กาฬสินธุ์ คืบหน้า หลวงพ่อหวงหมอนเก็บข้าวของเตรียมย้ายออกจากวัดแล้ว แต่ไม่ได้เอาหมอนใบนั้นไปด้วย
กาฬสินธุ์ บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ชาวบ้านร้องสื่อ สุดทน พบว่าพระอาวุโสอยู่ที่วัดในหมู่บ้าน มีพฤติกรรมก้าวร้าว ช่วยมาสึกให้ด้วย ชาวบ้านเอือมระอาหนัก ถ้ายังละกิเลสไม่ได้ก็ไม่สมควรนุ่งสบงห่มผ้าเหลือง จนญาติก็ไม่เอาด้วยแล้ว ล่าสุดคลิปดังเป็นไวรัลหลังญาติโยมอัดคลิปนาทีพระหัวร้อนชี้หน้าด่า วันเดียวยอดวิวทะลุ 4 ล้านวิว
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยัง วัดแห่งหนึ่ง บ้านโพธิ์ศรี-โพธิ์ชัย ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยชาวบ้าน ไปยังกุฎิของพระรูปดังกล่าว ต่อมาทราบชื่อคือพระปัน อายุ 90 ปี ยืนโวยวายอยู่หน้ากุฎิเจ้าอาวาส
โดยชาวบ้านหลายรายได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเป็นทิศทางเดียวกันคืออยากให้พระรูปนี้ออกไปจากวัดเสียก่อน เนื่องจากตอนนี้ชาวบ้านรู้สึกหมดศรัทธาในตัวพระรูปนี้แล้ว ทำให้ชาวบ้านไม่ใส่บาตร และไม่ค่อยเดินทางเข้ามาทำบุญที่วัดแล้ว หากพระรูปนี้ออกจากวัดไปก็จะทำให้วัดมีความสงบสุข วัดก็จะกลับมาเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวบ้านเหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีกครั้ง
ด้านพระครูโพธิชยานุโยค วัดโพธิ์ชัยบ้านตูม เจ้าคณะตำบลบัวบาน เมตตาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า มูลเหตุได้เข้ามาบวช เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางญาติได้ติดต่อกับทางวัดโพธิ์ชัยบ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ว่าจะนำคนเข้ามาขอทำพิธีบวช 1 คน และก็นำชายคนนี้คือนายปันเข้ามาด้วย แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีคนเข้ามาบวช 2 คน ทำให้นายปันตกกระไดพลอยโจร ได้บวชไปด้วย
โดยหลังจากทำพิธีบวชแล้วพระปัน ได้ไปจำวัดอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในบ้านโพธิ์ศรี-โพธิ์ชัย ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นไม่นานก็ได้เปลี่ยนไปอยู่ วัดแห่งหนึ่ง บ้านดงบัง ต.มหาไชย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งหากจะจำอยู่วัดแห่งนี้ ต้องเปลี่ยนจากมหานิกายมาเป็นธรรมยุต แต่ก็อยู่ได้อีกไม่นาน ก็มีข่าวว่าพระปันได้ย้ายไปจำวัดอยู่จังหวัดตาก ล่าสุดก็ย้ายกลับมาที่วัดแห่งแรกอีกครั้งจนมีคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น
เจ้าคณะตำบลบัวบาน เผยอีกว่า พระปัน เคยถูกผู้นำชุมชนจับเพราะเคยดื่มสุราจนเมาอาละวาด และได้ย้ายออกจากวัดไปแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังกลับมาที่วัดอีก โดยล่าสุดก็จะได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะยังถือว่าพระปันยังทำผิดวินัยสงฆ์ไม่ร้ายแรงจนถึงขั้นจับปาราชิก หรือบังคับให้พระภิกษุที่กระทำความผิดร้ายแรงขั้นสูงสุดตามพระธรรมวินัย (อาบัติปาราชิก) สละสมณเพศหรือลาสิกขา (สึก) ออกจากการเป็นพระ
จากนั้นเวลาประมาณ 20.00 น. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการวัด และชาวบ้าน ได้จัดเวทีประชุมด่วน หารือเรื่องที่กำลังเป็นข่าวดัง ที่พระปันมาขอจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งใน บ้านโพธิ์ศรี-โพธิ์ชัย ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ แล้วมาสร้างวีรกรรมหวงหมอนจนเป็นข่าวดัง
โดยในที่ประชุมมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้ทำการขับพระปันออกจากวัดไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากมาอยู่ฉันข้าวที่ญาติโยมนำมาถวายแล้วยังมีพฤติกรรมปั่นป่วนรายวัน จนชาวบ้านได้เปลี่ยนฉายาให้จากพระปัน เป็น “พระปั่นป่วน”
ล่าสุดวันนี้ (24 ก.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปที่วัดอีกครั้ง ก็พบว่าทางญาติและผู้นำชุมชนได้มาช่วยกันขนย้ายข้าวของของพระปันขึ้นรถ เพื่อย้ายออกไปจำในวัดในจังหวัดตาก โดยมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลยางตลาด มาดูสภาพจิตใจ แต่ยังไม่กล้าลงจากรถเพราะพระปัน ยั่งปั่นป่วน พูดจาโวยวาย ชักแม่น้ำทั้ง 5 อยู่อย่างที่เห็น
โดยระหว่างที่ญาติโยมมาช่วยพระปันเก็บข้าวของ พระปันก็ได้โชว์สร้อยพระ ที่มีทั้งเหรียญของหลวงปู่ศิลา ที่พระปันบอกว่ารุ่นนี้ใส่แล้วยิงไม่เข้า และยังมีเหรียญพระศรีสุวรรณอีกหลายเหรียญด้วย เหรียญละหลายหมื่นบาท
พระปันยังบอกว่าหมู่บ้านนี้มีแต่เปรต ขออยู่ถึงออกพรรษาแล้วจึงจะย้ายชาวบ้านก็ไม่ให้อยู่ กลับมาไล่หลวงปู่ออกกลางพรรษา
พระอาจารย์วิลัย ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดบุญเรืองศรี เมตตากล่าวว่า ในที่ประชุมมีมติว่าให้พระปันหนีออกจากวัดนี้ไปอยู่ที่อื่นที่จังหวัดตาก เพราะหากอยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครศรัทธา ทำให้เสียชื่อวัด ญาติโยมก็ไม่ค่อยมาเข้าทำบุญที่วัด พระที่วัดก็ต่างบิณฑบาตแยกกัน และแยกกันฉันภัตตาหารที่กุฎิตนเอง จากที่จะมีญาติโยมนำปิ่นโตมาถวายก็ไม่มีมานาน
“ตั้งแต่มาขออาศัยที่วัดเป็นพี่จำพรรษา ก็ไม่เคยฟังเจ้าอาวาสและพระรูปอื่น ตอนนี้ทางวัดมีพระอยู่ 3 รูป พอพระปันออกไป ก็จะเหลือพระที่วัด 2 รูป รวมตัวเจ้าอาวาส ตอนนี้ทางวัดก็ดำเนินการตามความคิดเห็นส่วนใหญ่ของญาติโยมแล้ว ส่วนหมอนใบนั้นที่พระปันหวง ก็ไม่ได้เอาไปด้วย” เจ้าอาวาสเมตตากล่าวให้ข้อมูล
– ข่าวต้นเรื่องส่งเข้าระบบวันที่ 23 ก.ย. 2569 กาฬสินธุ์ หมอนข้าใครอย่าแตะ พระหัวร้อนโวยใส่ญาติโยม
– สัมภาษณ์พระอาจารย์วิลัย เจ้าอาวาส
