• อังคาร. มิ.ย. 16th, 2026

คืบหน้าเจ้าหน้าที่รัฐยักยอกเงินรอดนอนคุก ยันทุกองค์กรเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว

กาฬสินธุ์ คืบหน้าเจ้าหน้าที่รัฐยักยอกเงินรอดนอนคุก ยันทุกองค์กรเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว

จากที่มีหลายเพจดัง ได้โพสต์เรื่องราวสำคัญ กรณีมีเจ้าหน้าที่ของรัฐรายหนึ่ง สามารถเข้าทำธุรกรรมของธนาคารชื่อดัง 2 แห่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ จนเกิดความเสียหายหลายล้านบาทและยังสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กรของหน่วยงานราชการ ตั้งแต่ปี 2566 จนเรื่องดังกล่าวผ่านมาเข้าปีที่ 4 ตัวแทนชาวบ้านจึงได้เข้าร้องสื่อ ให้ช่วยตีแผ่เรื่องราวนี้อีกครั้ง เนื่องจากเกรงว่าเงินภาษีของประชาชนจะสูญหายไร้ซึ่งประโยชน์ เพราะเรื่องเหมือนจะเงียบหายไปตามกาลเวลา ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์ การให้ข้อมูลอีกด้านของทางฝั่งหน่วยงานราชการ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมีคณะประธานสภาเทศบาลตำบลและตัวแทนชาวบ้านเข้ารับฟังข้อมูล ซึ่งบรรยากาศในห้องประชุมมีนายกเทศมนตรี, ปลัดเทศบาล และคณะหัวหน้าส่วนราชการสังกัดเทศบาลเข้าให้ข้อมูลถึงการดำเนินการในเรื่องที่มีเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ยักยอกเงินตามที่เป็นข่าวนั้น

โดยทางฝั่งเทศบาล ให้ชี้แจงข้อมูลว่า เรื่องดังกล่าวทางเทศบาลได้ดำเนินการตามระบบของทางราชการ ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ใจจริงอยากจับคนก่อเหตุมาเข้าคุกตั้งแต่วันแรกแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะขนาดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับได้ โดยได้ทำการงดจ่ายเงินเดือนผู้ก่อเหตุตั้งแต่มีหลักฐานว่ายักยอกเงินจริง และมีมติในที่ประชุมของสภาเทศบาลให้ไล่ออกเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่รอ คณะกรรมการ ก.จังหวัดกาฬสินธุ์มีคำสั่งให้ไล่ออกตามมติสภาเทศบาลเท่านั้น

นายธนรรชน พหลทัพ อดีตผู้ตรวจสอบภายในภาครัฐ ผู้รับรางวัลบุคคลดีเด่นในการต่อต้านทุจริตจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริตโดย ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กล่าวว่า โดยปกติผู้เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานท้องถิ่นซึ่งคือนายกเทศมนตรี จะต้องวางระบบหรือวิธีปฏิบัติการควบคุมภายในของการเบิก-ถอนเงินของหน่วยงาน ซึ่งเทศบาลในฐานะส่วนงานย่อย หรือหน่วยรับตรวจของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ถ้าจะมีการเบิกถอนเงิน ใช้บริการทางธนาคาร จะต้องมีเงื่อนไขกับธนาคารว่าการเบิก-ถอนแต่ละครั้ง จะต้องมีผู้ลงนามอย่างน้อย 2-3 คน และในทุกครั้งจะต้องมีหัวหน้าส่วนราชการคือนายกฯ ลงนามด้วย

“กรณีที่เกิดขึ้นมีการเบิกจ่ายเงินโดยพลการถึง 50 ครั้งเป็นไปได้ยาก เพราะธนาคารในการเปิดบัญชีจะมีเงื่อนไขที่รัดกุมและรักษาผลประโยชน์ของเงินราชการให้มากที่สุด และที่สำคัญหน่วยงานที่มีหน้าที่หรือภารกิจในการวางระบบป้องกันให้กับหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศ คือสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัด และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด จะต้องให้ความรู้ เข้าไปแนะนำวิธีระบบป้องกัน มิใช่เกิดเหตุแล้วค่อยเข้าไปตรวจสอบ” นายธรรชนกล่าวถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อสอบถามไปยังเรื่องที่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นสามารถมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เพียงคนเดียวสามารถทำธุรกรรมแบบนี้ได้เป็นไปได้หรือไม่ นายธรรชนบอกว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะการเปิดบัญชีรับเบิก-ถอนเงินระหว่างธนาคารกับหน่วยงานของรัฐ จะต้องมีเงื่อนไขว่าใครมีอำนาจเบิกจ่าย โดยเฉพาะระบบควบคุมภายในที่ คตง.วางไว้ อย่างน้อย 3 คน ทุกครั้งต้องเป็นหัวหน้าส่วนราชการลงนามเห็นชอบด้วยทุกครั้ง”

“การควบคุมภายในวางระบบการสอบทานอำนาจซึ่งกันและกันไว้แล้ว ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการคือนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล การเงิน กองคลัง ทุกส่วนนี้ต้องมีการสอบทานอำนาจการเบิกถอนเงินแต่ละครั้ง ซึ่งกันและกัน หากปล่อยให้มีการเบิกถอนเงินโดยพลการ แสดงว่ามีการสมยอมกัน” ผู้รับรางวัลบุคคลดีเด่นในการต่อต้านทุจริตจากมูลนิธิต่อต้านการทุจริตโดย ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ กล่าวเสริม

ด้านข้อมูลที่ทางเทศบาลได้ชี้แจงในห้องประชุมให้กับทางประธานสภาและคณะทราบว่า ทางเทศบาลได้มีมติในที่ประชุมสภาให้ไล่ออกผู้ก่อเหตุรายนี้ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร แต่ทาง ก.จังหวัดยังไม่แต่งตั้งคณะกรรมการเข้ามายืนยันมติสภาฯ ตรงนี้ ทางนายธรรชนบอกว่า “การดำเนินการทางวินัยกับผู้กระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ โทษขั้นต่ำคือไล่ออกจากราชการเท่านั้น พร้อมกับดำเนินคดีอาญา กรณีที่เมื่อสภาเทศบาลมีมติส่งให้กรรมการระดับจังหวัดแล้ว ไม่ควรที่จะถ่วงเวลา เพราะจะทำให้เทศบาลเสียหาย เนื่องจากการลงโทษทางวินัยไม่มีอะไรซ้ำซ้อน เขามีพยานหลักฐานเพียงพอถึงกล้าลงมติฟันธงว่าให้ไล่ออก กรรมการจังหวัดก็ควรจะเห็นชอบ หากถ่วงเวลาก็จะเกิดข้อสงสัยกับประชาชนว่ามีอะไรนอกในกันหรือเปล่า”

ด้านในเรื่องที่มีกลุ่มชาวบ้านเข้าไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับ ป.ป.ช. ตั้งแต่ปี 2566 แล้วมารับไต่สวนในปี 2568 แล้วบอกว่าเรื่องนี้จะสามารถดำเนินการในกรอบเวลา 2 ปี บวกอีก 1 ปี คือประมาณปี 2571 จะสามารถปิดคดีนี้ได้ ถือว่าเป็นมาตรฐานการทำงานของ ป.ป.ช. จังหวัดหรือไม่ ทางนายธรรชน กล่าวว่า “นี่คือสาเหตุส่วนหนึ่ง โดยการปฏิบัติหน้าที่ที่ต่ำมาตรฐานของสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัด ที่ไม่ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ ว่าเมื่อเรื่องร้องเรียนถึงมือตัวเองจะต้องรีบเร่งในการตรวจสอบ แล้วสรุปผล เปิดเผย ให้กับผู้ร้องเรียนได้ทราบเป็นระยะ ๆ ถ้าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะทำให้ผู้กระทำผิดย่ามใจ เพราะการตรวจสอบอ่อนแอ ป.ป.ช.จังหวัดน่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขตนเองให้มากขึ้น เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน”

โดยผู้สื่อข่าวจะได้ติดต่อไปยังผู้จัดการธนาคารทั้ง 2 แห่ง เพื่อสอบถามถึง ระบบการควบคุมภายในของการดูแลเงินของลูกค้าเป็นอย่างไร และในกรณี เทศบาลนี้ เรามีการตรวจสอบอย่างไร โดยพรุ่งนี้จะได้มานำเสนอในเสียงของด้านธนาคารที่เป็นอีกองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจในการดูแลระบบการเงินมานำเสนออีกครั้ง

อย่างไรก็ตามหลังจากมีการนำเสนอข่าวนี้ผ่านหลายแพลตฟอร์มยังมีกระแสข่าวว่ายังมีอีกหน่วยงานของรัฐในพื้นที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มีกรณียักยอกเงินหลวงแบบนี้ ยอดเงินกว่า 12 ล้านบาท ผ่านมากว่า 10 ปียังไม่มีความคืบหน้า ที่ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ จะได้เข้าติดตามเรื่องนี้นำเสนอต่อไป

ปิดโหมดสีเทา