กาฬสินธุ์ สร้างทีมกาฬสินธุ์ปกป้องคุ้มครองชาวน้ำดำ เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมทอดผ้าป่าของกองทุนแม่ของแผ่นดิน 11 มกราคมนี้
จังหวัดกาฬสินธุ์ สร้าง “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” เฝ้าระวัง-ส่งต่อ-ติดตามดูแล ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด มุ่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน เชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมทอดผ้าป่าของกองทุนแม่ของแผ่นดิน 11 มกราคมนี้
วันพุธ ที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ หมู่ที่ 11 ตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสันติ จัตุพันธ์ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ นางเบญจมาศ ลิ้มสุขศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดในชุมชน ด้วยกลไกล “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” พร้อมติดตามวางแผนการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในครอบครัวผู้ป่วยยาเสพติด โดยมีนายอำเภอยางตลาด ผู้อำนวยการโรงพยายาลยางตลาด หัวหน้าส่วนราชการอำเภอยางตลาด ผู้นำชุมชน ร่วมให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่หมู่ที่ 11 ตำบลหนองอิเฒ่า อำเภอยางตลาด ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด โดยอาศัยอยู่กับบุตรชายอายุ 9 ขวบ ซึ่งผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดรายนี้มีพฤติกรรมก่อความรุนแรงกับบุคคลในครอบครัว และคนในชุมชน โดย”ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” ในพื้นที่ของตำบลหนองอีเฒ่า อำเภอยางตลาด ได้รับการประสานความช่วยเหลือจากชุมชนให้มาช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้นำชุมชน จึงได้มีการประเมินอาการผู้ป่วย โดยผู้ป่วยและญาติมีความสมัครใจ และอยากให้นำตัวออกไปบำบัดรักษานอกพื้นที่ ทางทีมกาฬสินธุ์ปกป้องฯ จึงได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และโรงพยาบาลยางตลาด ในการนำตัวผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษายังโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น ในส่วนของการดูแลบุตรของผู้ป่วยนั้น ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ให้นักสังคมสงเคราะห์ทำการประเมินเด็กและความพร้อมของครอบครัวเครือญาติที่จะรับดูแล พร้อมทั้งพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและครอบครัวญาติที่จะรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูเด็กตามระเบียบว่าด้วยการให้การสงเคราะห์เด็ก ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่อไป
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ได้กําหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นวาระสำคัญ เร่งด่วน ของจังหวัด ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย จึงได้ร่วมกันกำหนดแผนงานโครงการโดยเน้นการสร้างกระแสให้ทุกภาคส่วนในสังคมเกิดการตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัยในหมู่บ้าน/ชุมชน และลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในทุกพื้นที่
โดยที่ผ่านมาเราได้เน้นย้ำให้ทั้ง 18 อำเภอ ทำงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านป้องกัน บำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ และติดตามช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยขับเคลื่อนในรูปแบบของการประสานความร่วมจากทุกภาคส่วน ในนามของ “ทีมกาฬสินธุ์” (Team Kalasin) เพื่อสอดประสานและขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ประกอบด้วย นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ซึ่งถือเป็นเสาหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำในการปราบปรามยาเสพติด เพื่อตัดวงจรการผู้ค้ายาเสพติด เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนักค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง ขยายผลผู้ค้าจากผู้เสพทุกรายให้ครบทั้งวงจรโดยเร่งด่วน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันในส่วนของการปฏิบัติการและในส่วนของข้อมูลการข่าว ระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่บูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทุกอำเภอมุ่งลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด และลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาผู้ที่มีอาการจิตเวชจากยาเสพติด โดยทำการ Re X-ray ค้นหาผู้ที่มีอาการจิตเวชจากยาเสพติด ผ่านการประเมิน/คัดกรอง/ตรวจสอบยืนยันข้อมูลให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อที่จะได้นำผู้ป่วยเข้าบำบัดรักษา และให้มีระบบในการติดตามดูแล ช่วยเหลือ เฝ้าระวังภายหลังกลับสู่ชุมชน
จากการขับเคลื่อนกระบวนการดังกล่าว พบผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จำนวน 131 ราย จากผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดทั้งหมดประมาณ 8,000 ราย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ดูแลยุ่งยากซับซ้อน บางรายอยู่ในสภาวะของการขาดการกินยาต่อเนื่อง บางรายมีการใช้สารเสพติดร่วม และบางรายเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) หากปล่อยให้อยู่ในชุมชนโดยขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและเข้มงวด ก็จะเสี่ยงต่อการก่อเหตุอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของคนในชุมชน ดังที่ปรากฏตามข่าวสารที่ได้รับทราบกัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบนโยบายและแนวทางในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดแบบครบวงจร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว และสร้างความสงบสุขให้กับคนในชุมชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข จึงได้กำหนดโมเดลในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ผ่านกลไกลที่ชื่อว่า “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” อันประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ประสานพลังเพื่อร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีภารกิจ “ปกป้องจากผู้ค้า” , “ปกป้องจากการกลับไปเสพซ้ำ” , “ปกป้องจากอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น” และ “ปกป้องจากการเกิดอาการทางจิตกำเริบ” โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการก่อความรุนแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เป็นที่เบื่อหน่ายของสังคม มีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อน รำคาญ ทีมผู้ปกป้องฯ จะร่วมกันนำส่งผู้ป่วยเพื่อรักษาอาการทางจิต มีการดูแลแบบองค์รวมร่วมกับครอบครัวและชุมชนเพื่อให้มีความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความสมัครใจเข้ารับการบำบัด เพียงแจ้ง “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” ซึ่งขับเคลื่อนโดยฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะได้ทำการประสานงานเพื่อคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ และส่งเข้ารับการบำบัดอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอคิว เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการบริการอย่างครอบคลุม โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ประสานความร่วมมือส่งต่อการรักษาระหว่างโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กับโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ มูลนิธิวัดสวนแก้ว อ. คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาสากลเวชธรรม และโรงพยาบาลมินิธัญญารักษ์แห่งต่างๆ เป็นต้น โดยจะทำการส่งต่อการรักษาตามกระบวนการจนกว่าผู้ป่วยจะมีอาการที่ดีขึ้นถึงจะสามารถกลับเข้าสู่ชุมชนได้ และเมื่อผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาอาการทางจิต บำบัดรักษายาเสพติด เป็นที่เรียบร้อย ก่อนการเดินทางกลับเข้าพื้นที่ กรณีที่ต้องการการช่วยเหลือทางสังคม จะประสานศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม (อปท.) มีการเตรียมชุมชน ครอบครัว เตรียมทีมผู้ปกป้อง ที่จะทำการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นหายจากการติดยาเสพติด ไม่กลับไปเสพซ้ำ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพื่อความสงบสุข ปลอดภัย และความอุ่นใจของคนในชุมชน
นอกจากนี้จังหวัดกาฬสินธุ์ยังได้จัดตั้งกองทุนแม่แก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ขึ้น โดยเป็นกองทุนที่เกิดจากการทอดผ้าป่าของกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 438 หมู่บ้าน และความร่วมมือสนับสนุนช่วยเหลือจากส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะทำการทอดผ้าป่าในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 เพื่อมุ่งหวังให้ใช้เป็นกองทุนในการสนับการทำงานของ “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” และมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน
การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยทุกภาคส่วน และที่สำคัญเลยคือต้องได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ขอให้ความเชื่อมั่นกับชาวกาฬสินธุ์ว่า ในทุกวันนี้ทุกภาคส่วนของเราได้จับมือบูรณาการร่วมกันที่จะช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องใช้เวลา ความร่วมมือ และความอดทน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยการมุ่งเน้นการป้องกัน บำบัดฟื้นฟู และปราบปรามควบคู่กันไป จะช่วยลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด และสร้างโอกาสให้ผู้ที่เคยหลงผิดได้เริ่มต้นใหม่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหายาเสพติดร่วมกัน ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาช่วยกันดูแลสอดส่อง แจ้งเบาะแส เฝ้าระวัง และป้องกันลูกหลานไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมเมืองกาฬสินธุ์ที่ปราศจากยาเสพติด สร้างสังคมที่ปลอดภัย และเป็นสังคมน่าอยู่ คือเป้าหมายสำคัญที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดขึ้นจริง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวในช่วงท้าย
