กาฬสินธุ์ เข้าสู่หน้าร้อน ชวนเช็คอินแลนด์มาร์คไม่ลับ ชิมเมนูจากกุ้งก้ามกราม GI
“ลูกค้าตามดาว มาเจอสวนอาหารนับดาวฟาร์ม” ถึงอากาศจะร้อน เราก็ต้องออกจากบ้านทำมาหากิน หิวเมื่อไหร่ก็ต้องพักกินข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี 1 เมนูที่คนอีสานสามารถกินได้ทุกวันก็คือ “ส้มตำ” เมนูสำหรับคนรักสุขภาพ เพราะวัตถุดิบประกอบด้วย มะละกอ มะเขือเทศ พริก กระเทียม เป็นต้น ที่ขาดไม่ได้คือน้ำปลาร้า ที่ปัจจุบันนิยมกินแบบน้ำปลาร้าที่ต้มสุกแล้ว สะอาด ปลอดภัย วันนี้จึงพามาชิม “ส้มตำกุ้งสด” หากใครไม่ทานดิบก็สามารถสั่งเป็นกุ้งสุกก็ได้ ที่แลนด์มาร์คไม่ลับ “สวนอาหารนับดาวฟาร์ม” บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้เล็กใหญ่มอบโอโซนให้ลูกค้าได้สูดได้อย่างเต็มปอดตั้งแต่เช้าจรดเย็น หากโชคดีก็จะได้ส่องเจอนกอินทรีย์ขาวเจ้าถิ่นด้วย
ที่สวนอาหารนับดาวฟาร์มกุ้งเผา บ.หนองสองห้อง ต.ลำคลอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ห่างจากเขื่อนลำปาวเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น เจ้าของร้านจัดสวนเปิดเป็นร้านอาหารเปิดต้อนรับลูกค้าทุกวัน โดยหากมาร้านนี้ หรือมาที่จังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว หากไม่ได้ทานกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ GI ถือว่ามาไม่ถึงกาฬสินธุ์ ทางร้านจึงมีเมนูจากกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ GI เสริฟหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น กุ้งเผา, ต้มยำกุ้ง, กุ้งอบวุ้นเส้น, ฉู่ฉี่กุ้ง, กุ้งแช่น้ำปลา เป็นต้น โดยวันนี้แนะนำเมนู “ส้มตำกุ้งสด” แกะเปลือกใหม่ ๆ มาให้ลิ้มลอง รับประกันความแซบว่าหากได้ทานแล้วจะติดใจแน่นอน เพราะกุ้งที่นี่เป็นกุ้งตัวเป็น ๆ อยู่ในบ่อพัก จึงมีความสด กรอบอร่อย หากนำกุ้งไปเผายิ่งจะได้ความหอมมันอย่างลงตัว
คุณหญิง น.ส.ไอรดา เจ้าของร้านเปิดเผยว่า “เปิดร้านที่นี่มาได้ประมาณ 7 ปี ก่อนช่วงเกิดโควิดได้ประมาณ 3 เดือน เมื่อก่อนปลูกดอกไม้ให้ลูกค้าได้เช็คอิน แต่อนาคตอยากจะปลูกผักออแกนิค ที่สามารถให้ลูกค้ากินได้และซื้อกลับบ้านได้ด้วยจะดีกว่า วันนี้ได้โชว์เมนูกุ้งสด เป็นกุ้งที่ฟาร์มเลี้ยงเอง จึงขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านที่ผ่านไปมาหากจะมาเที่ยวเขื่อนลำปาว ก็สามารถแวะมาชิมเมนูจากกุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์ GI ได้ที่สวนอาหารนับดาวฟาร์ม ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ทุกวัน สามารถติดต่อจองโต๊ะได้ที่เพจ สวนอาหารนับดาวฟาร์มกุ้งเผา หรือ โทร. 096 757 0503 “ถ้านึกถึงกุ้ง ให้นึกถึงสวนอาหารนับดาวฟาร์ม”
และทางเจ้าของร้านแห่งนี้ ยังมีจุดให้ลูกค้าเช็คอิน เขียนความในใจบอกใครสักคน ที่เห็นห้อยไว้ตามพุ่มไม้ เป็นที่ระลึกว่าได้มาเช็คอินที่สวนอาหารแห่งนี้อีกด้วย เหมือนย้อนเป็นวัยเด็กที่เขียนจดหมาย เขียนไปรษณีย์ หาใครสักคน
ตระกูล ภูพวงเพชร /รายงาน
www.kalasinnews.com
