• อังคาร. ก.ย. 15th, 2026

ตำรวจส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. คดี 3 เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวอุ้มเรียกค่าไถ่แลกปล่อยตัว

กาฬสินธุ์ ตำรวจส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. คดี 3 เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวอุ้มเรียกค่าไถ่แลกปล่อยตัว อาจเข้าข่ายเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157

** รบกวนเบลอหน้าผู้ต้องสงสัยและผู้เสียหายทุกคน **

กาฬสินธุ์ ตำรวจเร่งรวบรวมพยายหลักฐานอย่างละเอียดถึง 1 เดือน ล่าสุดวันนี้ส่งเรื่องคดีอุกอาจที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด เหตุ 3 เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวอุ้มชาวบ้านเรียกค่าไถ่แลกปล่อยตัวให้ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ไต่สวน เนื่องจากอาจจะเข้าข่าย มาตรา 157

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของผู้เสียหาย ได้ขอความช่วยเหลือมายังเพจข่าวออนไลน์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ สืบเนื่องจากวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากหลานชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่น้อยกว่า 2 คน ทำตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ เชิญตัวในยามวิกาล ใส่กุญแจมือทันที แล้วใช้กลอุบายเหมือนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียกรับเงินเพื่อแลกในการปล่อยตัว ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับการติดต่ออีกครั้ง จากครอบครัวของผู้เสียหาย หลังจากวันเกิดเหตุเจ้าตัวได้ออกนอกพื้นที่ เพราะกลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้ร้องขอให้ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ได้ช่วยเหลือพาเข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากหวังให้สื่อได้เป็นบอดี้การ์ดในการไปแจ้งความ หลังจากรอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิด

โดยเจ้าตัวผู้เสียหาย คือนายรณยุทธ อายุ 48 ปี อยู่อำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันที่ 11 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์จากทุ่งนาจะกลับบ้าน มีชาย 3 คน ซุ่มอยู่ข้างทาง คนหนึ่งความสูงประมาณ 170 ซม. อีก 2 คน ความสูงประมาณ 160 ซม ได้ควบคุมตัวไว้ แล้วแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ใส่กุญแจมือทันที ขอตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แล้วเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว จึงต่อรองจนเหลือ 10,000 บาท จึงยอมปล่อยตัว

จากนั้นวันนที่ 19 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจตรไวทยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสหัสขันธ์ ได้เชิญผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ลงพื้นที่เพื่อดูการชี้ตัวข้าราชการตำรวจชุดสืบสวน สภ.สหัสขันธ์ทุกนาย ส่วนคนที่อยู่ระหว่างการออกปฏิบัติหน้าที่ก็ให้ดูรูปถ่ายจนครบทุกนาย ทางผู้เสียหายได้ดูและลองฟังน้ำเสียงแล้วก็ไม่พบว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยที่ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้ประสานไปยังนายอำเภอสหัสขันธ์ ขออนุญาตเชิญตัวคณะสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนประจำที่ว่าการอำเภอสหัสขันธ์มาให้ผู้เสียหายชี้ตัวด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ คลายข้อครหาของประชาชนที่ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดีสำคัญที่มีผู้คนติดตามอยู่จำนวนมาก

ต่อมาวันที่ 20 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจตรไวทยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสหัสขันธ์ พร้อมนางสาวศุภลักษณ์ ธัญทะพิพงศ์ ปลัดอำเภอสหัสขันธ์ พนักงานสอบสวน ได้เชิญตัวพยานในเหตุการณ์ 3 คน ที่เป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแห่งหนึ่ง นำรถที่ใช้ในคืนวันเกิดเหตุเดินทางไปชี้จุดเกิดเหตุ เพื่อจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงตามที่ผู้เสียหายได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยพยานทั้ง 3 คนบอกว่ามาครั้งนี้ด้วยความสมัครใจ ไม่ได้มีการบังคับขู่เข็นแต่อย่างใด

หนึ่งในตัวพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ในคืนวันเกิดเหตุ (คนขับรถ) กล่าวว่า วันนั้นที่เกิดเหตุทีมงานทุกคนมาปฏิบัติหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุจริง เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ไม่ได้มีการอุ้มตัวใส่กุญแจมือเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด

นายรณยุทธ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจมาก เพราะว่าระยะเวลาที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุกินไม่ได้นอนไม่ค่อยหลับ ขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และที่มีข่าวว่าทางกลุ่มผู้ต้องสงสัยพยายามจะต่อรองคืนเงินให้เพื่อขอให้ยอมความ ตนเองคิดว่า ผิดก็คือผิด ในเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ จะมาให้ตนยอมความตนเองไม่ขอยอม

ล่าสุดวันนี้ (14 กันยายน 2569) เรื่องผ่านล่วงเลยมา 1 เดือนกว่า ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับข้อมูลจาก ผกก.สภ.สหัสขันธ์ ว่าทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะนำเอกสารของเรื่องนี้ทุกอย่าง ส่งให้ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นคนพิจารณาไต่สวน ในกรณีที่เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157) หรือเรียกรับสินบน ก็ขึ้นอยู่ในดุลพินิจของ ป.ป.ช. โดยจะมีกรอบในการพิจารณาไต่สวนภายใน 30 วัน ก็จะทราบว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการเอง หรือส่งเรื่องกลับให้ทาง สภ.สหัสขันธ์ ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป เพราะทางพนักงานสอบสวนก็มีข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ มัดแน่นอยู่แล้ว

– ข่าวต้นเรื่องส่งเข้าระบบวันที่ 15 ส.ค. 2569 กาฬสินธุ์ ร้องสื่อ หลานเคยเข้าวงการยาเสพติดถอนตัวแล้วถูกไอ้โม่งอุ้มเรียกค่าไถ่
– ข่าวตามคืบส่งเข้าระบบวันที่ 17 ส.ค. 2569 กาฬสินธุ์ โดนอุ้มเรียกค่าไถ่ ไม่กล้าไปโรงพักเองขอสื่อเป็นบอดี้การ์ด
– ข่าวคืบหน้าส่งเข้าระบบวันที่ 19 ส.ค. 2569 กาฬสินธุ์ คืบหน้าถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ครึ่งแสนต่อรองเหลือหนึ่งหมื่นยอมปล่อยตัว
– ข่าวคืบหน้าส่งเข้าระบบวันที่ 20 ส.ค. 2569 กาฬสินธุ์ 3 เจ้าหน้าที่รัฐยังให้การภาคเสธ ไม่ได้อุ้มเรียกค่าไถ่ ด้านผู้เสียหายขอบคุณตำรวจทำงานเร็วมาก

ปิดโหมดสีเทา