กาฬสินธุ์ ตำรวจตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาสัสดีปืนโหด ปมเครียดโดนสั่งย้าย 15 กม. แต่โซเชียลลือสนั่นหลายอย่าง
จากเหตุการณ์ระทึก เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ จนเป็นข่าวดังทั้งจังหวัด เหตุการณ์สัสดีจังหวัดเสียชีวิตคาที่ เป็นลูกน้องปืนโหด โมโหโดนตั้งกรรมการสอบแถมเครียดถูกโดนย้ายข้ามอำเภอจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ไปอำเภอกมลาไสย ระยะทาง 15 กิโลเมตร ได้ตัดสินใจลงมือลั่นไกจบชีวิตราชการทั้งคู่ คนหนึ่งตายคนหนึ่งเข้าคุก หลังลั่นไกรอมอบตัวในที่เกิดเหตุอย่างใจเย็น โดยไม่มีสีหน้าเครียดแต่อย่างใด
วันนี้ เวลาประมาณ 09.30 น. ร.ต.อ.หญิง พิมพ์ชนก พรหมทะสาร พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า เกิดเหตุระทึกมีคนเสียชีวิต จึงได้รุดไปที่เกิดเหตุทันที โดยเหตุเกิดห้องสัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
ต่อมาหลังเกิดเหตุ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ทันที พร้อมผู้ว่าฯ ได้ให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ ด้านผู้การฯ ก็ได้สอบปากคำกับผู้ก่อเหตุด้วยตัวเอง
ส.อ.พลากร ผู้อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า เช้าวันนี้จะมีการประชุมเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบผู้ก่อเหตุ คือ ร.ท.ทินกร รับราชการทหาร ตำแหน่งเสมียนสัสดีอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยได้เข้าไปนั่งคุยกับผู้ตายในห้องทำงาน ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา คือ พ.อ.กรวิกานนท์ สัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่กี่นาที ก็เห็นผู้ก่อเหตุตัดสินใจใช้อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ บาเร็ตต้า ขนาด 9 มม. รัวใส่หลายนัด ใส่ตัวผู้ตายจนล้มลงกองกับพื้น ทำให้เจ้าหน้าที่ในห้องต่างตกใจวิ่งหนีตายกันออกจากห้อง แต่ตนเองตัดสินใจอยู่ในห้อง เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุที่ทำงานด้วยกันให้สงบสติอารมณ์เพื่อให้รอมอบตัวแต่โดยดี
โดยพฤติการณ์แห่งคดีโดยย่อ ตามวันเวลาสถานที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.หญิง พิมพ์ชนก พรหมทะสาร พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าวันนี้ (17 มิ.ย. 2569) เวลาประมาณ 09.30 น. ร.ท.ทินกร ซึ่งอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนและถูกสั่งให้มาช่วยราชการ ได้ใช้อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม. ยิง พ.อ.กรวิกานนท์ สัสดีจังหวัดกาฬสินธุ์ กระสุนถูกตามร่างกายประมาณ 8 นัด ส่งผลให้ผู้ตายเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
มูลเหตุจูงใจ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องการปฏิบัติงาน ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่อื่น ผู้ต้องหาจึงขึ้นมาเคลียร์ใจ แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงใช้อาวุธปืนส่วนตัวยิงไปที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย และได้รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาไว้ก่อน
เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำผู้ก่อเหตุโดยละเอียดอีกครั้งถึงแรงจูงใจที่แท้จริง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอาญาขั้นสูงสุดต่อไป เนื่องจากยังมีกระแสในโลกโซเชียลว่าผู้ก่อเหตุและผู้ตายเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน อายุ 59 ปีเท่ากัน เดี๋ยวก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว เกิดอะไรกับวงการข้าราชการหรือไม่
จึงอยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ว่าชีวิตกว่าจะรับราชการจนจะเกษียณอายุ หากผู้ก่อเหตุมีสติ ทั้ง 2 คน ก็จะออกไปใช้ชีวิตในบั้นปลายชีวิตที่ดี และอาจจะได้เป็นเพื่อนที่คอยดูแลกันไปจนแก่เฒ่าอย่างมีความสุขก็ได้
