กาฬสินธุ์ ผู้ว่าส่งทีมเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดข้อพิพาท หลังชาวบ้านร้องอยากได้คืนให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันเหมือนอดีต
วันนี้ (23 มี.ค. 2569) นายสุวรรธณ์ เข็มธนะเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีพิสุทธิ์ ขอดี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทระหว่างคนในชุมชน บริเวณหลังวัดป่าไชยมงคล หมู่ที่ 5 ต.บึงวิชัย อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้ร้องเรียนทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และสื่อมวลชนในวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีนายกเทศมนตรีตำบลบึงวิชัย ผู้นำชุมชน และชาวบ้านกว่า 30 คน พาชี้จุดที่เคยเป็นป่าของทุกคนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ปัจจุบันกับตกไปอยู่กับผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เพียงคนเดียว
ว่าที่ร้อยตรีพิสุทธิ์ ขอดี ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านไปร้องสื่อให้ช่วยเหลือชาวบ้านเรื่องที่ดินดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ส่วนบุคคล โดยทางจังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ห่วงใยชาวบ้าน จึงให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานที่ดินจังหวัด อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ และ อปท. คือเทศบาลตำบลบึงวิชัยที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เข้าตรวจสอบเพื่อให้ความเป็นธรรมและความกระจ่างกับชาวบ้าน วันนี้จึงมาสอบถามและหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น เพราะทางหน่วยงานของรัฐไม่ได้นิ่งเฉย มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอด
น.ส.จรินทร์ แซ่โค้ว เจ้าพนักงานที่ดินอาวุโส กลุ่มงานวิชาการ สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีประเด็นปัญหาที่เรากำลังนั่งคุยกันตอนนี้ เกิดจากที่เทศบาลตำบลบึงวิชัย ได้ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมตั้งแต่สมัยก่อนว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์ทับบ้านพักเกษตร โดยกระบวนการของเรื่องนี้ได้เดินมาถึงที่มติของคณะ คพร. ในสมัยนั้น ที่ตอนนี้จะมีข้อพิพาทกันที่ 2 ไร่ 20 ตารางวา เฉพาะส่วนที่เป็นบ้านพักเกษตร โดย คพร.ในสมัยนั้นมีความเห็นว่า “น่าเชื่อว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 598xx เป็นที่สาธารณะประโยชน์ทั้งแปลง แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ขอให้สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นที่สาธารณะประโยชน์จริง ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน”
กระบวนการทำงานสำนักงานที่ดินก็ทำงานแล้วมีความเห็นไปที่กรมที่ดินเมื่อปี 2562 ว่าที่ดินแปลงนี้น่าจะออกทับบางส่วน แล้วเราก็ทำไปที่กรมที่ดินว่าสมควรตั้งคณะกรรมการเพื่อถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยมีการติดตามจากทางเทศบาลกับอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ช่วงปี 64-65 เป็นเหตุให้สำนักงานที่ดินได้ทวงถามไปยังกรมที่ดินต่อไป และกรมที่ดินได้ตอบกลับมาเมื่อปี 65 ว่ามันยังมีข้อมูลที่ไม่เป็นข้อยุติ โดยบอกว่าการออกทับที่สาธารณะประโยชน์ไม่สอดคล้องกับผลของ คพร.ปัจจุบัน บอกว่าตอนแรกทับ 2 ไร่ 20 ตารางวา พอมาสอบสวนแล้วรายงานไปกรมบอกทับทั้งแปลงคือ 7 ไร่ ตอนนี้กรมมองเห็นว่าเรื่องของความเป็นมาของที่สาธารณะประโยชน์จะต้องชัดเจน เพราะจะนำไปสู่การพิสูจน์ว่าที่สาธารณะประโยชน์ของผู้ขอมาก่อนกันแบบไหนอย่างไร กรมก็เลยให้เราดำเนินการเพิ่มเติม เนื่องจากมันยังไม่เป็นข้อยุติว่าที่สาธารณะประโยชน์แปลงนี้ ขอบเขตถึงไหนอย่างไร แล้วเกิดจากอะไรอย่างไร เช่น เกิดจากทะเบียน หรือเกิดจากการใช้ประโยชน์ร่วมกันของราษฎร กรมที่ดินก็เลยมีความเห็นว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับนายอำเภอเมืองยื่นคำขอออกหนังสือในสมัยนั้น
ในส่วนของการยื่นหนังสือออกที่ดินตอนนี้ เนื่องจากว่าในการรังวัดปรากฏว่า เจ้าของที่ดินซึ่งมีกรรมสิทธิ์คือโฉนดที่ดิน ขอบเขตที่เรากำลังจะไปวัดกับโฉนดของเขามันเป็นทั้งแปลง เขาจึงไม่ยอมให้รังวัด ซึ่งเขาก็มีสิทธิตามกฎหมาย เพราะว่าเขายังถือโฉนดที่ดินที่ออกไปแล้ว ต้องสืบเนื่องว่าโฉนดที่ดินจะออกได้ของทุกที่ต้องยืนยันว่าไม่เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ออกไปในปี 49 จึงมีการงดรังวัดเอาไว้
เจ้าพนักงานที่ดินกล่าวอีกว่า แต่เรื่องของการสอบสวนประวัติความเป็นมาล่าสุดที่สอบมาแล้วที่นายอำเภอเมืองรายงานมาเมื่อปี 68 ก็ยังระบุไม่ได้ว่าที่สาธารณะประโยชน์นี้เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ใด มันยังไม่เป็นข้อยุติ มันจะต้องได้ข้อยุติตรงนี้ ต้องไปต่อสู้กันในเรื่องของเอกสาร ว่าเอกสารใดมาก่อนกัน เพราะมีเอกสารซึ่งมีการออกไปแล้วในการรับรองตั้งแต่ปี 15 ในชั้น น.ส.3 ครุฑดำ นายอำเภอในสมัยนั้นและผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้นรับรองการทำประโยชน์มาแล้ว แล้วก็มาออกเป็นโฉนดที่ดินในปี 49 ก็มีการรับรองการทำประโยชน์ให้เขาอีกว่า ไม่ใช่ที่สาธารณะประโยชน์ สำนักงานที่ดินจึงออกเอกสารได้ ซึ่งตอนนี้ระเบียบการเพิกถอนตามมาตรา 61 มันเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้เราจะต้องมาดำเนินการตามระเบียบของปี 66 ในส่วนของสำนักงานที่ดินก็คือไปตรวจสอบโฉนดที่ดินของตัวเองว่าออกมาเมื่อใด ออกมาอย่างไร ออกยังไง ออกเท่าไหร่ แต่ในส่วนขอบเขตและประวัติความเป็นมาเป็นอำนาจของท้องถิ่นกับนายอำเภอ ซึ่งจะต้องประสานความร่วมมือกันในการที่จะได้ข้อสรุปว่าเริ่มเป็นที่สาธารณะประโยชน์ จากการใช้ประโยชน์ร่วมกันประมาณปีไหนเราต้องบอกได้
นายพลภัทร นาคประดา ปลัดอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากท่านนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ให้ออกมาชี้แจง โดยทางอำเภอได้ดำเนินการร่วมกันกับทางที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ล่าสุดเมื่อปี 68 ได้ทำการสอบสวนประวัติความเป็นมาของที่ดังกล่าว ที่เป็นข้อสงสัย และยังไม่เป็นที่ยุติ ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะพื้นที่ตรงนี้มีความเป็นมาค่อนข้างนานมากหลายชั่วอายุคน เนื่องจากวิทยาการในสมัยก่อนยังไม่ได้ชี้ชัดมากนัก อำเภอจึงใช้วิธีการสอบสวนกับประชาชนในพื้นที่ ที่ผลการสอบสวนประมาณ 8-9 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ บางท่านก็ 80-90 ปีแล้ว ให้ปากคำว่าที่ตรงนี้เขาใช้ประโยชน์ร่วมกันมาโดยตลอดเป็นป่าช้า
นายเสาร์ ฤทธิ์รุ่ง ประธานสภาเทศบาลตำบลบึงวิชัย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบึงวิชัย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นเลยว่าที่แปลงนี้เป็นป่าช้าใช้ฝังศพเด็กทารกที่ใช้ร่วมกันมาตลอด พอปี พ.ศ. 2514 คลองตัดผ่านที่ดินตรงนี้จึงถูกตัดออกจากกัน จากแปลงข้างบนที่ตอนนี้เป็นวัด ไม่มี น.ส.ล. ในสมัยก่อน ผู้นำ ชาวบ้าน ไม่รู้ว่า น.ส.ล. เป็นอย่างไร ดังนั้นจึงไม่มีเอกสารระบุว่าเป็นที่สาธารณะตั้งแต่ปีไหน โดยก่อนหน้านี้ตนเองได้เป็นนายกเทศมนตรี ได้ทำประชาคมและส่งหลักฐานให้กับทางอำเภอโดยตลอด และทางจังหวัดเรียกประชุมก็ลงความเห็นว่าน่าจะเป็นที่สาธารณะประโยชน์
ด้านผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน กล่าวว่า ตนเองเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของกรรมสิทธิ์ เจ้าของโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญของเรื่องนี้ เราในฐานะเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารสิทธิ์ครบที่ออกให้โดยทางราชการ วันนี้ก็ขอเรียนที่ประชุมทุกท่านให้ทราบว่าเราได้ทำหนังสือยินยอมถอนความ ถอนการใช้พื้นที่ให้กับทางสำนักงานเกษตรได้ดำเนินการแล้ว แต่ว่ายังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด และเรียนคุณเสาร์ที่พูดถึงเมื่อครู่ที่ว่าที่ดินบ้านพักเกษตรเป็นที่สาธารณะ อันนี้เรามีหลักฐานรายละเอียดปลูกสร้างของรัฐอยู่บนที่ดินที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ ตามแบบ ดร.02/1 ออกให้โดยสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ เอกสารทุกอย่างที่เป็นหลักฐานทางราชการ เราพูดในเรื่องของหลักฐานทั้งหมดในฐานะที่เราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในนี้ทั้งหมด และทุกส่วนงานทุกท่านก็มีหมดแล้วจนถึงท่านผู้ว่าฯ ที่ประชุมพูดถึงเรื่องการตรวจสอบท่านปลัดด้วย เรายินดีในฐานะที่เราเป็นเจ้าของที่ ยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ และขอให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เราด้วย
