• อาทิตย์. ก.ย. 20th, 2026

รวบแล้ว 2 ไอ้แก่ใช้ลูกอมเม็ดสีแดงล่อเด็ก 14 ปีเสพจนหลอนแล้วล่วงละเมิด

กาฬสินธุ์ รวบแล้ว 2 ไอ้แก่ใช้ลูกอมเม็ดสีแดงล่อเด็ก 14 ปีเสพจนหลอนแล้วล่วงละเมิด ด้านผู้ปกครองวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับเด็กไปบำบัดและดูแลสภาพจิตใจ

กาฬสินธุ์ กลายเป็นข่าวดังจนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านผู้การฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สั่งกำชับให้เร่งรัดติดตามเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน หลังมีพลเมืองดีโดดเข้าให้ความช่วยเหลือทันที หลังจากที่ได้รับมอบอำนาจจากมูลนิธิเพื่อสันติภาพและพ่อแท้ ๆ ของเด็กหญิงวัย 14 ปีถูก 2 ไอ้แก่ใช้ลูกอมเม็ดสีแดงคล้ายยาบ้าล่อให้เสพจนหลอนก่อนล่วงละเมิดมาแล้วหลายครั้ง

เริ่มจากเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ร.อ.บุญเทียร ปาลีเรียม ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ มูลนิธิเพื่อสันติภาพยื่นร้องขอความเป็นธรรมผู้การฯ คดีเด็กหญิงวัย 14 ปีถูก 2 ไอ้แก่ใช้ยาบ้าล่อก่อนล่วงละเมิด ญาติผู้เสียหายเป็นงงไปแจ้งความตำรวจค้นกระเป๋าขอเงิน 300 บาทไปเติมน้ำมันแล้วจะตามจับผู้ก่อเหตุให้ จี้สอบตำรวจชุดสืบสวน หลังญาติตั้งข้อสงสัยการดำเนินคดี

นายบุญเลี้ยง ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้แจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนในพื้นที่แล้ว แต่ภายหลังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินคดี จึงขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บางนายอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่าอาจมีการเรียกรับหรือรับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อร้องเรียนที่ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่ควรถือว่าบุคคลใดกระทำผิดจนกว่าจะมีหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมพิสูจน์

ต่อมาวันที่ 15 กันยายน นายบุญเลี้ยง มาร้องสื่อ เนื่องจากถูกบุคคลที่อ้างว่าเป็นยาย ของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่ตนเองร้องขอมูลนิธิเพื่อสันติภาพให้เข้าช่วยเหลือ ได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ว่าตนนั้นไม่มีสิทธิรับเด็กไปดูแล อาจจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ จึงได้นำเอกสารต่าง ๆ มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ข้อมูลว่าได้รับมอบอำนาจจากพ่อแท้ๆ ของเด็กแล้ว โดยมอบอำนาจให้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ-พนักงานสอบสวน เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของ xxx อายุ 14 ปี กรณีถูกละเมิดทางกฎหมายและทางเพศ จากกรณีบุคคลที่ระบุตามแจ้ง เพื่อการดำเนินคดีทางข้อกฎหมายให้ถึงที่สุด

นายบุญเลี้ยง ผู้รับมอบอำนาจจากนายคมสัน พ่อของเด็กหญิง วัย 14 ปี เปิดเผยว่า น้อง xxxถูกนายม่อน และนายตาล เป็นราษฎรอยู่บ้านเดียวกัน อยู่ที่บ้านหนองแสงน้อย ต.ลำห้วยหลัว อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้กระทำชำเราหลานของตน โดยทั้ง 2 ได้ชักชวนให้น้อง xxx ไปด้วยแล้วล่อลวงให้ไปซื้อยามาเสพ จากนั้นได้กระทำชำเราตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 เรื่อยมา ทำให้ได้รับความเสียหาย ต่อมาวันที่ 8 ส.ค. 2569 จึงได้เข้าร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.ปรัตถกร จารุตันติ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สมเด็จ เพื่อดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ผู้รับมอบอำนาจกล่าวอีกว่า “เด็กต้องได้รับความคุ้มครองดูแลตามกฎหมาย ถ้ายายอยากดูแลเด็กจริง ๆ รักหลานตัวเองจริง ๆ ทำไมต้องไปรับเงินเขาตั้งแต่ครั้งแรก หลานตัวเองเพิ่งอายุได้แค่ 10 กว่าปี แล้วให้คนข้างบ้านพาเด็กไปอยู่ด้วยครั้งแล้วครั้งเล่า จนเด็กจบ ป.6 ตนสืบทราบมา ชาวบ้านก็รู้ ไปรับเงินเขาถึง 2 ครั้ง ก็แสดงว่ายายอยากขายหลานกินหรือไม่ โดยในทางกฎหมายอาจจะเป็นธุระจัดหาด้วย ซึ่งไม่สมควรที่จะกระทำเป็นอย่างมาก จนตนเองต้องพึ่งทางมูลนิธิเพื่อสันติภาพจากจังหวัดเชียงรายเดินทางไกลกว่า 800 กิโลเมตร มาให้ความช่วยเหลือ ไปยื่นเรื่องให้อัยการ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรับปากไว้ว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็จะรู้เรื่อง”

ล่าสุดวันนี้ (20 ก.ย. 2569) เวลาประมาณ 13.00 น. ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลรอบด้านเพื่อการนำเสนอที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงความรู้ด้านกฎหมายสิทธิคุ้มครองเด็ก แต่เนื่องด้วยโลกยุคปัจจุบันนี้ยังมีเรื่องดี ที่ผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าถึงสื่อได้ง่ายขึ้น จึงเป็นโลกไร้พรมแดนที่การสื่อสารจะทำให้เกิดความยุติธรรมและตามหาความจริงได้รวดเร็วมากขึ้น

น.ส.มนต์พิลา อายุ 42 ปี  ที่มีบ้านพักอยู่ติดกับกับยายเถิง คุณยายของน้องxxx กล่าวว่า ปกติกิจกรรมแต่ละวันของคุณยายเถิงหลังจากไปวัดตอนเช้าก็จะกลับมานอนเล่นที่ใต้ถุนบ้าน ไม่ก็มานั่งทอเสื่อ โดยคุณยายได้เลี้ยงดูน้อง xxxx มาตั้งแต่เรียนระดับชั้นอนุบาล จนตอนนี้อยู่ชั้น ม.2 รายได้ของคุณนายตอนนี้ก็มีแต่เงินคนแก่เดือนละ 700 บาท และได้จากลูกหลานบ้างในบางครั้ง บางวันตนเองก็แบ่งข้าวแบ่งน้ำให้คุณยายกินบ้างเป็นธรรมดา เวลาคุณยายป่วยตนเองก็เป็นคนพาคุณยายไปหาหมอ เพราะลูก ๆ ของคุณยายไปมีครอบครัวอยู่ที่อื่นหมดแล้ว เหลือตัวคุณยายอยู่บ้านคนเดียว ก็ดูแลตามประสาเพื่อนบ้าน

ยายเถิง  อายุ 75 ปี อยู่บ้านหนองแสงน้อย ต.ลำห้วยหลัว อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ยายของเด็กเปิดเผยว่า เลี้ยงน้องไข่มุกที่เป็นเหลนมาตั้งแต่อายุ 3 ปี ส่วนคนชื่อม่อนและชื่อตาลตนเองก็รู้จักอยู่เพราะเป็นเพื่อนบ้าน ไม่รู้ว่าเหลนเคยไปอยู่กับ 2 คนนี้มาก่อน ตนเองรักเหลนอยู่ ถ้าไม่รักก็คงไม่เลี้ยงมาจนโต ตอนนี้ตนเองไม่มีรายได้ มีเฉพาะเงินคนชรา 700 บาท บางครั้งก็ได้จากลูกหลานที่มาจากกรุงเทพฯ ยื่นให้ครั้งละ 500-1,000 บาทบ้าง ส่วนข่าวที่มีข่าวตนเองเอาหลานไปให้คนนั้นคนนี้ไม่มี ขนาดจะให้ลูกหลานเหลนไปเล่นนอกบ้านที่อื่นก็ยังไม่ให้ไป เพราะตนเองก็อยู่แต่บ้าน ไม่ค่อยไปไหนมาไหน

ด้านนายอุทัย ปู่ของเด็กเปิดเผยอีกครั้งว่า ตนเองเป็นคนสืบได้เองว่านายตาลเป็นคนจ่ายค่าสินไหม โดยมีนายสำเริงเป็นคนนำเงินมาจ่ายให้ยายเถิงเป็นเงิน 7,000 บาท เพื่อให้คดีจบ แล้วก้มกราบเท้าคุณยายเถิงว่าจะไม่ทำอีก แต่กลับทำพฤติกรรมเดิม ๆ อีกมาตลอด จึงขอพูดความจริงให้ฟัง เพราะน้องxxxที่เป็นหลานพักอาศัยอยู่กับตนกับพี่ชายคือน้องมิก ไม่ได้ไปอยู่กับยายเถิง ซึ่งตอนนี้นายสำเริงมาจ่ายให้ยายเถิง มีคนอยู่ในเหตุการณ์หลายคน ทั้ง นายสุนทร, ยายนง, พ่อใหญ่ยม, นายสมหมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนในหมู่บ้าน ที่สามารถเป็นพยานได้ว่ามีการจ่ายเงินกันจริง

น้องมิก พี่ชายของน้องไข่มุก วัย 16 ปี เปิดเผยว่า เห็นน้องสาวไปกับพ่อใหญ่ตาลหลายครั้ง หลังบ้านที่เปิดเป็นร้านค้า ทำหลายอย่างกับน้องสาว โดยให้ยา ให้เงินบ้างในบางครั้ง แล้วก่อเหตุกับน้องสาว ซึ่งขณะก่อเหตุตนเองก็นั่งอยู่ข้าง ๆ น้องสาว แต่พ่อใหญ่ตาลยังกล้าทำกับน้องสาวของตนต่อหน้าต่อตา

ด้านลูกสาวของนายตาล หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ได้เปิดเผยว่า ทางนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร เพราะตอนนี้ตำรวจได้จับคุณพ่อไปเข้าคุกแล้ว ก็ไม่ค่อยรู้จักขั้นตอนการดำเนินการกับเจ้านาย เพราะคนที่ดูแลเด็กต้องการให้พ่อตาลและพ่อใหญ่ม่อนถูกจับดำเนินคดี ก็ไม่รู้จักกับนายบุญเลี้ยงมาก่อน บอกแค่ว่าเป็นพลเมืองดี เพราะถ้าจะเปรียบเทียบแล้วนายบุญเลี้ยงก็น่าจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์เหมือนกัน ก็ขอให้พวกนักข่าวสืบกันต่อไป ให้ช่วยสืบกันทุกฝ่ายด้วย เพราะจริงๆ แล้วนายบุญเลี้ยงก็ไม่ใช่คนบริสุทธิ์ แต่ไม่อยากสาวนั่นสาวนี่ ให้สืบกันเอาเอง โดยนักข่าวต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าหากพ่อตนเองไม่ดีก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย แล้วคนที่บอกว่าตนเองเป็นพลเมืองดีดีจริงหรือไม่ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยมาขอเงินกับทางเรา เพราะถ้าคุณพ่อผิดจริงก็ไม่อยากให้ออกมา มันจะเป็นข้อครหา

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.สมเด็จ พบกับพี่ ๆ ตำรวจที่เข้าเวรประจำวันได้บอกกับตัวผู้รับมอบอำนาจว่าตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน คือนายตาล กับนายม่อน ได้ถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 2569 แล้ว โดยระหว่างที่ทำการสอบสวนได้ทำการตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายด้วย คาดว่าน่าจะโดนข้อหาเสพสารเสพติดเพิ่มด้วย จากที่โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ ซึ่งเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ เพราะคดีพรากผู้เยาว์เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน

นายบุญเลี้ยง ผู้รับมอบอำนาจจากนายคมสัน พ่อของเด็กหญิง วัย 14 ปี เปิดเผยว่า ตอนนี้รู้สึกพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เร่งดำเนินการให้ โดยเฉพาะ สภ.สมเด็จ ไม่กี่วันก็สามารถจับผู้ต้องหาได้ ในฐานะที่เป็นสมาชิกมูลนิธิเพื่อสันติภาพจังหวัดเชียงราย ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอสมเด็จ ที่ขาดไม่ได้คือท่านผู้ว่าฯและท่านผู้การฯ ที่ให้ความสนใจช่วยเหลือเด็กที่ถูกกระทำในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากที่ได้ไปคุยกับยายเถิงที่เป็นยายของน้องไข่มุกแล้ว ก็มีความเห็นร่วมกันคือยากให้ พมจ.กาฬสินธุ์ เป็นคนดูแลก็เป็นเรื่องดี เพื่อให้น้องได้มีอนาคตไปในทิศทางที่ดีกว่านี้

ล่าสุดเวลา 15.30 น. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ (พมจ.กาฬสินธุ์) และปลัดอำเภอสมเด็จ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเด็ก เพื่อนำตัวเด็กเข้าคุ้มครองฯ ส่วนเรื่องการเรียนก็จะติดต่อกับทางโรงเรียนเพื่อให้นำการบ้านมาทำที่สำนักงาน และเมื่อทำการตรวจปัสสาวะพี่ชายของน้องไข่มุก คือน้องมิก อายุ 16 ปี ก็พบว่ามีสารเสพติดในร่างกายอีก ก็ต้องหาวิธีการดูแลกันต่อไป ส่วนน้องชายของน้องไข่มุก คือน้องมอส ที่อายุ 13 ปีนั้น ก็ได้อยู่ในความคุ้มครองของหน่วยงานที่รับผิดชอบมาก่อนหน้านี้แล้ว (น้องไข่มุกมีพี่น้อง 3 คน คือ มิก, มุก, มอส)

ปิดโหมดสีเทา