• จันทร์. มี.ค. 4th, 2024

AIS หนุนท่องเที่ยว และเศรษฐกิจบนพื้นที่ 2 ชายฝั่งทะเลไทย โชว์ศักยภาพขุมพลังโครงข่ายอัจฉริยะ 5G  ชูนวัตกรรมยกระดับ “SEA COVERAGE” ครอบคลุมความต้องการทุกกลุ่ม

AIS เดินหน้าภารกิจสำคัญ มุ่งพัฒนาและขยายโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ให้มีความครอบคลุมการใช้งานในทุกพื้นที่ ทั้งกว้างสุด ไกลสุด สูงสุด และลึกสุดในไทย ล่าสุดตอกย้ำความเป็นที่ 1 ตัวจริง ประกาศความสำเร็จ SEA COVERAGE บนพื้นที่ 2 ชายฝั่งทะเลไทย ทั้งอ่าวไทย และอันดามัน ชูนวัตกรรมโครงข่ายอัจฉริยะและสุดยอดเทคโนโลยีที่พร้อมให้บริการในทุกรูปแบบ ทั้งความเร็ว แรง และครอบคลุมมากที่สุดรายแรกในไทย ตอบโจทย์การใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งภาครัฐ บริการประชาชน สาธารณูปโภค ผู้ประกอบการประมง ผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว อาทิ ผู้ให้บริการท่าเรือเฟอร์รี่ เรือยอร์ช เรือสปีดโบ๊ท ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ หนุนการเติบโตของเศรษฐกิจภาคพื้นทะเล หรือ Ocean Economy ในทุกมิติ

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญที่เป็นหัวใจของชาว AIS คือ การส่งมอบบริการที่ต่อเนื่อง ด้วยคุณภาพสัญญาณและนวัตกรรมที่พร้อมให้เชื่อมต่อได้เสมออย่างไม่มีข้อจำกัด ดังนั้นเราจึงไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนาเครือข่ายให้รองรับความต้องการได้ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ทั้งนี้หมายรวมถึงพื้นที่เดิมที่เคยครอบคลุมอยู่แล้ว ก็ต้องดียิ่งขึ้น จากความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”

“สำหรับบริเวณชายหาดทะเลของไทย ที่มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 กิโลเมตร ทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ติดอันดับโลก นอกจากจะเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศมากถึง 1.21 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมาแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจชายฝั่ง จากอุตสาหกรรมประมงทั้งชายฝั่งและประมงน้ำลึก, อุตสาหกรรมพัฒนาที่ดิน, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ การทำงานของภาครัฐในการให้บริการประชาชน รวมถึง นักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภค ผู้ให้บริการท่าเรือ และการเดินเรือต่างๆ อาทิ เรือเฟอร์รี่ เรือยอร์ช เรือสปีดโบ๊ท รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และบริการทัวร์ทุกรูปแบบ ดังนั้นที่ผ่านมาการบริหารจัดการคุณภาพเครือข่ายบริเวณชายฝั่งและกลางทะเล หรือ SEA COVERAGE จึงเป็นภารกิจหลักที่เราทุ่มเท เพื่อให้สามารถสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจชายฝั่งดังกล่าวได้อย่างดีที่สุด”

นายวสิษฐ์ อธิบายต่อถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในพื้นที่ทางทะเลว่า “การทำงานเพื่อขยายโครงข่ายทางทะเล หรือ SEA COVERAGE มีความท้าทายในการทำงานอย่างมาก เพราะลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์ ตั้งแต่ชายฝั่ง เกาะ ไปจนถึงพื้นที่กลางทะเล รวมไปถึงแหล่งพลังงาน ทำให้ทีมวิศวกรต้องใช้ทักษะ และประสบการณ์ในการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงข่าย การผสมผสานระบบสื่อสัญญาณ (Transmission) พร้อมเลือกใช้นวัตกรรม โซลูชัน รูปแบบของพลังงานทดแทนจากธรรมชาติอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับภูมิประเทศและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม  เพื่อให้โครงข่ายอัจฉริยะ AIS 5G มีความพร้อมมากกว่าระบบสื่อสาร แต่สามารถตอบโจทย์ทุกประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้าและผู้ประกอบการทุกกลุ่ม โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานตามพฤติกรรมและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ดังนี้

กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Tourism Sector) ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานมากกว่า 95% ที่นอกเหนือจากกลุ่มนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร จะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ดิจิทัลบนโครงข่าย AIS 5G แล้ว หน่วยงานภาครัฐ อาทิ หน่วยงานอุทยานแห่งชาติ กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ ยังสามารถเชื่อมต่อการใช้งานระบบสื่อสาร และบริการดิจิทัล อาทิ IoT และการจัดเก็บฐานข้อมูล (Tourism Smart Data) เพื่ออำนวยความสะดวกให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการอย่างผู้ให้บริการเรือยอร์ช (Yacht Route) เรือเฟอร์รี่ (Ferry Line) ที่โครงข่ายสื่อสารของ AIS มีความครอบคลุม ใช้งานได้ต่อเนื่องทุกเส้นทางการเดินทาง พร้อมนำนวัตกรรมอย่าง Super Cell มาทดลองทดสอบให้บริการจริงแล้ววันนี้ โดยสามารถส่งสัญญาณเชื่อมโยงระหว่างจุดต่อจุดได้สูงสุดกว่า 70 กิโลเมตร

กลุ่มอุตสาหกรรมประมง (Fisheries Sector) และความปลอดภัย ในพื้นที่สองชายฝั่งทะเลของประเทศทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน โดยอุตสาหกรรมประมงมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจภาคพื้นทะเล หรือ Ocean Economy เป็นอย่างมาก ทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านหรือประมงชายฝั่ง ที่ใช้เรือขนาดเล็กทำการประมงในระยะทางประมาณตั้งแต่ 3-12 ไมล์ทะเล และกลุ่มประมงเพื่อการพาณิชย์ หรือ ประมงน้ำลึก ที่ออกไปจับปลานอกเขตประมงชายฝั่ง แน่นอนว่ากลุ่มนี้ต้องการการติดต่อสื่อสาร ทั้งในด้านธุรกิจกับแพรับซื้อปลา การดูแลความปลอดภัย หรือการติดต่อครอบครัวบนฝั่ง และยังรวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐทั้งทหารและตำรวจที่ดูแลความมั่นคงทางทะเล ซึ่ง AIS สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน

กลุ่มชุมชนตามแนวชายฝั่งและบนเกาะ (Local Community Sector) ที่พัฒนาเครือข่ายครอบคลุมจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 98% แล้ว ทั้งมือถือ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่ตอบสนองเรื่องการทำธุรกิจของผู้ประกอบการท้องถิ่น และระบบสาธารณูปโภคที่ใช้ดิจิทัลเข้ามายกระดับ

นายวสิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณภาพของ AIS SEA COVERAGE จะพร้อมรับช่วงเวลาสำคัญปลายปีนี้ ที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างชาติจะเดินทางพักผ่อน รวมไปถึงเป็นช่วงพีคของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะเสริมเศรษฐกิจภาคพื้นทะเล ให้เติบโตและแข็งแกร่งต่อไป”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AIS เปิดให้บริการ Open API เชิงพาณิชย์รายแรกในไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Number Verification และ SIM Swap APIs จาก GSMA เพิ่มขีดความสามารถจากเครือข่ายโทรคมนาคมสร้างโอกาสให้นักพัฒนาสร้างนวัตกรรม ยกระดับภาคธุรกิจ
กระทรวง พม.ร่วมกับ AIS ปักหมุดภารกิจสร้างพลเมืองดิจิทัล ให้รู้เท่าทันทุกภัยไซเบอร์ ดันหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” สู่บุคลากร พม.ครบ 100% พร้อมส่งต่อไปยังประชาชนคนทุกช่วงวัย
AIS ผนึก 6 โอเปอเรเตอร์ ชั้นนำ ทั่วเอเชีย ครั้งแรกในโลก ประสานความร่วมมือดูแลลูกค้านักเดินทาง เชื่อมต่อสิทธิพิเศษเหนือระดับข้ามพรมแดน