• อังคาร. ธ.ค. 6th, 2022

แฟนบอลเศร้า เป็น 1 ใน 16 จังหวัดของประเทศ ที่ไม่มีทีมฟุตบอลอาชีพในฤดูกาล 2022-23 หวังอยากให้กาฬสินธุ์เอฟซีกลับมา

แฟนบอลชาวจังหวัดกาฬสินธุ์อดเชียร์ฟุตบอลอาชีพ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ไม่มีทีมฟุตบอลอาชีพในฤดูกาล 2022-23 ร่วมกับอีก 15 จังหวัดของประเทศ ถึงจังหวัดกาฬสินธุ์จะเป็นจังหวัดที่มีจำนวนประชากรเกือบ 1 ล้านคน มีนักการเมืองระดับประเทศที่มีศักยภาพและความสามารถถึงระดับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และ ส.ส. หลายคน ก็ยังไม่สามารถสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมาเข้าสู่ลีกอาชีพของไทยในปีนี้ได้เลย

แฟนบอลคนหนึ่งกล่าวถึงความรู้สึกที่จังหวัดของตนเองไม่มีทีมฟุตบอลเข้าไปเล่นในลีกอาชีพของประเทศว่า “ก่อนหน้านี้เรามีทีมกาฬสินธุ์เอฟซี ฉายาโปงลางคะนอง เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยเทศบาลตำบลโคกศรี อำเภอยางตลาด และต่อมาได้รับการเห็นชอบจากสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้มีการจัดตั้งเป็นสโมสรฟุตบอลของจังหวัดขึ้น และส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูกาล 2553 โดยได้รับการสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หลังจากก่อตั้งสโมสร นายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีตำบลโคกศรีในขณะนั้น ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานสโมสรเป็นคนแรก ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลที่เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของแฟนบอลชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีแฟนบอลที่ติดตามเชียร์เป็นจำนวนมาก เป็นกระแสฟีเวอร์ “กาฬสินธุ์เอฟซี” อย่างกว้างขวาง”

“ฤดูกาล 2555 สโมสรได้นายชานุวัฒน์ วรามิตร เข้ามาเป็นประธานสโมสรคนใหม่ และสามารถทำทีมกาฬสินธุ์เอฟซีเลื่อนชั้นจาก T4 ขึ้นสู่ T3 ในปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) โดยการคุมทีมของโค้ชเอ๋ “ศุภกิจ สุวรรณโชติ” แต่หลังจากโค้ชเอ๋พาทีมเลื่อนชั้นได้แล้ว ต้นฤดูกาล 2017 ก็ทำผลงานดี มีลุ้นติดท็อปไฟว์ ในศึก “ยูโร่ เค้ก ลีกโปร 2017” โซนตอนบนของประเทศ โดยขณะนั้นตามทีมอันดับ 5 อย่างแพร่ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ก็ต้องแยกทางกับกาฬสินธุ์เอฟซีเพราะปัญหาภายในทีมผู้ฝึกสอน และต่อมาเพียง 2 ปี กาฬสินธุ์เอฟซีก็ตกชั้นสู่ออมสินลีก (อเมเจอร์ลีก) ในปี 2019 ทำผลงานได้เพียงเสมอกับทีมสุรินทร์ซูก้า โขงชีมูล เอฟซี 1-1 ในบ้านตัวเอง”

“ตอนนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดเรา ที่มีความพร้อมทั้งด้านเม็ดเงิน, การทำงานเป็นมืออาชีพ เข้ามาทำทีมกาฬสินธุ์เอฟซีให้กลับมาโลดแล่นในลีกอาชีพอีกสักครั้ง เพราะการชมและเชียร์กีฬาฟุตบอล ที่เป็นกีฬาสากลระดับโลก สามารถสอนให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักออกกำลังกาย เล่นกีฬาให้รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย และยังเป็นอีกวิธีที่ให้เด็กและเยาวชนของบ้านเราห่างไกลยาเสพติดที่กำลังระบาดอย่างหนักควบคู่ไปอีกด้วย เป็นการสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดและสร้างเศรษฐกิจให้คนในชุมชนอย่างดีไปด้วย” แฟนบอลกล่าวเพิ่ม