• ศุกร์. ม.ค. 23rd, 2026

กาฬสินธุ์ จุรินทร์ลุยอีสาน ชูประกันรายได้และกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร

กาฬสินธุ์ “จุรินทร์” ลุยอีสาน ชูประกันรายได้และกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรด้วยคนทำเป็นและทำให้เห็นมาแล้ว

วันนี้ 22 ม.ค. 2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้เดินทางไปช่วยผู้สมัคร สส. เขตของพรรคที่กาฬสินธุ์ หาเสียงพร้อมกับขอคะแนนให้บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 27

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนาจารย์ ตำบลนาจารย์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายจุรินทร์ได้ปราศรัยหาเสียงร่วมกับ นส.ปฐมาภรณ์ มงคลสินธุ์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 ของพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 ซึ่ง นส.ปฐมาภรณ์ เคยดำรงตำแหน่ง ประธานเครือข่าย ปปช. ภาคประชาสังคมจังหวัดกาฬสินธุ์ และอดีตเคยเป็นนักวิจัยร่วมกับองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และ มรภ.มหาสารคาม วิจัยเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ธรรมาภิบาล และประชาธิปไตยในภาคอีสาน โดยนายจุรินทร์และนางสาวปฐมาภรณ์ ได้พบกับกลุ่มเกษตรกรและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ บ้านนาจารย์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นจึงเดินทางไปเดินหาเสียงที่ตลาดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

โดยนายจุรินทร์ ได้กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 ยังคงมีนโยบาย “ประกันรายได้เกษตรกร” ซึ่งเป็นนโยบายของคนทำเป็นและเคยทำให้เห็นมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกร เพราะเมื่อราคาพืชผลการเกษตรราคาตกต่ำก็จะมีเงินส่วนต่างชดเชยให้ นอกจากนั้นพรรคก็ยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรผ่านกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร (กฟก.) ซึ่งกองทุนนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เกษตรกรไม่ถูกยึดที่ดิน เพราะใช้เงินกองทุนเข้ามาช่วยซื้อหนี้และโอนหนี้จากสถาบันการเงินเอกชนมาเป็นหนี้ของกองทุนฟื้นฟูแทน โดยจะไม่มีการยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร ซึ่งกองทุนนี้เริ่มต้นครั้งแรกตั้งแต่ตอนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีปี 2542 จัดเงินประเดิมให้ 1,800 ล้านบาท และต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนเป็นนายก ปี 52 ก็ได้ มีมติ ครม. ให้กองทุนสามารถซื้อหนี้และซื้อที่ดินทำกินเกษตรกรที่ถูกสถาบันการเงินยึดมาเป็นของกองทุน เพื่อให้เกษตรกรมาซื้อคืนในภายหลังได้ รวมทั้งให้การสนับสนุนเงินงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรที่เป็นหนี้ 4 แบงก์รัฐ และเมื่อมาถึงยุคที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรปี 62-66 ก็เป็นอีกยุคสำคัญที่ช่วยจัดงบประมาณสนับสนุนเป็นวงเงินสูงถึง 3,000 ล้านบาท เพื่อให้กองทุน ซื้อหนี้เกษตรกรได้มากขึ้น และเพิ่มวงเงินให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้เกษตรกรแต่ละรายได้เป็นวงเงินสูงขึ้นถึง 5 ล้านบาท รวมทั้งจัดวงเงินปรับโครงสร้างหนี้ 4 แบงก์รัฐให้เกษตรกรมากถึง 15,000 ล้านบาท ฉะนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าไปเป็นรัฐบาล ก็จะเข้าไปผลักดันเรื่องนี้ต่อไป ตนจึงขอฝากผู้สมัครเขตของพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศและฝากพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 27 ทั้งในภาคอีสานและในทุกภาคต่อไปด้วย ซึ่งขณะนี้คะแนนนิยมของพรรคในภาคอีสานได้กลับคืนมาอย่างดีในระดับหนึ่งแล้ว

ปิดโหมดสีเทา