กาฬสินธุ์ คืบหน้าเก๋งใจดำซิ่งชนท้ายรถคุณป้ามือครีเอเตอร์จะออกไปสร้างคอนเทนต์เก็บเห็ดเสียชีวิต
กาฬสินธุ์ (16 ก.ค. 2569) เช้าวันนี้หลายเพจข่าวออนไลน์ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้โพสต์เรื่องราวสลดว่า กู้ภัยร่วมใจกาฬสินธุ์สาขาอำเภอห้วยผึ้ง สมาคมร่วมใจกาฬสินธุ์กุศลสงเคราะห์ ตรวจสอบอุบัติเหตุบนถนนสายอำเภอสมเด็จ-อำเภอห้วยผึ้ง บริเวณบ้านคำบง ตำบลคำบง อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ คนขับรถจักรยานยนต์เพศหญิงชื่อนางปิยรัตน์ อายุ 58 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสกู้ภัยนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลห้วยผึ้ง แต่นางปิยรัตน์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุ คนขับรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุให้เพื่อนขับรถอีกคันมารับโดยไม่ดูดำดูดีคนเจ็บเลย
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ว่าทำไมคนขับรถเก๋งถึงใจดำมาก และต่างสงสัยว่าคนขับเมาหรือป่าวเลยหลบหนี
โดยในคลิปจากกล้องวงจรปิด (มีเสียง) บันทึกภาพได้ในช่วงเวลา 04.39.09 น. จะเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์ขับอยู่บริเวณไหล่ทางด้านซ้ายจากนั้นก็มีรถเก๋งคู่กรณีพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนลากตัวรถออกไปไกลกว่า 50 เมตร จากนั้นคนขับและผู้โดยสารอีกคนได้ลงมาจากรถ มีผู้โดยสารที่มาด้วยเดินย้อนกลับไปดูจุดเกิดเหตุ ส่วนตัวคนขับรถนั้นมาเปิดประตูด้านข้างคนขับเอาสิ่งของออกมาจากตัวรถใส่ในกระเป๋าสะพาย สักครูก็มีรถเก๋งอีกคันขับมาจอดรอรับแล้วทุกคนก็ขึ้นรถขับออกไปทันที โดยจะเห็นว่ามีพลเมืองดีใช้โทรศัพท์ถือถ่ายรูปรถที่พากันหลบหนีไว้ได้ ทิ้งรถเก๋งคู่กรณียี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กธ 8283 อุดรธานีไว้ที่จุดเกิดเหตุ ตามที่ได้นำเสนอข่าวแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (17 ก.ค. 2569) นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอำเภอ ให้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอำเภอ ดำเนินการขับเคลื่อน การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และให้มีการประชุมเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและหามาตรการแนวทางการแก้ไขต่อไป
ช่วงบ่ายวันเดียวกันผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุพบว่ามีร่องรอยการชนเกิดขึ้นก่อนจะถึงบริเวณหน้าวัดประสิทธิ์โพธิ์ชัย ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ และได้พบพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์และเป็นคนที่เข้าไปช่วยถ่ายภาพทะเบียนรถเก๋งคันดำปริศนาที่โฉบเข้ามารับตัวคนก่อเหตุและผู้โดยสารอีกคนหลบหนี จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านผู้เสียชีวิตที่ลูกชายบอกว่าคุณแม่เป็นครีเอเตอร์ที่ชอบสร้างคอนเทนต์สวยงาม และก่อนวันเกิดเหตุคุณแม่ได้ใช้ให้ช่วยดูโทรศัพท์ให้เนื่องจากโทรศัพท์ไม่สามารถถ่ายภาพ/อัดคลิปได้ เนื่องจากเมมโมรี่เต็มความจุ ถือเป็นหนึ่งลางสังหรณ์เพราะปกติคุณแม่ไม่ค่อยใช้ให้ดูโทรศัพท์ให้ ด้าน ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง เตรียมเรียกตัวคนขับตัวจริงเข้าพบในวันที่ 20 ก.ค.นี้ พร้อมแจ้ง 2 ข้อหาหนักทันที
นายอภิชัย อายุ 25 ปี ลูกชายคนเล็กของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุทราบข่าวประมาณช่วง 04.30 น. ก็เลยรีบมาดูแม่แล้วรีบนำส่งไปโรงพยาบาล ตอนนี้ทางตำรวจแจ้งว่าทราบชื่อคนขับรถคู่กรณีแล้ว รอเรียกตัวมาสอบสวนอีกครั้ง
ประเด็นที่มีกระแสที่ว่าคนขับรถเก๋งคันที่ชนลงมาลากศพคุณแม่ไปทิ้งนั้น ตนเองไม่ทราบ ทราบเพียงว่าเขาขับรถมาชนท้ายรถคุณแม่แล้วขับลากรถจักรยานยนต์ของแม่ไปโดยไม่เหยียบเบรก ถ้าเกิดสะบัดรถจักรยานยนต์ออกได้คงจะขับหนีไปเลย โดยพรุ่งนี้เช้าไม่เกินเที่ยงก็จะนำศพคุณแม่ไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัด จึงขอฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยทวงความยุติธรรมให้คุณแม่ตนเองด้วย ฝากสื่อทุกช่องทางช่วยแชร์ให้คนร้ายได้เห็นแล้วยอมมามอบตัวด้วย
ด้านลางสังหรณ์ก่อนวันเกิดเหตุแม่ทักแชทมาหาบอกว่าโทรศัพท์เต็มถ่ายรูปไม่ได้เลย เพราะว่าคุณแม่เป็นครีเอเตอร์ ก็เลยได้บอกคุณแม่ไปว่าให้ลบรูปภาพที่ไม่ได้ใช้แล้วออก โทรศัพท์ก็เลยใช้ถ่ายรูปได้ นั่นคือคำสุดท้ายที่ผมบอกแม่
ด้านนายวงศกร พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์แล้วลงมาช่วยถ่ายรูปทะเบียนรถเก๋งสีดำที่โฉบมาพาคนขับรถเก๋งคันเกิดเหตุหลบหนีเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุนอนพักอยู่บ้านที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังเหมือนรถชนกัน ก็เลยรีบลงมาดู ก็พบว่ามีรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ เมื่อลงไปดูก็พบว่าผู้บาดเจ็บเป็นคนขับรถจักรยานยนต์เป็นคนในหมู่บ้าน ร่างกระเด็นมาตกอยู่ท้ายรถสไลด์ที่หน้าบ้าน จึงช่วยถ่ายภาพเป็นหลักฐานทะเบียนของรถยนต์คันก่อเหตุและคันที่มารับเอาไว้ ซึ่งมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอภาพถ่ายดังกล่าวจากตนเองไปเป็นหลักฐานแล้ว คิดว่าคนขับรถชนน่าจะเมา เหมือนจะมีของผิดกฎหมายอยู่ในรถด้วย เพราะรีบลงมาดูสิ่งของในรถแล้วรีบหลบหนีไป
พ.ต.อ.เสกสิทธ ทวีชัย ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง กล่าวว่า ตอนนี้เรากำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ โดยขณะเกิดเหตุตัวผู้ขับจักรยานยนต์ก็อยู่ในเลนของมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว ส่วนรถเก๋งที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนก็มาช่องเลนซ้ายที่เป็นช่องของรถยนต์อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ยังไงถึงได้เซเข้าไปชนรถจักรยานยนต์ ขณะที่ชนคนเจ็บได้กระเด็นมากระแทกกระจกหน้ารถแล้วกระเด็นตกออกไป ตัวรถเก๋งครูดเอารถจักรยานยนต์ไปด้วยประมาณ 50 เมตร จากนั้นจึงเดินออกมาช่วยเหลือ สักพักก็ได้โทรศัพท์ตามรถเก๋งอีกคันมารับออกไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ไม่ปรากฏว่าขับผ่านมาทางสถานีตำรวจภูธรห้วยผึ้ง อาจจะหลบไปทางเส้นทางอื่นที่เป็นเส้นทางรองก็ต้องดูอีกครั้งหนึ่ง
ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ชาวบ้านสงสัยว่าคนขับรีบลงมาจากรถแล้วเอาของที่เก๊ะหน้ารถ ก็ได้ตรวจสอบแล้ว เพราะกุญแจรถเขาไม่ได้เอาไป ไม่พบว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด คาดว่าจะเกิดจากการตกใจ ตอนนี้เราทราบทะเบียนรถและได้ติดต่อเจ้าของรถได้แล้ว โดยเจ้าของรถบอกว่าได้ขายรถไปแล้วแต่อาจจะยังไม่ได้โอนประมาณนั้น จนล่าสุดสามารถติดต่อเจ้าของรถตัวจริงได้แล้ว คดีนี้ไม่น่าจะยาก เหมือนเขาจะถอยไปตั้งหลักก่อน ตอนนี้เร่งสอบพยาน และตามทะเบียนรถของคนที่มารับไป ตรวจสอบในด้านเนติวิทยาศาสตร์อยู่ คงไม่น่าเป็นห่วง
“ในเคสนี้คนขับรถเก๋งจะโดนข้อหา ขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และไม่หยุดรถเพื่อช่วยเหลือ ประมาณ 2 ข้อหาไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นเราไม่สามารถรวบตัวในทันที ก็คงจะตรวจสารต่าง ๆ ได้ยาก จึงฝากถึงญาติผู้เสียชีวิตว่าเราทำงานตลอดเวลา โดยสามารถประสานเจ้าของรถคนปัจจุบันเข้ามาให้ปากคำในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ยังไงก็ต้องรู้เรื่อง” ผกก.สภ.ห้วยผึ้งกล่าวถึงความตั้งใจในเรื่องนี้
ขอบคุณคลิปจาก สมาร์ท อาสาร่วมใจ, เสียงไทบ้านนิวส์
สัมภาษณ์
– ลูกชายผู้เสียชีวิต
– พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์
– ผกก.สภ.ห้วยผึ้ง
