• อาทิตย์. เม.ย. 21st, 2024

นายก ส.ท่องเที่ยวกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่สำรวจเส้นทาง เตรียมพร้อมต้อนรับนักธุรกิจจากทั่วประเทศ ในการประชุม TFOPTA โดยจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นเจ้าภาพจัดครั้งแรก

นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินหน้าลงพื้นที่สำรวจเส้นทางทริปท่องเที่ยว เตรียมพร้อมต้อนรับ การประชุมวิสามัญสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) ที่มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2566 ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ที่จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นเจ้าภาพครั้งแรก จำนวนกว่า 500 คนจากทั่วประเทศ คาดจะมีเงินสะพัดกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดกว่า 10 ล้านบาท

ดร.วัชรพงศ์ ชาวสามทอง นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ มีบทบาทในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจและวิสาหกิจในจังหวัดและร่วมมือกับรัฐบาล ในการส่งเสริมกิจกรรมสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ ให้สอดคล้องกับนโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแห่งชาติ อีกทั้งสนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคขัดแย้งต่างๆ รวมทั้งเจรจาตกลงกับบุคคลภายนอก เพื่อประโยชน์รวมกันในการประกอบกิจการของสมาชิก โดยมีสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) เป็นหน่วยงานที่คอยสนับสนุนทั้งในส่วนของการให้ความรู้ แก้ไขปัญหา ติดต่อประสานงาน หน่วยงานของภาครัฐบาลและหน่วยงานเอกชนอื่นๆ ที่มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมงานและบทบาทของสมาคมฯ

ดร.วัชรพงศ์ กล่าวอีกว่า “ทั้งนี้การสื่อสารรายละเอียดของผลการปฏิบัติงาน หรือการขอความช่วยเหลือจากสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว จะมีการเจรจาโดยผ่านการประชุมประจำปี ซึ่งกำหนดไว้ปีละ 2 ครั้ง ซึ่งการประชุมสามัญประจำปี และการประชุมวิสามัญประจำปี โดยปีนี้มีการประชุมสามัญในวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2566 ณ จังหวัดปราจีนบุรีที่ผ่านมา และจะประชุมวิสามัญ ในวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2566 ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในการประชุมไม่ว่าจะสามัญหรือวิสามัญ จะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากสมาคมธุรกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 500 ท่าน คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด จากการจับจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคภายในจังหวัดบุคคลร่วมงานไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และยังเกิดเครือข่ายการค้าการท่องเที่ยว ส่งผลโดยรวมในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวระดับจังหวัดและระดับประเทศ”

“วันนี้ตนเองพร้อมคณะจึงได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางที่จะใช้เป็นโปรแกรมทัวร์ต้อนรับมวลสมาชิกฯ ที่จะเดินทางเข้ามาเป็นแขกบ้านแขกเมืองหรืออาคันตุกะในจังหวัดของเรา โดยจัดทริปดีๆ ไว้ 3 เส้นทาง ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และบางท่านอาจจะเป็นครั้งแรกที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ได้เกิดความประทับใจ เก็บภาพและเรื่องราวดีๆ กลับไปบอกต่อ และหากติดใจอาจจะกลับมาเที่ยวจังหวัดของเราอีกหลายๆ ครั้ง โดยเส้นทางนี้ที่ตนเองอยากนำเสนอ จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรทฤษฎีใหม่ เริ่มสตาร์ทจากที่พัก จุดเช็คอินแรกอยู่ที่พระธาตุยาคู หลังจากนั้นเดินทางไปยังสวนปันบุญ อ.ฆ้องชัย แล้วเดินทางข้ามไปที่จังหวัดมหาสารคาม เพื่อขอพรรับโชคลาภที่วัดวังน้ำเย็น หลวงพ่อสุริยันต์ แล้ววกกลับมารับประทานอาหารอีสานพื้นถิ่นจากเชฟมากประสบการณ์พร้อมการบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละเมนูที่เสริฟในเฮือนคำน้อยคำนาง อ.ยางตลาด พร้อมการแสดงโชว์ศิลปะวัฒนธรรมนาฎศิลป์ไปด้วย หลังจากอิ่มท้องจากมื้อเที่ยงแล้วก็เดินทางมายังแหล่งผลิตอู่ข้าวอู่น้ำของจังหวัดกาฬสินธุ์ ชมเขื่อนลำปาว ที่เป็นเขื่อนดินยาวที่สุดของไทย เช็คอินที่สันเขื่อน ณ ลานพญานาค จากนั้นไปเช็คอินที่สะพานเทพสุดา สะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดของไทย ปิดท้ายด้วยการเข้าชมศูนย์วิจัยและฝึกอบรมภูสิงห์ ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นศูนย์การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่มีความเข้มแข็งด้านวิชาการ การบริการ ที่สามารถให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ก่อนเดินทางกลับเข้าที่พักโดยสวัสดิภาพ” นายกฯ กล่าวเพิ่ม

และวันนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่ได้มาดูสภาพต้นไม้ ที่ได้ทำโครงการต้นไม้เปลี่ยนสีภูสิงห์ ปลูกในวันที่ 17 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ก็พบว่าต้นไม้มีสภาพสมบูรณ์เติบโตได้อย่างดี บางต้นก็ออกดอกแล้ว และถ้าพบมีต้นไหนมีสภาพเหี่ยวเฉา ก็จะได้นำต้นใหม่มาเปลี่ยน ให้เกิดความเจริญเติบโตและอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตโอโซนให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างยั่งยืนต่อไป

ตระกูล ภูพวงเพชร /รายงาน
www.kalasinnews.com