กาฬสินธุ์ ผู้ว่าฯ ชี้แจงกรณี สจ.คนดังเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ไม่ได้ขออนุญาตออกนอกประเทศ
กาฬสินธุ์ ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ล้างเล้าไก่ทลายทุนเถื่อน” ขยายผลเครือข่ายเว็บพนันภาคอีสาน ออกหมายจับนักการเมืองนายทุนใหญ่ เปิดฟาร์มไก่ชนบังหน้า ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ออกมาชี้แจงสื่อ ไม่ได้เซ็นต์อนุญาตใบลาให้ สจ.ไปต่างประเทศแต่อย่างใด
ตามนโยบายของรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่ง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำชับให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการระดมกวาดล้างการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ทุประเภทอย่างเด็ดขาด โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่การแถลงข่าวคดีสำคัญจากปฏิบัติการในครั้งนี้
วันพุธที่ 28 ม.ค. 2569 เวลา 11.30 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ, พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รอง ผบก.สอท.3 และ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา รอง ผบก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ล้างเล้าไก่ทลายทุนเถื่อน” ขยายผลเครือข่ายเว็บพนันภาคอีสาน ออกหมายจับนักการเมืองนายทุนใหญ่ เปิดฟาร์มไก่ชนบังหน้า
จากนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการกระทำผิดเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ในภาคอีสาน เครือข่าย “Banhuay98” และได้ข้อมูลร้องเรียนจากสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อ 14 พ.ค. 2568 เกี่ยวกับกรณี “เปิดหน้ากลุ่มการเมือง “วัยรุ่นสร้างตัว” แห่งกาฬสินธุ์” จึงได้สืบสวนสอบสวน ทำการขยายผล พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินเรื่อยมาจนนำมาสู่การปฏิบัติการในครั้งนี้
โดยสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 ได้ตรวจสอบการกระทำผิดทางโซเชียลมีเดีย พบบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับการรับ-ส่งหวย จึงได้สืบสวนจนนำไปสู่การออกหมายค้นและเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568
จากการสืบสวนขยายผลพยานหลักฐาน นำมาสู่การจับกุมเจ้ามือหวยรายใหญ่ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 20 ล้านบาท จนนำไปสู่การเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมทั้งตรวจยึดทรัพย์สินของกลางรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท – เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2568
ต่อมาตำรวจไซเบอร์ได้สืบสวนขยายผล จนสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ จำนวน 2 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท โดยตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมา พบว่าผู้ต้องหาทั้งคู่มีพฤติกรรมนำเงินกระทำผิดไปฟอกขาว ผ่านการลงทุนในกิจการต่างๆ อาทิ ตลาดกลางคืน (Night Market), สนามฟุตบอลหญ้าเทียม, ร้านกาแฟ (Café), คลินิกเสริมความงาม, ร้านอาหาร เป็นต้น เพื่อซุกซ่อน-ปกปิดแหล่งที่มาของแหล่งเงิน จึงนำไปสู่การขอหมายจับและการเข้าตรวจค้น จนสามารถยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2568 และผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมา
ต่อมา พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ รอง ผบก.สอท.3 นำทีมสืบสวนเชิงลึกเพื่อขยายผลจากกรณีดังกล่าว กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทางการเงินที่ซับซ้อนกับเว็บไซต์พนันหวยออนไลน์ “Banhuay98” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จากการตรวจสอบพบว่าเปิดให้บริการมาตั้งแต่ตั้งแต่ปี 2555 เปิดให้เล่นพนันหวยรัฐบาลไทย, หวยลาว, หวยฮานอย หวยหุ้นต่างๆ รวมถึงการพนันออนไลน์ประเภทอื่นๆ อาทิ ไพ่บาคาร่า, สล็อต, เกมกีฬา และอื่นๆ มีสมาชิกกว่า 10,000 ราย มีทรัพย์สินหมุนเวียนในระบบกว่า 150 ล้านบาทต่อปี
โดยเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง คือ นายปฐนัญ หรือ “เสี่ยเนย์” อายุ 29 ปี อดีตนักการเมืองท้องถิ่น และ นางสาวปริญญา อายุ 28 ปี โดยพบว่าทั้ง 2 ได้เปิดกิจการฟาร์มไก่ชน ในพื้นที่ ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเป็นฉากหน้าในการนำทรัพย์สินที่ได้จากเว็บพนันออนไลน์มาฟอกเงินผ่านกิจการดังกล่าว รวมถึงมีการกระจายเงินไปยังบัญชีม้าและเครือข่ายต่างๆ
จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายค้นเป้าหมายต่างๆ จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการตรวจค้น จำนวน 8 จุด ทั้งในพื้นที่ กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ขอนแก่น และ กทม. – เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ผลการตรวจค้น สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 ได้ร่วมกันสืบสวนจนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ กระทั่ง ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับตามคำร้องของพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ดังนี้
1. หมายจับศาลอาญา ที่ 436/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค. 2569 ให้จับกุม นายปฐนัญ หรือ “เสี่ยเนย์” อายุ 29 ปี
2. หมายจับศาลอาญา ที่ 437/2569 ลงวันที่ 26 ม.ค. 2569 ให้จับกุม นางสาวปริญญา อายุ 28 ปี
โดยทั้ง 2 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน (หวยออนไลน์) ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันกระทำความผิด ฐานฟอกเงิน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน”
ทั้งนี้ ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งกำลังสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ต่อไป
ล่าสุดช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่จุดแรกไปยัง บ้านกลางดง ตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าฟาร์มไก่ชนชื่อดังก็ได้ปิดประตูสนิท ส่วนจุดที่ 2 ไปที่บ้านหนองเม็ก ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของมารดา สจ.เนย์ ที่ประตูบ้านปิดสนิทเช่นกันมีแต่สุนัขที่เฝ้าบ้านอยู่
ชาวบ้านคนหนึ่งที่บ้านอยู่ติดกับบ้านมารดา สจ.เนย์ เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่เพราะทุกคนย้ายรกรากไปอยู่บ้านที่อยู่ในตัวเมืองหมดแล้ว ส่วนตัว สจ.เนย์เองก็ไม่ใช่คนพื้นเพของที่อำเภอฆ้องชัย เพียงแต่มาอาศัยย้ายชื่อเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่ออาศัยลงสมัคร สจ.เท่านั้น
ด้านนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลว่า “ตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ว่า “มีการออกหมายจับนักการเมืองท้องถิ่น (สจ.) ในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และมีการกล่างอ้างว่าผู้ถูกออกหมายจับซึ่งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีการขออนุญาตลาตามระเบียบของทางราชการเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้พิจารณาอนุญาตให้ สจ. รายดังกล่าว เดินทางไปต่างประเทศได้” นั้น จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่า “ไม่มีการอนุญาตให้ สจ.รายดังกล่าว ลาไปต่างประเทศ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด”
