กาฬสินธุ์ ภรรยาหมู่ตี๋เตรียมเข้ารับราชการทหารสืบทายาทวีรบุรุษทหารกล้า
จากกรณีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 มีรายงานจากแนวรบชายแดนไทย-กัมพูชา แจ้งความสูญเสีย เวลา 10.20 น. ได้เกิดเหตุจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา ระดมยิงตกใส่พื้นที่ปฏิบัติการของทหารไทย ส่งผลให้กำลังพลเสียชีวิต 1 นาย คือ จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค ตำแหน่งปกติเป็นนายสิบพยาบาล สังกัดกรมทหารราบที่ 16 พัน.3 (ร.16 พัน.3) และเป็นนายสิบพยาบาลประจำ พัน.ร.11 ในพื้นที่สนามรบ รายงานระบุว่า จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ ถูกสะเก็ดระเบิดจากการโจมตีด้วย BM-21 อย่างรุนแรง ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในบังเกอร์ พื้นที่ภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และต่อมาได้เสียชีวิตอย่างชายชาติทหาร โดยภูมิลำเนาของ จ.ส.อ.อภิสิทธิ์ บุนนาค อยู่ที่บ้านมันเหลือง ตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนภรรยาและลูก ๆ อยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยในหลวงได้พระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
โดยการช่วยเหลือกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ เป็น พันตรี และ 9 ชั้น เงินเดือน บรรจุทายาททดแทน 1 คน เหรียญพิเศษ บำนาญพิเศษ เงินช่วยเหลือจากสำนักนายกรัฐมนตรี (กองทุนและงบกลาง) เงินบำรุงขวัญ (กองทัพบก/กองทัพภาคที่ 1) เงินพระราชทาน เงินประกันชีวิต (กองทัพบก/กองทัพภาคที่ 1/หน่วยที่สังกัด
ล่าสุดวันนี้ (27 มกราคม 2569) พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้เดินทางโดย ฮ.ท.72 มายังสนาม ฮ.รร.สมสะอาดพิทยาสรรพ์ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่บ้านเลขที่ 173 หมู่ 7 ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีพระราชทานยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับครอบครัวทหารกล้า ผู้พลีชีพในสมรภูมิ
นางสาวระวีวรรณ บุนนาค อายุ 44 ปี ภรรยาหมู่ตี๋ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ดีใจมาก ๆ ที่ทางหน่วยงานเข้ามาดูแลตลอด และภูมิใจสิ่งที่หมู่ตี๋ได้สร้างไว้ให้กับเมียและลูก .. ขอบคุณพ่อตี๋คะ.. ด้านเรื่องเงินชดเชยก็เซ็นต์เอกสารเรียบร้อยไม่มีปัญหา ส่วนทายาที่จะเข้ารับราชการสานต่อหมู่ตี๋ก็เป็นตนเองที่ได้ยื่นเอกสารไปแล้ว เหลือเพียงหน่วยงานพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้ลงที่หน่วยไหน จังหวัดไหน
ด้านคุณแม่หมู่ตี๋ นางลออ ปากชำนิ แม่ของวีรบุรุษทหารกล้าเปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกภูมิใจและดีใจที่ทีมงานทุกหน่วยไม่ทอดทิ้งกัน จึงขอฝากส่งกำลังใจถึงทหารที่อยู่ชายแดน ขอให้ปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา
