• พุธ. ส.ค. 19th, 2026

คืบหน้าถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ครึ่งแสนต่อรองเหลือหนึ่งหมื่นยอมปล่อยตัว

กาฬสินธุ์ คืบหน้าถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ครึ่งแสนต่อรองเหลือหนึ่งหมื่นยอมปล่อยตัว ไม่กล้าไปแจ้งความโรงพักเองขอสื่อเป็นบอดี้การ์ดช่วยพาไปรับ-ส่ง แจ้งความกับ ผกก.สหัสขันธ์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจทั้งโรงพัก หลังโซเชียลวิจารณ์สงสัยเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

กาฬสินธุ์ ไม่เคยพบว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ที่เคยเกิดขึ้นมานานมากแล้ว และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในท้องที่ได้จับตัวไปติดคุกไปหมดแล้วจะมีมาอีก จะมาก่อเหตุอุกอาจอีกครั้ง ที่ผู้เสียหายก็ไม่กล้าไปลงบันทึกประจำวันเอง ต้องให้ผู้สื่อข่าวร่วมให้อำนวยความสะดวก ขอให้พาไปรับ-ไปส่ง เดินทางไปที่โรงพัก หลังถูกกลุ่มคนในมุมมืด ใช้กุญแจมืออุ้มไปเรียกค่าไถ่ รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดภายใต้การอำนวยการของนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้เจ้าของพื้นที่ คือ สภ.สหัสขันธ์ เร่งคลี่คลายเหตุการณ์นี้ และหากพบว่าตัวผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเสียเองก็จะไม่ไว้หน้า ต้องดำเนินคดีไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเด็ดขาด

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของผู้เสียหาย ได้ขอความช่วยเหลือมายังเพจข่าวออนไลน์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ สืบเนื่องจากวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากหลานชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่น้อยกว่า 2 คน ทำตัวเหมือนเจ้าหน้าที่ เชิญตัวในยามวิกาล ใส่กุญแจมือทันที แล้วใช้กลอุบายเหมือนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียกรับเงินเพื่อแลกในการปล่อยตัว ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับการติดต่ออีกครั้ง จากครอบครัวของผู้เสียหาย หลังจากวันเกิดเหตุเจ้าตัวได้ออกนอกพื้นที่ เพราะกลัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้ร้องขอให้ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ได้ช่วยเหลือพาเข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากหวังให้สื่อได้เป็นบอดี้การ์ดในการไปแจ้งความ หลังจากรอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิด

โดยเจ้าตัวผู้เสียหาย คือนายรณยุทธ อายุ 48 ปี อยู่อำเภอสหัสขัน์ จ.กาฬสินธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันที่ 11 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 21.30 น. ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์จากทุ่งนาจะกลับบ้าน มีชาย 3 คน ซุ่มอยู่ข้างทาง คนหนึ่งความสูงประมาณ 170 ซม. อีก 2 คน ความสูงประมาณ 160 ซม ได้ควบคุมตัวไว้ แล้วแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ใส่กุญแจมือทันที ขอตรวจค้นแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แล้วเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว จึงต่อรองจนเหลือ 10,000 บาท จึงยอมปล่อยตัว รอดมาอย่างหวุดหวิด

ล่าสุดวันนี้ (19 ส.ค. 2569) พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจตรไวทยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสหัสขันธ์ ได้เชิญผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ลงพื้นที่เพื่อดูการชี้ตัวข้าราชการตำรวจชุดสืบสวน สภ.สหัสขันธ์ทุกนาย ส่วนคนที่อยู่ระหว่างการออกปฏิบัติหน้าที่ก็ให้ดูรูปถ่ายจนครบทุกนาย ทางผู้เสียหายได้ดูและลองฟังน้ำเสียงแล้วก็ไม่พบว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยที่ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังจากนั้นจึงได้ประสานไปยังนายอำเภอสหัสขันธ์ ขออนุญาตเชิญตัวคณะสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนประจำที่ว่าการอำเภอสหัสขันธ์มาให้ผู้เสียหายชี้ตัวด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ คลายข้อครหาของประชาชนที่ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดีสำคัญที่มีผู้คนติดตามอยู่จำนวนมาก

ด้านลูกสาวของผู้เสียหายบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สหัสขันธ์ว่า วันที่ 17 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ขณะขับรถยนต์เดินทางไปทำธุระ ได้ขับรถสวนกับรถยนต์คันหนึ่ง ที่ดูแล้วคล้ายกับรถยนต์ของผู้ต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุอุ้มตัวคุณพ่อของตนในคืนวันเกิดเหตุ เป็นรถยนต์ โตโยต้า กระบะตอนเดียว สีขาว เลขทะเบียนหน้า 72×× กาฬสินธุ์

จากนั้น ผกก.สภ.สหัสขันธ์ ได้ส่งคลิปจากกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าว วันที่ 12 ส.ค. 2569 เวลาในกล้อง 01.00.50 น. มีรถคันต้องสงสัยคันหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับรถยนต์คันก่อเหตุที่ลูกสาวผู้เสียหายได้ให้รายละเอียดไว้ เพื่อติดตามตัวเจ้าของรถคันดังกล่าวมาสอบถามเพิ่มเติมต่อไป

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบนายหนึ่งก็สอบถามกับผู้เสียหายว่า ทำไมไม่มาแจ้งความตั้งแต่วันเกิดเหตุ เพราะจะได้ตามล่าตัวได้ทันที เพราะหากไม่รีบมาแจ้งความเกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ก่อน จะทำให้ติดตามตัวได้ยากขึ้น และอาจจะไปก่อเหตุกับชาวบ้านรายอื่นให้ได้รับความเสียหายอีกด้วย โดยเจ้าตัวได้บอกว่าเพราะความตกใจกลัว ไม่รู้จะไปพึ่งใคร ก็เลยคิดทบทวนอยู่หลายวัน ก่อนตัดสินใจร้องสื่อให้ช่วยเป็นบอดี้การ์ดเข้าแจ้งความในที่สุด

อย่างไรก็ตามยังมีรายงานข่าวล่าสุดว่าใกล้จะมีข่าวดีแล้ว หลังมีภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยขับผ่านหน้า สภ.สหัสขันธ์ แล้วเลี้ยวเข้าซอยข้าง ๆ โรงพักเข้าไปในสถานที่ราชการที่อยู่ใกล้ ๆ กับโรงพัก

– ข่าวต้นเรื่องส่งเข้าระบบวันที่ 15 ส.ค. 2569 กาฬสินธุ์ ร้องสื่อ หลานเคยเข้าวงการยาเสพติดถอนตัวแล้วถูกไอ้โม่งอุ้มเรียกค่าไถ่
– ข่าวตามคืบส่งเข้าระบบวันที่ 17 ส.ค. 2569 กาฬสินธุ์ โดนอุ้มเรียกค่าไถ่ ไม่กล้าไปโรงพักเองขอสื่อเป็นบอดี้การ์ด

ปิดโหมดสีเทา