• เสาร์. ธ.ค. 3rd, 2022

ชาวบ้านร้องขอให้ตัดถนนช่วง บ.โนนเมือง-บ.สีถานระบายน้ำท่วมขังลงลำน้ำชี

ดำเนินการตามคำร้องขอตอนล่างเตรียมรับมวลน้ำ เช่น อ.ร่องคำ/ ริมฝั่งชี จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากชาวบ้านร้องขอให้ตัดถนนติดพนังกั้นลำน้ำชีช่วงบ้านโนนเมือง-บ้านสีถาน เพื่อระบายน้ำท่วมขังลงลำน้ำชีที่มีระดับต่ำกว่า 145 เซนติเมตร

ชาวบ้านวอนให้ส่วนราชการตัดถนนติดพนังกั้นน้ำชีช่วงบ้านโนนเมืองตำบลดงลิง เมื่อวันนี้ 24 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางลงพื้นที่พนังกั้นน้ำชีช่วงบ้านสีถาน บ้านโนนเมือง ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีปลัดป้องกันอำเภอ กำนัน ชาวบ้านเดินทางมาให้ข้อมูลการระบายน้ำ ซึ่งเป็นจุดรอยต่อลำน้ำปาว ไหลมาบรรจบกับลำน้ำชี ระดับน้ำในลำน้ำชีต่ำกว่าในพื้นที่นาของชาวบ้าน ประมาณ 145 เซนติเมตร ประชาชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน มีความต้องการให้ตัดพนังกั้นน้ำช่วงนี้ เพื่อระบายน้ำออกจากนาและที่กำลังท่วมหมู่บ้านจำนวนมาก เช่น ตำบลเจ้าท่า ตำบลดงลิง ตำบลธัญญา อำเภอกมลาไสย มี บ้านเหมือดแอ่ หนองมะเกลือ ท่าเพลิง บ้านเก่าน้อย บ้านแวง เป็นพนังกันน้ำเรียบฝั่งลำน้ำชีจากบ้านท่ากลาง ตำบลเจ้าท่า จนถึงทางออกบ้านสีถาน ระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร หากตัดระบายน้ำช่วงนี้น้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะระดับน้ำห่างกันมากถึง 145 เซนติเมตร แต่ปัญหาคือการจราจรจะต้องถูกตัดขาดทันที แต่ระดับน้ำถนนถีนานนท์สายกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ช่วง บ้านโจด หนองบัว ถึง บ้านท่ากลาง อำเภอกมลาไสย จะลดลง ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งชลประทานจังหวัดกาฬสินธุ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอกมลาไสย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หากลดความเดือดร้อนของประชาชน จะดำเนินการทันที ประชาชนปรบมือให้ พร้อมกล่าวว่า คนอย่างนี้ต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ รักษาราชการแทน ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในการดูแลประชาชนระยะแรก คือต้องเร่งรัดในการดูแลประชาชนที่ถูกน้ำท่วม โดยทุกหน่วยงาน ทั้งท้องที่ ท้องถิ่น นำกำลังคนเข้าดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ช่วยขนทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง ขนย้ายสัตว์เลี้ยง หาที่พักพิงให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมขังในขณะนี้ นอกจากนั้นน้ำดื่มข้าวสารอาหารแห้ง ต้องได้รับการดูแล พร้อมมูลนิธิฯ จะมีการเข้ามาตั้งโรงครัวเพื่อดูแลประชาชนด้วย หลังน้ำท่วมจะต้องมีการส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัวทันที และสำรวจพื้นที่เสียหายจะต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ รัฐบาลเร่งรัดและมีความห่วงใยประชาชนทุกคนทุกครอบครัว จังหวัดกาฬสินธุ์พบภาคส่วนเร่งดูแลอย่างเต็มที่

สรุปสถานการณ์ และความคืบหน้าการอุดกั้นพนังกั้นน้ำ โดยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ รักษาราชการแทน ผวจ.กาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอรายงานสถานการณ์อุทกภัย กรณีพนังกั้นแม่น้ำชีขาดที่บ้านสะดำศรี ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. ดังนี้

ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย มีดังนี้

  1. มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่รวม 2 อำเภอ 6 ตำบล 21 หมู่บ้าน 922 ครัวเรือน 2,744 คน แยกเป็น
    – อ.ฆ้องชัย จำนวน 4 ตำบล 16 หมู่บ้าน 802 หลังคาเรือน 2,383 คน ถนนจำนวน 7 สาย โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการอพยพผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว
    – อ.กมลาไสย จำนวน 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน 120 หลังคาเรือน 361 คน ถนนจำนวน 3 สาย โดยจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการอพยพผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว
    และได้จัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ จำนวน 2 จุด ซึ่งสามารถผลิตอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยผลิตวันละประมาณ 2,800 กล่อง
  2. พื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหาย รวมทั้งสิ้น ประมาณ 69,600.50 ไร่ โดยในขณะนี้ จนท.กำลังเร่งสำรวจเพิ่มเติม
  3. ความคืบหน้าในการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำชีที่ขาด ระยะทาง 50 เมตร โดยข้อมูล ณ เวลา 09.00 น. ของวันที่ 21 ต.ค.65 รวม 2 ฝั่ง สามารถซ่อมแซมได้ระยะทางประมาณ 25 เมตร เหลือระยะทางทั้งสิ้น 25 เมตร คิดเป็นความคืบหน้า 50% โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 21.39 น. วันที่ 24  ตุลาคม 2565 สามารถซ่อมแซมพนังกั้นน้ำได้เป็นผลสำเร็จ
  4. และขอแจ้งเตือนประชาชนที่เดินทางสัญจรระหว่างเส้นทาง จ.กาฬสินธุ์ไป จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งขณะนี้เส้นทางจุดบ้านโจด ถึง บ้านท่ากลาง ต.เจ้าท่า มีน้ำท่วมขัง สูง 80 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ จึงขอให้ประชาชนเลี่ยงเส้นทางสายดังกล่าว

วัชรินทร์ เขจรวงศ์ /รายงาน