กาฬสินธุ์ ผู้ใหญ่บ้านขอโทษสังคมที่แก้ไขปัญหาได้ไม่เต็ม 100% นอนไม่หลับทั้งคืน หลังลูกบ้านก่อเหตุฆ่าแม่อย่างโหดเหี้ยม
วันนี้ (15 ส.ค. 2569) ชื่นชมผู้นำชุมชน ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว แต่ด้วยเนื่องจากภัยเงียบของสังคมแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ล่าสุดวานนี้ (14 ส.ค. 2569) ที่เพจเสียงไทบ้านนิวส์ ได้โพสต์เหตุสลดรับเดือนวันแม่ หนุ่ม 25 ปีป่วยจิตเป็นทาสยา ลูกทรพี คลั่งฟันคอคุณแม่แท้ ๆ ดับ คาป่าหลังบ้าน ล่าสุดผู้ใหญ่บ้านเข้าระงับเหตุเห็นภาพสลดติดตา นอนไม่หลับทั้งคืน เผยว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งแรกของหมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 15.30 น. ร.ต.อ.สาคร สาระกรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.สหัสขันธ์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุ ลูกชาย ใช้อาวุธมีด ฟันคอ มารดาเสียชีวิตเหตุเกิดที่ หมู่บ้านนามน หมู่ 6 ตำบลโนนแหลมทอง อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจิตรไวทยะ ผกก.สภ.สหัสขันธ์รับทราบ พร้อมกับเดินทางผู้ตรวจสอบที่เกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 147/1 หมู่ 6 บ้านนามน พบศพ นางบุญล้ำ อายุ 70 ปี สภาพศพถูกฟันคอขาดศีรษะเละ นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้น ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายชานนท์ อายุ 25 ปี นั่งอยู่บนแคร่ไม้ในที่เกิดเหตุ พร้อมอาวุธมีดที่ก่อเหตุข้างกาย 3 เล่ม ทางเจ้าหน้าที่จึงได้พูดเกลี้ยกล่อมและเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยละม่อม พร้อมกับนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.สหัสขันธ์ และทำการตรวจสารเสพติดในร่างกายแต่ไม่พบ ปัสสาวะมีผลเป็นบวกแต่อย่างใด (เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจถึง 4 ครั้งแต่ก็ไม่พบว่าปัสสาวะมีผลเป็นบวกทั้ง 4 ครั้ง)
สอบถามเบื้องต้นทราบว่านายชานนท์ เป็นบุคคลจิตเวชรักษาอาการป่วย จากยาเสพติด มาตั้งแต่ปี 2564 เคยเข้ารับการบำบัดหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่หายดี ต้องรับยา จิตเวชอยู่เป็นประจำโดยประวัติการรับยาจิตเวชจากโรงพยาบาลสหัสขันธ์ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ทั้งยาเม็ดและยาฉีด
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายชานนท์ มีอาการหลอนอาจจะเกิดจากอาการ ขาดการทานยา จิตเวช อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ผลตรวจที่ผ่านมา จากโรงพยาบาล ครั้งล่าสุดที่ไปรับยาจิตเวช ก็ยังไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าบุพการีส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนศพของนางบุญล้ำมารดาผู้เสียชีวิต ทางญาติพี่น้องและชาวบ้านได้จัดการประกอบพิธีทางศาสนาโดยการนำศพไปประกอบพิธีฌาปนกิจศพที่วัดโดยทันที เนื่องจากประเพณีของชาวบ้านนามนหากเป็นศพตายโหงจะไม่เก็บไว้สวดพระอภิธรรมแต่อย่างใด แต่จะรีบดำเนินการฝังหรือไม่ก็ทำการฌาปนกิจศพเลยทันที
ล่าสุดวันนี้ (15 ส.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปยังวัดที่ใช้งานฌาปนกิจศพนางบุญล้ำ อายุ 70 ปี พบผู้ใหญ่บ้าน คณะ อสม. ได้ช่วยกันเก็บสถานที่เรียบร้อยแล้ว
จากการสอบถาม นายสายัณห์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านนามนเปิดเผยว่า เหตุการณ์สลดในวานนี้ถือว่าเป็นเคสแรกของหมู่บ้าน ที่มีการฆ่ากันตายแบบนี้ ส่วนมากก็จะมีเหตุคลุ้มคลั่งอาละวาดธรรมดา ทางผู้นำชุมชนก็เข้าระงับเหตุได้ทันเวลา แต่เคสนี้ยอมรับว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช มีผู้นำชุมชน อสม. ไปช่วยเหลือทุกแนวทาง จนสามารถเลิกยาเสพติดได้ ตรวจฉี่ทุกครั้งก็ไม่พบสารเสพติด แต่คาดว่าสติสัมปชัญญะเสียไปแล้ว ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ โดยมีการให้รับประทานยามาโดยตลอด
“เหตุที่เกิด ตนเองคิดว่าเกิดจากความเครียดที่ไม่เห็นแม่ตัวเองอยู่บ้าน เพราะคุณแม่เป็นคนชอบทำบุญ เป็นคนธรรมะธรรมโม ไปวัดไปวาตลอดไม่เคยขาด ประกอบกับเมื่อวานนี้เป็นงานใหญ่อยู่ที่วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) มีการประชุมเพลิงเจ้าอาวาสที่มรณะที่เป็นพระเกจิอาจารย์สายปฏิบัติชื่อดังของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตัวคุณแม่ก็เลยไปทำบุญตั้งแต่เช้า ทำให้ลูกชายตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นคุณแม่ จึงเดินทางไปตามหาคุณแม่ที่วัดภูค่าว ไปตามหาอยู่ 3 รอบก็ไม่เจอ เพราะคนเยอะมาก จึงเกิดความโมโห เป็นข้อมูลที่ได้จากการสอบถามลูกบ้าน ที่เป็น อสม. ที่ไปช่วยงานที่วัดเช่นกัน บอกว่าเห็นนายชานนท์เดินวนเวียนอยู่ที่งานแล้วมีอาการหงุดหงิด แล้วบ่นพึมพำว่าถ้ากลับไปนี้ถ้าเจอคุณแม่จะฆ่าให้ตาย แต่ลูกบ้านไม่ได้มาเล่าให้ผู้ใหญ่บ้านฟัง เพราะคิดว่าอาจจะเป็นการพูดเล่น” ผญบ.กล่าวเสริม
ผญบ.กล่าวอีกว่า “ตนเองกลับมาจากงานที่วัดภูค่าว กลับมาถึงบ้านไม่ถึง 30 นาที ก็ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่ามีเหตุฆ่ากันตาย โดยนายชานนท์ได้ใช้อาวุธมีดอีโต้ขนาดใหญ่ ฆ่าแม่ไปเรียบร้อย ขอให้ผู้นำมาระงับเหตุด่วน จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สหัสขันธ์ ฝ่ายปกครอง ชรบ. ให้เข้าพื้นที่ พอไปถึงก็ให้ทุกคนกระจายกำลังล้อมที่เกิดเหตุเอาไว้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมา เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีมีดเป็นอาวุธ ส่วนทางฝ่ายผู้นำชาวบ้านไม่มีอาวุธป้องกันตัว จึงยืนอยู่ห่าง สอบถามอาการผู้ก่อเหตุบอกให้ใจเย็น ๆ โดยผู้ก่อเหตุได้ให้ความร่วมมือจึงเข้าไปจับกุม สักพักตำรวจก็มาสมทบใจการจับกุม ถือเป็นเคสที่ต้องเฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวช”
“ช่วงนี้ได้ทำตามนโยบายของนายอำเภอสหัสขันธ์ ที่ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวชที่สุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุ โดยทำการตรวจปัสสาวะเป็นประจำ แต่เคสนี้ยอมรับจากใจจริงว่าจนปัญญาจริง ๆ เพราะ อสม.ก็ป้อนยาประจำ คุณหมอที่ให้การรักษาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่านายชานนท์จะก่อเหตุ เพราะเป็นคนพูดจาดี ไพเราะ มีหางเสียงตลอด เคสนี้สุดวิสัยจริง ๆ ต้องขอโทษสังคมที่ผู้นำเราไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ 100%” ผญบ.กล่าวขอโทษสังคม
ขอบคุณภาพจากเพจเสียงไทบ้านนิวส์, หน่วยกู้ภัยอโสกสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์
