• อังคาร. ก.พ. 10th, 2026

ส่งของไปแคนาดามีรูปแบบไหนบ้าง เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ ?

แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศปลายทางยอดนิยมสำหรับการส่งออกสินค้าจากไทย ไม่ว่าจะเป็นการส่งของให้บุตรหลานที่ไปเรียนต่อ การส่งสินค้า E-commerce หรือการส่งตัวอย่างสินค้าทางธุรกิจ แต่ความท้าทายสำคัญของการส่งของไปแคนาดาไม่ใช่ระยะทาง แต่เป็น “ความเข้มงวดของศุลกากร” และ “โครงสร้างภาษี” ที่ค่อนข้างซับซ้อน การเลือกรูปแบบการขนส่งที่ผิดพลาดอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายที่บานปลาย หรือของตกค้างอยู่ที่ด่านตรวจเป็นเวลานาน ดังนั้น เพื่อให้การส่งของไปแคนาดาเป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจรูปแบบการขนส่งหลัก ๆ และปัจจัยในการตัดสินใจอย่างรอบด้าน

รูปแบบการส่งของไปแคนาดา 

การเลือก Service Provider ไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ต้องดู Nature ของสินค้าและความต้องการของผู้ส่ง

A.บริการขนส่งด่วนพิเศษ

บริการจากผู้ให้บริการรายใหญ่ระดับโลก (เช่น DHL, FedEx, UPS) เหมาะสำหรับเอกสารสำคัญ พัสดุชิ้นเล็ก หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ต้องการความรวดเร็วและปลอดภัยสูงสุด

  • ระยะเวลา: 3–5 วันทำการ
  • จุดเด่น: มีระบบ Tracking แบบ Real-time ที่แม่นยำ เป็นบริการแบบ Door-to-Door (รับหน้าบ้าน ส่งถึงหน้าบ้าน) และดำเนินพิธีการศุลกากรให้เบ็ดเสร็จ
  • ข้อควรระวัง: คิดค่าขนส่งตามน้ำหนักตามปริมาตร (Volumetric Weight) หากกล่องใหญ่แต่น้ำหนักเบา ค่าส่งจะแพงมาก

B.ไปรษณีย์ระหว่างประเทศ

บริการผ่านไปรษณีย์ไทย ซึ่งจะมีทั้งแบบ EMS World (ด่วน) และ e-Packet (ประหยัด) เหมาะสำหรับของใช้ส่วนตัว หรือสินค้าชิ้นเล็กที่ไม่รีบมาก

  • ระยะเวลา: 7–21 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับประเภทบริการ)
  • จุดเด่น: ราคาประหยัดกว่า Courier สำหรับพัสดุชิ้นเล็ก และมักมีความยืดหยุ่นในเรื่องการสุ่มตรวจภาษีมากกว่าในบางกรณี (แต่กฎหมายยังคงเป็นกฎหมาย)
  • ข้อควรระวัง: เมื่อของเข้าสู่แคนาดา จะถูกส่งต่อให้ Canada Post ดำเนินการ ซึ่งหากเกิดปัญหาหรือความล่าช้า การติดตามสถานะ (Traceability) อาจทำได้ยากกว่าเอกชน

C.การขนส่งทางอากาศและทางเรือ

เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ส่งของไปแคนาดาจำนวนมาก หรือของย้ายบ้านที่มีน้ำหนักรวมเกิน 45–100 กิโลกรัมขึ้นไป

  • Air Freight: เร็วแต่แพง เหมาะกับสินค้าแฟชั่น หรือสินค้าเน่าเสียง่าย
  • Sea Freight (LCL/FCL): ช้า (30–60 วัน) แต่ต้นทุนต่อหน่วยถูกที่สุด เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ หรือสต็อกสินค้าล็อตใหญ่

ปัจจัยสำคัญในการเลือกให้ “คุ้มค่า” และ “ปลอดภัย”

เมื่อทราบรูปแบบแล้ว ต้องนำมาวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจส่งของไปแคนาดา:

เกณฑ์ภาษีนำเข้า (De Minimis Threshold)

นี่คือจุดตายที่ผู้ส่งมือใหม่มักพลาด แคนาดามีเกณฑ์ยกเว้นภาษีที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา

  • สินค้านำเข้าทั่วไป: หากมูลค่าเกิน 20 CAD (ดอลลาร์แคนาดา) ผู้รับปลายทางต้องเสียภาษี (Duty) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (GST/HST/PST) ตามรัฐที่อาศัยอยู่
  • ของขวัญ (Gift): หากสำแดงว่าเป็นของขวัญ จะได้รับยกเว้นภาษีที่มูลค่าไม่เกิน 60 CAD

คำแนะนำ: การสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง (Undervalue) เพื่อเลี่ยงภาษี เป็นความเสี่ยงสูง หากศุลกากรแคนาดาสุ่มตรวจและประเมินราคาใหม่ จะโดนทั้งค่าปรับและสินค้าถูกกักไว้นาน

การคำนวณน้ำหนัก

โลจิสติกส์สากลจะคำนวณค่าขนส่งจากตัวเลขที่ “มากกว่า” ระหว่างน้ำหนักจริง (ชั่งบนตาชั่ง) กับ น้ำหนักตามปริมาตร (กว้าง x ยาว x สูง / 5000)

  • เทคนิค: หากส่งเสื้อผ้าหรือตุ๊กตา ควรใช้ถุงสุญญากาศรีดลมออกให้แบนที่สุด เพื่อลดขนาดกล่อง ช่วยประหยัดค่าส่งได้มหาศาล

ของต้องห้ามและข้อจำกัด 

แคนาดาเข้มงวดเรื่อง Bio-security (ความปลอดภัยทางชีวภาพ) มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

  • ห้ามเด็ดขาด: เนื้อสัตว์แปรรูป (หมูหยอง กุนเชียง), เมล็ดพันธุ์พืช, ผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ไม่ได้ผ่านการรมยา, และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
  • ต้องระวัง: อาหารแห้งที่มีส่วนผสมของนมหรือไข่ อาจต้องมีใบรับรอง หากฝ่าฝืนไม่เพียงแต่ของจะถูกทำลาย ผู้รับปลายทางอาจโดน Blacklist จากศุลกากรด้วย

เอกสารคือหัวใจสำคัญ

ไม่ว่าจะเลือกส่งของไปแคนาดาแบบไหน เอกสารประกอบการส่งต้อง “เป๊ะ” โดยเฉพาะ Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้า)

  • ต้องระบุรายละเอียดสินค้าเป็นภาษาอังกฤษให้ชัดเจน (ห้ามเขียนแค่ว่า “Clothes” หรือ “Food” แต่ต้องระบุว่า “Cotton T-Shirt” หรือ “Dried Mango”)
  • แยกราคาต่อชิ้นและราคารวมให้ชัดเจน
  • ระบุวัตถุประสงค์ (Gift, Sample, Sale) ให้ตรงกับความเป็นจริง

การส่งของไปแคนาดาให้ตอบโจทย์ ไม่ใช่การหาเจ้าที่ถูกที่สุด แต่เป็นการหาเจ้าที่ จัดการความเสี่ยงได้ดีที่สุด” ในงบประมาณที่มี หากเป็นเอกสารสำคัญหรือของด่วน ควรยอมจ่ายแพงให้ Courier แต่หากเป็นของใช้ส่วนตัวที่ไม่รีบ ไปรษณีย์คือทางเลือกที่สมเหตุสมผล และที่สำคัญที่สุด อย่าละเลยเรื่องการสำแดงรายการสินค้าและภาษี” เพราะความซื่อตรงในเอกสาร คือกุญแจที่จะทำให้พัสดุถึงมือผู้รับอย่างรวดเร็วและไร้ปัญหา

ปิดโหมดสีเทา