กาฬสินธุ์ รู้ว่าเสี่ยงแต่ไม่รู้ว่าจะพลาดวันไหน วอนแก้ปัญหายาเสพติดที่ต้นเหตุ
กาฬสินธุ์ เป็นภาพสดๆ ร้อนๆ ของวันนี้ ที่พลเมืองดีส่งให้เพจแฟนข่าวกาฬสินธุ์ ที่มีได้ทาสยารายหนึ่งมายึดพื้นที่ในชุมชนเป็นของตัวเอง ประกาศศักดา แสดงตัวเป็นเจ้าถิ่นห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนขับผ่านด่านตรวจ ที่ตั้งขึ้นเอง จนทำให้เกิดมีผู้บาดเจ็บหลายรายต้องได้รับบาดเจ็บ ส่งตัวเข้าห้องอุบัติเหตุโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
ในคลิปเริ่มต้นจากวันที่ 11 ก.ย. 2569 บุคคลอันตราย ได้ขับรถจักรยานยนต์ เข้ามาก่อกวนเพื่อนบ้าน พร้อมตะโกนเป็นภาษาอีสานว่า “กูจะเผาบ้านแมร่งมึงทิ้งหมดเลย” แล้วก็ขับกลับออกไปอย่างสบายใจ
ต่อมาคืนวันที่ 12 ก.ย. 2569 เวลาในกล้องวงจรปิดระบุไว้ในเวลา 23.02 น. บุคคลอันตรายคนดังกล่าวได้เดินเท้าเข้ามาถีบประตูกระจกแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย โดยในมือเหมือนถืออาวุธมาด้วยในหมู่บ้านเดียวกัน
จนวันนี้ (13 ก.ย. 2569) เวลา 16.21 น. เป็นวันที่ 3 ของบุคคลอันตรายรายนี้ ได้นุ่งผ้าขาวม้า ถือด้ามขวาน วิ่งเข้ามาหาเรื่องชาวบ้านถึงในบ้าน จนทุกคนต้องวิ่งหนีตายออกจากบ้าน โชคดีตอนนั้นไม่มีใครได้รับอันตราย จึงได้แจ้งไปยังผู้นำชุมชนให้ช่วยมาระงับเหตุ
หลังจากลูกบ้านแจ้งให้ผู้นำชุมชนมาระงับเหตุคนร้ายอาละวาด ก็มีผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับเรื่องขับรถจักรยานยนต์มาทันที ในช่วงเวลาหลังจากได้รับแจ้งไม่ถึง 10 นาที ก็มาเจอบุคคลอันตรายดักรออยู่ริมถนนในหมู่บ้าน ได้เดินออกมาพร้อมอาวุธขวานขนาดใหญ่ ฟาดเข้าไปหวังให้โดนศีรษะแต่ด้วยสติของผู้ใหญ่บ้าน คือ นายณรงค์ พันโกฏิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านดอนสนวน ตำบลหลุบ โยกหลบได้ทัน จึงทิ้งรถแล้วรีบวิ่งหนีออกไปตั้งหลัก พร้อมเรียกกำลังเสริมทันที
จากนั้นเรื่องจึงถึงผู้นำชุมชนคือ นายภักดี ภูมีแหลม กำนันตำบลหลุบ จึงได้ประสานเครือข่ายผู้นำชุมชน ประกอบด้วย นายจรัส ชาลีจันทร์ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 นายนิยม พลไกรษร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 นายสกล คงแสวง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 นายขจรศักดิ์ คำหงษา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 นางสาวศศิณา แก้วอำภา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 นายคมกฤษ จำปาแถม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และพลเมืองดี ได้เข้าระงับเหตุ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับอันตรายจากบุคคลอันตรายคนนี้
ล่าสุดชุดตรวจชุมชน ร.ต.อ ชัยวัฒน์ มละสาร, ร.ต.ต มณีศักดิ์ จำปาแถม, ดาบตำรวจ ทินกร นาถมทอง ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้าระงับเหตุจำนวน 2 ราย คือนายณรงค์ พันโกฎิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และนายจีรวัฒน์ ติดชัยภูมิ พลเมืองดีที่เสี่ยงชีวิตเข้ารวบผู้ก่อเหตุรายนี้ ส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ต่อมาทราบชื่อบุคคลอันตรายคือนายโชคชัย อายุ 44 ปี เปิดเผยว่าเสพยามาจริง แต่ไม่บอกว่าซื้อมาจากใคร
นายภักดี ภูมีแหลม กำนันตำบลหลุบ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องแจ้งจากชาวบ้านตั้งแต่ 9 โมงเช้า จึงได้ประสานให้ผู้ใหญ่บ้านได้สังเกตการณ์ดี ๆ เพราะยังติดภารกิจงานศพในหมู่บ้านใกล้เคียง ต่อมาเวลาประมาณ 4 โมงเย็นจึงได้ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุกับผู้ใหญ่บ้านณรงค์ พันโกฏิ ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อสอบถามข้อมูลเพื่อวางแผนในการดำเนินการต่อไป เวลาต่อมาจึงได้เข้าไปสอบถามกับตัวผู้ก่อเหตุก็สังเกตอาการแล้วพบว่าไม่สู้ดีเท่าไหร่ โดยบอกว่าจะเผาบ้านคนในหมู่บ้าน ที่เป็นอดีตนายก และบ้านของผู้ใหญ่บ้านเองทั้งหมด จากนั้นจึงได้โทร.เรียกสายตรวจตำบลออกมาระงับเหตุช่วย
“ถือเป็นเคราะห์ดีที่ผู้ใหญ่บ้านระหว่างขับจักรยานยนต์ไปเรียกกำลังเสริมแล้วโดนดักฟันซึ่งหน้าแต่ไม่เป็นอะไร แล้วยังโชคดีที่มีพลเมืองดีเข้าไปช่วยระงับเหตุช่วย เพราะคิดว่ามักคุ้นกันดี แต่กลับถูกโดนฟันเข้าที่ใบหน้า คมขวานไปถูกคิ้วได้รับเจ็บ คือนายจีรวัฒน์ ติดชัยภูมิ หลังจากนั้นก็เกิดการชุลมุนแล้วล็อคตัวผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด”
กำนันแหลมกล่าวอีกว่า “ถามว่าอยากให้เน้นย้ำเรื่องอะไร ฝากถึงเรื่องกฎหมายทุกวันนี้ที่บอกว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ก็ต้องมีสถานที่รองรับบุคคลกลุ่มนี้ ถ้าก่อเหตุแล้วบอกว่าเป็นผู้ป่วยโรงพยาบาลก็ปล่อยกลับบ้าน เป็นภาระของชุมชนเหมือนเดิม ถ้าเราจะทำจริง ๆ ตนเองเชื่อว่าทำได้ เพราะทุกวันนี้บอกเลยว่าการทำงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย แพทย์ สารวัตร เราทำงานที่ปลายเหตุ เพื่อที่จะเข้าไประงับปลายเหตุ เราไม่สามารถไปแก้ปัญหาที่ต้นตอได้เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ถามว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อย แต่ถามว่าเราได้มายืนจุดนี้แล้วเราก็ทำเพื่อชุมชนให้ดีที่สุด ทำได้เท่าที่เราทำได้”
