• อาทิตย์. มิ.ย. 28th, 2026

เริ่มบานเป็นดอกเห็ด โผล่อีกตุ๋นออมเงินผู้สูงอายุ เสียหาย 20 ล้าน

กาฬสินธุ์ เริ่มบานเป็นดอกเห็ด โผล่อีกตุ๋นออมเงินผู้สูงอายุ เสียหาย 20 ล้าน เรื่องเกิดต้นปี 67 จนผู้เสียหายเสียชีวิตไปหลายรายแล้ว ก็ยังไม่ได้เงินคืน

จากวันก่อนผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้สูงอายุกว่า 30 ราย อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ว่าถูกหลอกให้ออมเงินจากกลุ่มอ้างตัวเป็นสถาบันการเงินที่พร้อมจะให้ดอกเบี้ยสูง แต่ฝากแล้วถอนไม่ได้ ดอกเบี้ยก็ได้แต่ตัวอักษร ทำให้เกิดมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 28 ล้านบาท ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

หลังจากที่เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวที่ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียงติดตามให้ความสนใจจำนวนมาก จึงมีการแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยให้ผู้สูงอายุได้ระมัดระวังในการออมเงิน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพที่แฝงตัวในคราบของสถาบันการเงินเถื่อน ที่ออกกลอุบายต่าง ๆ นานา ล่อใจเหยื่อให้หลงกล

ต่อมาวันที่ 26 มิ.ย. 2569 เพจแฟนข่าวกาฬสินธุ์ ที่มีผู้ติดตาม 2 แสนคน ได้รับข้อความ inbox จากแฟนเพจมาว่า “ผู้สูงอายุ ฝากเงินกับสถาบันการเงินxx แล้วถอนไม่ได้คะ มูลค่าความเสียหายประมาณ 20 ล้าน คะ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ฝากติดตามทำข่าวให้ด้วยคะ” พร้อมส่งหลักฐานรูปภาพ กลุ่มชาวบ้านหลายสิบคนที่รวมตัวกันไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ไว้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2568 เหตุเกิดที่สถาบันการเงินxx ต.หลักเหลี่ยม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2567 และยังสลดใจเมื่อทราบว่าผู้เสียหายหลายรายได้เสียชีวิตแล้ว จึงเป็นภรรยาที่มาเดินเรื่องต่อเพื่อหวังจะได้เงินคืนมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลผลบุญให้ผู้ล่วงลับ

โดยภาพเหตุการณ์ในวันที่ 25 ส.ค. 2568 นางทองจันทร์ พร้อมพวกที่เป็นชาวบ้านตำบลหลักเหลี่ยม ประกอบด้วยหมู่บ้านหลักเหลี่ยม ม.1, ม.4, ม.6 หมู่บ้านสังคมพัฒนา ม.2, ม.5, ม.8, ม.10 จำนวนทั้งหมดประมาณ 55 คน พร้อมกลุ่มบุคคล จำนวน 4 กลุ่ม ได้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับสถาบันการเงินxx ประกอบด้วย  ประธาน, รองประธาน, เลขานุการ และกรรมการ รวม 12 คน ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ก่อตั้งสถาบันการเงินxx ขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โดยรับสมัครสมาชิกภายในตำบลหลักเหลี่ยม ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยผู้ที่เป็นสมาชิกสามารถนำเงินไปฝากกับสถาบันฯ โดยตกลงว่ามีค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 12 บาทต่อปี หรือ 10,000 บาท ละ 100 บาท ซึ่งมีสมาชิกเป็นชาวบ้านภายในตำบลหลักเหลี่ยมไปสมัคร จำนวนมากกว่า 90 ราย และได้มีการนำเงินไปฝากจำนวนมาก เพราะเห็นว่าได้รับค่าตอบแทนดี โดยรวมกันประมาณ 17 ล้านบาท และสถาบันฯ ได้นำเงินของสมาชิกไปปล่อยเงินกู้ให้กับชาวบ้านในตำบลหลักเหลี่ยมในอัตราร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 24 บาทต่อปี ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2567 สมาชิกได้มีการขอถอนเงินออก แต่ทางคณะกรรมการแจ้งว่าไม่มีเงินเหลือ เพราะผู้กู้เงินจากสถาบันฯ ไม่ชำระคืนทั้งต้นและดอกเบี้ย สมาชิกทั้งหมดจึงได้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถถอนเงินที่ตนฝากไว้ได้ และไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้

แม่เรืองอุไร อายุ 61 ปี อยู่บ้านสังคมพัฒนา ตำบลหลักเหลี่ยม อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เป็นเจ้าของเงินที่ไปฝากสถาบันการเงินเดียวกัน มียอดเงินฝากจำนวน 505,000 บาท ดอกเบี้ยก็ไม่ได้เงินต้นก็ถอนไม่ได้มาเป็นปีกว่าแล้ว ไม่มีความคืบหน้าเลย เดือดร้อนมาก ทั้งยังต้องเลี้ยงผู้ป่วยติดเตียง ตนเองก็ป่วยเป็นโรคเบาหวาน อยากได้เงินตัวนี้มารักษาตัวเองก็ไม่ได้สักครั้ง โดยทางกรรมการบอกว่าไม่ให้เงินคนที่ไปฟ้อง จะให้เงินแต่คนที่ไม่ไปฟ้องเท่านั้น จึงอยากได้เงินฝากก้อนสุดท้ายก้อนนี้มาใช้จ่ายในครอบครัว เพราะไม่สามารถไปทำมาหากินอย่างอื่นได้แล้ว เพราะหวังเก็บเงินก้อนนี้ไว้ใช้ จึงอยากฝากนักข่าวช่วยฝากข่าวไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ให้มาช่วยชาวบ้านชี้แจงเรื่องนี้ ว่าเขาเอาเงินไปไหน ทำยังไงถึงจะได้เงินคืนมาให้กับชาวบ้านที่เอาเงินไปฝากกับสถาบันการเงินแห่งนี้

แม่แสง อายุ 76 ปี อยู่บ้านสังคมพัฒนา ตำบลหลักเหลี่ยม อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ สามีเป็นผู้ฝากเงินเสียชีวิตแล้ว เปิดเผยว่า มีเงินฝากอยู่ที่สถาบันการเงินดังกล่าวจำนวน 1 แสนกว่าบาท เป็นชื่อของสามีที่เสียชีวิตแล้ว สามีมาล้มป่วยเพราะไปเบิกเงินแล้วไม่ได้ จะไปถอนเงินมารักษาตัวเองก็ถอนไม่ได้ เกิดความท้อแท้ในชีวิตจนล้มป่วยจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา พอตนเองไปถามจะขอถอนเงินก็บอกว่าไม่ได้ จึงขอฝากให้ผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาให้การช่วยเหลือด้วย เพราะตอนนี้อยู่ตัวคนเดียว อยากได้เงินมาทำบุญให้สามีผู้ล่วงลับด้วย

นางอุไร อายุ 49 ปี อยู่บ้านทรัพย์เจริญ ตำบลหลักเหลี่ยม อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ บอกว่า มียอดเงินฝากจำนวน 170,000 บาท ฝากมาได้ประมาณ 5 ปี แต่ที่เริ่มเบิกเงินไม่ได้คือช่วงประมาณ 2 ปีหลัง โดยกรรมการอ้างว่าเงินที่นำไปปล่อยกู้แล้วไม่สามารถเก็บเงินคืนได้ ก็เลยไม่มีเงินให้สมาชิก พอจะไปถอนเงิน 4-5 พันบาท เพื่อจะได้นำเงินพาพ่อแม่ไปรักษาตัวก็ถอนไม่ได้ มีแต่บอกให้ รอเงิน ๆ ยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้ มีภาระที่ต้องดูแลพ่อแม่ 2 คน จะไปทำงานรับจ้างก็ไม่ได้เพราะต้องอยู่เฝ้าตลอด คุณแม่เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องหาข้าวหาน้ำให้กิน เปลี่ยนแพมเพิสให้ตลอด จึงขอฝากผู้หลักผู้ใหญ่ให้ช่วยชาวบ้านตาดำ ๆ ด้วย

นางละมุล อายุ 70 ปี อยู่บ้านหลักเหลี่ยม ตำบลหลักเหลี่ยม อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ บอกว่า ฝากเงินไว้กับสถานบันฯ แห่งเดียวกันไว้ 60,000 บาท ไม่ได้รับดอกเบี้ยมา 2 ปีแล้ว อยากได้เงินมาใช้รักษาตัวเองมาก ๆ จึงอยากให้นักข่าวและผู้หลักผู้ใหญ่ช่วย เพราะเรื่องเงียบหายไปนานแล้ว

ผู้ป่วยไต นางนุกูล อยู่บ้านหลักเหลี่ยม ตำบลหลักเหลี่ยม อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ฝากเงินไว้ที่เดียวกัน จำนวน 100,000 บาท ตอนนี้ต้องไปฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จึงอยากได้เงินที่ฝากไว้ออกมารักษาตัวเองให้หายจากโรคที่เป็นอยู่ เพราะกลัวตายก่อนได้เงินมาใช้

ด้านความคืบหน้าของเรื่องนี้ พนักงานสอบสวน สภ.นามน ได้ยื่นสำนวนส่งไปที่อัยการเรียบร้อยแล้ว

ปิดโหมดสีเทา