• อาทิตย์. พ.ค. 31st, 2026

ชาวประมงแหกกฎฤดูน้ำแดง ผู้พิทักษ์เขื่อนลำปาวรวบส่งตำรวจทันที

กาฬสินธุ์ เตือนไม่ฟังจับจริง ชาวประมงแหกกฎฤดูน้ำแดง ผู้พิทักษ์เขื่อนลำปาวรวบส่งตำรวจทันที

เป็นภาพของการออกตรวจของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำในเขื่อนลำปาว ออกตรวจการทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา จับชาวประมงได้จำนวน 2 ราย ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที หลังจากได้มีประกาศจากกรมประมง ประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนพี่น้องชาวประมง ห้ามจับปลา เขื่อนลำปาว และลำน้ำสาขา ฤดูน้ำแดง โทษหนักปรับ 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569 ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ ขอความร่วมมือ งดใช้เครื่องมือบางชนิดจับสัตว์น้ำ ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว และลำน้ำสาขา ที่ส่งผลกระทบต่อ “พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ” ในฤดูน้ำแดงปีนี้ ฝ่าฝืน มีโทษ ปรับสูงสุด 50,000 บาท แต่ก็ยังมีชาวประมงกล้าลองดีกับกฎเหล็กในฤดูน้ำแดงอยู่

ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณแหลมโนนวิเศษ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ อยู่ระหว่างการสอบประวัติของชาวประมงรายหนึ่ง ที่ออกหาปลาโดยใช้อุปกรณ์ต้องห้าม จึงต้องโทษส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายวิระ จิตรสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดกาฬสินธุ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทุกปีในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม เป็นช่วงที่ทางกรมประมงได้ประกาศกำหนดเป็นช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน เหตุผลที่ประกาศช่วงนี้เพราะช่วงนี้มีฝนตกลงมาทำให้เกิดการชะล้างหน้าดินลงสู่น้ำ ซึ่งส่วนหนึ่งคือปุ๋ย เมื่อลงสู่น้ำก็จะเกิดแพลงก์ตอน ทำให้ลูกปลาเมื่อเกิดมีแพลงก์ตอนทำให้มีอัตราการรอดสูง จึงถือได้ว่าช่วงนี้พ่อแม่พันธุ์ปลามีความเหมาะสมในการวางไข่ โดยในเขื่อนลำปาวประกาศตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. – 15 ส.ค. 2569 เพื่อปกป้องคุ้มครองสัตว์น้ำจืด โดย ศปจ.กาฬสินธุ์ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบตั้งแต่ต้นเดือน ขอความร่วมมือพ่อแม่พี่น้องชาวประมงแล้ว ยกเว้นการจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือบางชนิด ซึ่งเราไม่ได้ห้ามทุกชนิด อย่างเบ็ด, สวิง, ยอปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร, ตะแกรงปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร, สุ่ม, ฉมวก เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ ยกเว้นเฉพาะเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพทำลายล้างสูง เช่น ข่ายลอย ยอยกที่มีขนาดปากกว้างมากกว่า 2 เมตร เราก็ได้ขอความร่วมมือให้หยุดก่อนในช่วงของ 3 เดือนของฤดูน้ำแดง

“โดยช่วงเช้าของวันนี้ได้นำเรือออกมาจากฐานเกาะแก้ว ซึ่งทางศูนย์ฯมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำตามประกาศของกรมประมง ถือเป็นต้นน้ำของเขื่อนลำปาวขึ้นไปวางไข่ เราเลยตั้งฐานที่นั่น ขากลับจึงได้ตรวจพบเรือประมงลำดังกล่าวกำลังทำการประมงด้วยข่ายลอย ซึ่งมีความผิด จึงได้เข้าไปสอบถาม ก็ได้ยอมรับว่ากระทำผิดจริง จึงได้บอกกล่าวถึงข้อกล่าวหาและโทษของเครื่องมือ โทษของการปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ โดยปีนี้ต้องขอขอบคุณชาวประมงในเขื่อนลำปาว พบว่าบางเครื่องมือได้มีการหยุดหาปลา มีบางส่วนที่ยังฝืนกฎทำการประมงเราก็ได้ทำการยึดเครื่องมือ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทำให้สัตว์น้ำในเชื่อนลำปาวมีมากขึ้น ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งพี่น้องประชาชน ส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น รวมถึงสื่อมวลชนที่ได้ช่วยกันรักษาสัตว์น้ำให้เป็นฐานทรัพยากรของประเทศชาติต่อไป” ผอ.ศปก.กาฬสินธุ์ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน

ด้านชาวประมงที่ถูกจับบอกว่า วันนี้ตนเองใช้เรือออกหาปลาอยู่ในเขตตำบลหนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ โดยใช้อุปกรณ์ในการหาปลาคือตาข่ายลอย ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นอุปกรณ์ต้องห้าม ในช่วงฤดูน้ำแดง ครั้งต่อไปตนเองก็จะหยุดหาปลาในช่วงที่ห้ามจับปลาในฤดูน้ำแดง รอให้ทางการเปิดให้หาได้จึงจะหาปลาได้

ลำดับภาพ
– แฟ้มภาพออกตรวจจับทั้งหลางวัน/กลางคืนเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569
– ลงพื้นที่วันที่ 27 พ.ค. 2569
– สัมภาษณ์ ผอ.ศปจ.กาฬสินธุ์
– สัมภาษณ์ชาวประมงที่ถูกจับกุมส่งตัวดำเนินคดี
– รบกวนเบลอหน้าชาวประมงด้วยครับ

ปิดโหมดสีเทา