• จันทร์. ต.ค. 19th, 2026

แห่อาลัยจ่าโจ้ โรโบคอปเมืองนนท์ วัย 29 ปี หนุ่มตำรวจยอดกตัญญูสู้เพื่อแม่

กาฬสินธุ์ แห่อาลัยจ่าโจ้ โรโบคอปเมืองนนท์ วัย 29 ปี หนุ่มตำรวจยอดกตัญญูสู้เพื่อแม่ ถูกตาเฒ่าวัย 70 ปีขับเก๋งตัดหน้าเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

กาฬสินธุ์ เป็นข่าวเศร้าทำเอาชาวกาฬสินธุ์น้ำตาร่วง หลังได้ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้ลูกยอดกตัญญูอย่าง “จ่าโจ้” เจ้าของฉายาโรโบคอปเมืองนนท์ สะเทือนใจในโลกออนไลน์และวงการข้าราชการตำรวจ ที่ ส.ต.อ.ธนวัฒน์ เข้าใจการ เจ้าของเพจเฟสบุ๊กและช่อง TikTok ชื่อดัง “โจ้เม็ดกะจี้” ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุทางถนนเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมาสร้างความอาลัยแก่ผู้ติดตามและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยครอบครัวเตรียมรับร่างไร้วิญญาณมาบำเพ็ญกุศลระหว่างวันที่ 19 – 21 ต.ค. 2569 และจะทำพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 22 ต.ค. 2569 ณ วัดบ้านเกิด ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

ส.ต.อ.ธนวัฒน์ เข้าใจการ “จ่าโจ้” วัย 29 ปี ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ป้องกันปราบปราม (ผบ.หมู่ ป.) สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นตำรวจรุ่นใหม่ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในทางสร้างสรรค์ โดยนำเสนอภาพการทำงานของตำรวจสายตรวจในมุมมองที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก ลบภาพจำที่ตำรวจอาศัยเครื่องแบบเอาเปรียบประชาชนได้เป็นอย่างดียิ่ง

ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จ่าโจ้มักจะสวมใส่ชุดเกราะ ติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และกล้องบันทึกภาพแบบจัดเต็มรอบตัว เพื่อเก็บข้อมูลภาพ/รายละเอียดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เพื่อใช้เป็นข้อมูล/หลักฐานในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน จนประชาชนและผู้พบเห็นเปรียบเป็น “โรโบคอปเมืองไทย” คล้ายกับหุ่นยนต์ตำรวจในภาพยนตร์ชื่อดัง คลิปวิดีโอปฏิบัติหน้าที่และคอนเท้นต์สนุกๆ ของเขาถูกแชร์ต่อจนกลายเป็นไวรัล

โดยสื่อหลายสำนักได้รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.40 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 บริเวณถนนบางกรวย-ไทรน้อย ใกล้ปากซอยแปดหมื่น ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี

ขณะที่ ส.ต.อ. ธนวัฒน์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับตามเส้นทางปกติ แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีรถยนต์เก๋งคันคู่กรณีเลี้ยวออกจากซอยข้างทาง เพื่อเลี้ยวกลับรถอย่างกะทันหัน ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้รถจักรยานยนต์ของ ส.ต.อ. ธนวัฒน์ พุ่งชนเข้าที่บริเวณประตูฝั่งคนขับของรถยนต์อย่างแรง ความรุนแรงของแรงกระแทกส่งผลให้ร่างของเขาไถลไปกับพื้นถนน และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที แม้เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะพยายามเข้าช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถทำให้ชีพจรกลับขึ้นมาได้

หลายคนมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียบุคลากรตำรวจที่มีคุณภาพ และเป็นที่รักของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะเพื่อนร่วมถนนที่ขาดวินัยจราจร ที่ทำการเลี้ยวรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนเมืองไทย ทำให้เพื่อนร่วมถนนต้องได้รับอันตรายถึงชีวิต หวังให้มีบทลงโทษหนักเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อทุกชีวิตที่ใช้เส้นทางร่วมกัน

ล่าสุดวันนี้ (19 ต.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านเกิดของจ่าโจ้ ที่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 10 บ้านบึง ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พบว่าพี่สาวของจ่าโจ้อยู่ระหว่างเดินทางไปรับศพที่จังหวัดนนทบุรี ส่วนคุณแม่เปิดใจสงสารลูกชายยอดกตัญญู ที่ทำงานเซเว่นเก็บเงิน 1 ปี เงินเดือนให้แม่เดือนละ 5,000 บาททุกเดือน ก่อนเข้าติวสอบตำรวจก็สอบติดได้ทันที

คุณแม่ประนอม เข้าใจการ มารดาจ่าโจ้ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า “ล่าสุดได้พูดคุยกับลูกชาย แล้วได้บอกลูกว่าให้ระมัดระวังในระหว่างทำงาน ที่ตนเองบอกย้ำไว้ตลอด เพราะลูกทำงานเสี่ยง หากได้ไปทำบุญที่วัดไหนก็จะอธิฐานตลอดให้ลูกปลอดภัย แต่มันก็ไม่เป็นจริงเหมือนคำที่ขอไว้ ส่วนเรื่องคู่กรณีได้ยินว่าลูกสาวบอกว่าเขาช่วยค่าทำศพมา 50,000 บาท แล้วจะเดินทางมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลด้วย”

“ตอนลูกทำงานที่เซเว่น ตนเองมีอาชีพขายผ้าหาเงินส่งลูกเรียน เพราะสามีเสียชีวิตไปแล้ว ส่งลูกเรียน 2 คน คือลูกสาวคนโตและลูกชายคือจ่าโจ้ ตอนจบ ม.6 ได้ถามลูกชายว่าไม่อยากไปเรียนต่อหรือ ลูกชายจึงบอกว่าจะทำงานหาเงินเอง ให้คุณแม่ส่งพี่สาวเรียนต่อได้เลยจะได้ไม่เป็นภาระหนัก แต่ละเดือนลูกชายจะให้เงินคุณแม่ทุกเดือนๆ ละ 5,000 บาท แล้วซื้อจักรยานปั่นไปทำงาน เพื่อเก็บเงินไว้ไปเข้าติวเตอร์ วันหยุดก็ไม่อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไปช่วยเพื่อนที่ทำงาน เป็นเด็กที่มีมานะ มีสัจจะพูดคำไหนคำนั้น และเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนภาษาที่ประเทศรัสเซีย” คุณแม่กล่าวถึงความภาคภูมิใจในตัวลูกชายที่มีมานะจนถึงวันสุดท้าย

คุณแม่จ่าโจ้ กล่าวอีกว่า “ก่อนวันเกิดเหตุเศร้า ไม่ได้มีลางสังหรณ์มาบอกแต่อย่างใด มีแต่เพียงฝูงกาที่มาบินวนอยู่ปลายต้นมะขามข้างบ้าน แล้วหมู่บ้านนี้ก็แปลก หากเห็นฝูงกามาบินแถวบ้านจะมีคนเสียชีวิต ก็จะคิดว่าจะเกิดกับครอบครัวของตนเองจริง ๆ”

จ่าโจ้ผู้เป็นแบบอย่างของลูกกตัญญู มีเส้นทางชีวิตที่ต่อสู้ด้วยวิถีของชายนักต่อสู้ เรียนจบระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนบึงสว่างวิทยาคม จากนั้นไปเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกมลาไสย แล้วทำงานที่เซเว่น 1 ปี เก็บเงินเข้าติวเตอร์แล้วสอบติดข้าราชการตำรวจทันที รับราชการที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี มาได้จำนวน 9 ปี ก็เกิดมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุของคนที่ไม่เคารพกฎจราจรอย่างน่าใจหายอย่างที่เห็น

โดยครอบครัวจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดบ้านบึง ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 19 – 21 ตุลาคม 2569 และจะทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569

ปิดโหมดสีเทา