กาฬสินธุ์ หลวงตายังหวังได้เงินก้อนสุดท้ายครบทุกจำนวนไว้ทำบุญ หลังสืบกมลาไสยจับผู้ต้องหาได้แต่บอกว่าอาจจะไม่ได้เงินคืน สุดท้ายโพสต์บอกว่าได้ครึ่งเดียว แล้วส่วนที่เหลือไปไหน
กาฬสินธุ์ เป็นงงแถมอลเวง หลังชาวโซเชียลชื่นชมตำรวจสืบ สภ.กมลาไสย ที่โชว์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ หลังปีที่ผ่านมาหลวงตารูปนี้ถูกลักเงินไป 50,000 บาท แต่ตามจับไม่ได้ ปีนี้ถูกงัดกุฎิกลางวันแสก ๆ ได้เงินสดไปอีก 40,000 บาท สุดท้ายก็มีข่าวดีว่าจับผู้ต้องหาได้ ชุดจับกุมบางคนบอกว่าหลวงตาอาจจะไม่ได้เงินคืนจนทำให้ท้อใจ เพราะหลวงตาหวังเอาเงินก้อนสุดท้ายไว้ทำบุญให้ลูกหลาน อายุ 70 ปีแล้วคงจะรับกิจนิมนต์น้อยลง ล่าสุดหนึ่งในชุดสืบบอกว่าได้เงินคืนเกินบางส่วนจึงโพสต์โชว์ผลงานของเคสนี้
วันนี้ (20 ต.ค. 2569) ที่เฟสบุ๊กผู้ใช้บัญชีรายหนึ่งที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก เนื่องจากคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบของ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้อัพเดตข่าวคราวความเคลื่อนไหว ในการปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ในเคสที่มีผู้ต้องหาได้มาลักเงินในกุฎิของพระวัย 70 ปี ในพื้นที่รับผิดชอบ
เท้าความเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากเมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. พระสงวน นาสินเพิ่ม อายุ 72 ปี ที่ ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปพบ ร.ต.อ.อดิศักดิ์ บุญไชยโย พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย เนื่องจากเวลา 05.30 น. ได้ออกจากกุฎิไปทำวัดเช้าและออกบิณฑบาตตามปกติ ต่อมาเวลา 06.30 น. กลับมาจากบิณฑบาตแล้วกลับเข้าไปในกุฎิปรากฏว่ากระเป๋าสตางค์หายไป โดยมีทรัพย์สินเป็นเงินสด จำนวน 40,000 บาท หายไปด้วย ไม่ทราบว่ามีผู้ใดเป็นคนลักเอาไป จึงได้เดินทางเข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แล้วยังพบว่าปีที่ผ่านมายังถูกหัวขโมยมาลักเงินสดไป 50,00 บาท ไปแจ้งความแต่ก็ไร้วี่แวว จับโจรไม่ได้
ต้องชื่นชมเพราะผ่านมาได้ 5 วัน ทีมงานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.กมลาไสย ทำงานอย่างหนัก ไล่กล้องจากจุดเกิดเหตุ จนข้ามฝั่งลำน้ำชีไปถึงจังหวัดร้อยเอ็ด จนมีข่าวดีในที่สุด สามารถจับกุมคนร้ายใจบาป ที่ตระเวนลักทรัพย์ ทั้งเงินสด สิ่งของมีค่าได้ในที่สุดแล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊กให้ผู้เสียหาย ได้ตรวจสอบภาพว่าหากพบเป็นสินทรัพย์หรือสิ่งของที่ได้ถูกโจรกรรมไปให้มาติดต่อขอรับได้ที่ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์
ต่อมาผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปที่ สภ.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พบว่าหลวงตาผู้เสียหาย อยู่ระหว่างให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนานกว่า 3 ชั่วโมง พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าหวังอยากได้เงินก้อนสุดท้ายคืน เพราะอายุเยอะแล้ว จะนำเงินส่วนนี้ไว้ให้ญาติโยมที่เป็นลูกหลานไว้ทำบุญในช่วงสุดท้ายของชีวิต
พระสงวน เมตตาเปิดเผยว่า “ตำรวจมารับตัวไปแต่ไม่ได้พูดเรื่องคดีให้ฟัง ไปตั้งแต่บ่าย 2 จนถึง 5 โมงเย็น ก็ไปนั่งฟังเขาพูดคุยกัน แล้วพิมพ์เอกสาร บอกว่าจับผู้ต้องสงสัยได้แล้วแต่ยังไม่ได้เห็นหน้า แล้วก่อนที่จะลงมาจากโรงพักเขาบอกว่าเงินจะไม่ได้คืน จึงสงสัยว่าทำไมถึงจะไม่ได้เงินคืน เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตหลวงตา จะนำมาเก็บไว้ใช้สอยและให้ลูกหลานไว้ทำบุญ ตอนตำรวจมาบอกว่าจับคนร้ายได้แล้วก็ดีใจ แต่หากจับแล้วได้เงินไม่ครบก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่มาบอกว่าไม่ได้เงินคืนก็ยังสงสัย เพราะปีที่แล้วก็ถูกขโมยเงิน 50,000 บาท ไปแจ้งความที่ สภ.แห่งนี้ก็ไม่สามารถตามจับคนร้ายได้ เขาไม่ตามคดีให้เลย หายเงียบ มาแค่ถ่ายรูปแล้วก็หายไป แต่ครั้งนี้เป็นข่าวขึ้นมาก็เลยตามให้ ความหวังหลวงตาคือได้เงินคืนเพื่อใช้เป็นก้อนสุดท้าย”
