญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนปัจจุบันกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ที่มีผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ
วันนี้ (4 เมษายน 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ พามาที่บ้านหนองกาว หมู่ที่ 5 ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ที่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” แปลงนายประยงค์ จันทะรัด
นายประยงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่ตรงนี้ทำแต่นามาทุกปี แต่ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เพราะอยู่นอกเขตชลประทาน ต้องรอฝนเป็นใจอย่างเดียว แต่พอมาถึงปี 2563 มีโครงการโคก หนอง นา ของกรมพัฒนาชุมชน โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอยางตลาดได้ส่งตัวไปอบรมที่จังหวัดนครนายก หลังจากกลับมาจึงได้นำพื้นที่ตรงนี้จำนวน 16 ไร่ 3 งาน จึงแบ่งไปปลูกป่า 8 ไร่ แบ่งทำนาอีก 2 ไร่ ขุดบ่ออีก 4 ไร่ ที่เหลือก็ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ปลูกพืชผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ อย่างที่เห็น
เริ่มขุดบ่อทีแรกปี 2564 ชาวบ้านมาเห็นก็หัวเราะเยาะว่าทำไมถึงขุดที่นาไปเป็นบ่อ ก็ไม่สนใจทำไปเรื่อย ๆ พอทำมาได้ 2 ปีเริ่มมีผลผลิตขึ้นมา เพราะเราปลูกทุกอย่าง พอเข้าปีที่ 3 ผลผลิตก็ออกมาเยอะ แต่น้ำก็ยังไม่ค่อยมีก็เลยเจาะบาดาล โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าเซลล์ ทำให้ได้น้ำบาดาลเข้าไปเติมในบ่อจนเต็มทุกบ่อ เพราะการทำเกษตรถ้าขาดน้ำจะทำอะไรไม่ได้
หลังจากนั้นก็มีชาวบ้านเข้ามาศึกษาดูงาน จากต่างจังหวัดก็มา กลุ่มลูกค้า ธกส. ที่พักหนี้ก็เข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่อบรม กลุ่มจากสำนักงานเกษตร, กรมพัฒนาที่ดิน ก็มาใช้เป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ เพราะที่นี่เราไม่ใช้เคมี ส่วนมากจะเป็นอินทรีย์ จึงคิดว่าตนเองมาถูกทางแล้วที่ทำโคก หนอง นา
นายประยงค์ กล่าวอีกว่า การลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์ถือเป็นการลงทุนแค่ครั้งเดียว สามารถนำมาใช้ลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโซล่าเซลล์ที่ใช้กับเครื่องตีน้ำ สร้างอากาศให้น้ำที่ใช้อยู่ ถือว่าเป็นประโยชน์มาก ๆ ทำให้น้ำใส น้ำไหลวน โดยเฉพาะช่วงนี้แดดออกเยอะถือว่าพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยได้เยอะ
ขอฝากกับกลุ่มเกษตรกร ใบไม้ที่มีอยู่อย่านำไปเผา ให้นำมากองไว้แล้วใช้ พด.1 ราด ให้มันย่อยสลาย นำมารวมกับมูลสัตย์เอามาผสม แล้วใช้เครื่องปั่นอัดออกมาเป็นเม็ดใส่ต้นไม้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี จะทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัย และยังได้อากาศดีด้วย ทำให้ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” ได้จริง จึงอยากเชิญชวนเกษตรกรเราให้หันมาปลูกเอง กินเอง โดยเฉพาะการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จ่ายครั้งเดียวแต่จะใช้ไปได้ตลอด ไม่ต้องง้อราคาน้ำมันอันแสนแพง
