• อาทิตย์. เม.ย. 21st, 2024

เช็กเลย! กลากและเกลื้อนต่างกันไหม รักษาอย่างไรให้หายขาด

คัน ๆ เกา ๆ จนเสียบุคลิก ซ้ำร้ายยังมีดวงขาว ๆ ไม่น่ามองจนทำให้ขาดความมั่นใจ อยากรักษาให้หายแต่ไม่รู้ต้องทำอย่างไรดี ที่สำคัญยังไม่แน่ว่าอาการที่เป็นอยู่นั้น เป็นกลากหรือเกลื้อนกันแน่ จะได้รักษาให้ตรงจุด เพื่อช่วยจบปัญหาความคัน และคืนความมั่นใจให้แก่คุณ เราจะมาบอกให้ได้รู้กันว่ากลากและเกลื้อนต่างกันไหม และต้องใช้วิธีรักษาอย่างไรให้หายขาด อยากรู้ตามไปดูคำตอบกันเลย

กลากและเกลื้อนต่างกันอย่างไร

ก่อนที่เราจะไปดูกันว่ากลากและเกลื้อนต้องรักษาอย่างไรให้หายขาด เราต้องมาแยกให้ชัดกันก่อนว่า กลากและเกลื้อนต่างกันอย่างไร

ถึงแม้ว่ากลากและเกลื้อนเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา แต่มีสาเหตุการเกิด ลักษณะอาการ อีกทั้งกลากและเกลื้อนยังมีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน สามารถแยกได้ดังต่อไปนี้

  • กลาก เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Dermatophyte เชื้อราชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและชื้น มักพบบริเวณผิวหนังที่มีต่อมเหงื่อและไขมันมาก เช่น ศีรษะ หน้า ลำตัว แขนขา มือ เท้า ขาหนีบ และเล็บ

ลักษณะอาการของกลาก มักพบเป็นผื่นแดงรูปวงแหวน ขอบเขตชัดเจน มีอาการคัน อาจพบขุยหรือสะเก็ดลอกบาง ๆ ที่ขอบวงแหวน

  • เกลื้อน เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Malassezia furfur เชื้อราชนิดนี้อาศัยอยู่ตามผิวหนังของคนทั่วไป มักพบบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก หลัง และไหล่ลักษณะอาการของเกลื้อน มักพบเป็นผื่นเป็นดวงเล็ก ๆ สีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน มีขุยละเอียดหรือสะเก็ดของผิวหนังที่แห้ง ซึ่งสามารถขูดออกมาได้ ในคนที่มีผิวมันอาจไม่พบขุยหรือเศษของผิวหนังอาจพบเพียงรอยด่างตามผิวหนัง

กลากและเกลื้อนมีวิธีรักษาให้หายขาดอย่างไร

              เมื่อได้รู้ถึงความแตกต่างของกลากและเกลื้อนกันไปแล้ว เรามาดูวิธีรักษากันต่อเลย

กลากและเกลื้อนสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาทาต้านเชื้อรา โดยยาทาต้านเชื้อรามีให้เลือกหลายชนิด ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อราและความรุนแรงของอาการ ยาต้านเชื้อราบางชนิดสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่หากอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาทาหรือยารับประทาน

นอกจากนี้ ยังควรป้องกันไม่ให้โรคกลากเกลื้อนกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งสามารถมีวิธีในการป้องกัน ดังต่อไปนี้

  • กลากและเกลื้อนสามารถติดต่อกันได้จากการสัมผัสผิวหนังโดยตรง เช่น การใช้เสื้อผ้า ผ้าขนหนู หรือรองเท้าร่วมกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • รักษาความสะอาดของร่างกาย หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรค
  • สวมเสื้อผ้าที่สะอาดและระบายอากาศได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนที่เป็นโรคกลากหรือเกลื้อน

หากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีผื่นคัน มีลักษณะคล้ายกลากหรือเกลื้อน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง