กาฬสินธุ์ ร้องวินัย 157 นายกเล็กตัดไม้ขัดข้อบัญญัติเทศบาล
ต้นไม้พิษไม่จบ อดีตเลขานุการนายกเทศมนตรี เดินหน้าสาวไส้นายกเทศบาลร้องเรียนเอาผิดวินัยร้ายแรงกับผู้ว่าฯ และเตรียมแจ้งแจ้ง 157 กับ ป.ป.ช. เหตุตัดไม้ในที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของเทศบาล ไม่ผ่านสภาเพื่อขอความเห็นชอบ ขัดระเบียบข้อบัญญัติเทศบาล เตรียมยื่น ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ตั้งข้อสังเกตครั้งแรกนายอำเภอสั่งยุติเรื่อง
นายสุนทร อดีตเลขานุการนายกเทศมนตรี เทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะชาวบ้านผู้ร้องเรียน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องเรียนกับ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เอาผิดกับ นายปฏิวัติ นายกเทศมนตรีแห่งหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ผิดวินัยร้ายแรง โดยมี นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ รับมอบหมายเป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนแทน
ซึ่งระหว่างนั้น นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แจ้งให้ นายสุนทร และคณะชาวบ้านผู้ร้องฯ รับทราบว่า กรณี ร้องเรียนเรื่องการตัดต้นไม้ในที่ดินของเทศบาลแห่งหนึ่ง เคยมีคนมาร้องเรียนมาแล้ว และได้สั่งการให้ นายอำเภอนามน ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว ซึ่งนายอำเภอนามน ก็ได้ส่งเรื่องแจ้งมาให้ท้องถิ่นจังหวัดรับทราบแล้ว ว่าเรื่องการตัดต้นไม้ ทั้ง 4 ต้น ในที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินของเทศบาลนั้น ไม่มีมูลความผิดใดๆ และได้ยุติเรื่องไปแล้ว เหตุใดจึงนำเรื่องเก่ากลับเข้ามาร้องเรียนอีก
กรณี ที่นายอำเภอนามน ได้สั่งยุติเรื่องดังกล่าว นายสุนทร และคณะได้แจ้งให้ นายธนภัทร ณ ระนอง รองผู้ว่าฯ ทราบว่า มีความเห็นต่าง กับคำสั่งให้ยุติเรื่องของนายอำเภอนามน เนื่องจากมีหลักฐานเพิ่มเติม ที่แตกต่างไปจากคำชี้แจงของ นายกเทศมนตรี ที่ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมสอบสวนระดับอำเภอนามน อย่างชัดเจน พร้อมแนบหลักฐานที่เห็นในเอกสารร้องเรียน นายธนภัทร ณ ระนอง จึงได้รับเรื่อง เอาไว้ เพื่อส่งเรื่องให้ท้องถิ่นจังหวัดดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง
นายสุนทร ผู้ร้องเปิดเผยว่า เหตุที่ได้มาร้องเรียนวินัยร้ายแรงกับ นายกเทศมนตรีxxx ในเรื่องเดิมอีกครั้ง ก็เพราะว่า ตนเคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน แต่ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากตนไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ หลายอย่าง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ขัดต่อระเบียบข้อบัญญัติของเทศบาล เข้าข่ายผิดกฎหมายและผิดวินัยของเจ้าพนักงานหลายอย่าง เมื่อตนเห็นแย้ง ก็ถูกนายกบีบให้ตนลาออก
และเพื่อไม่อยากจะให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานเทศบาลxxxไปมากกว่านี้ ระหว่างที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ตนได้รวมรวบหลักเพิ่มเติมเอาไว้ เพื่อมาร้องเรียนอีกครั้ง และเพิ่มเรื่องร้องเรียน ให้เวลาราชการไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยการรับจ้างว่าความในชั้นศาลอีกหนึ่งเรื่อง
เรื่องแรก การตัดไม้ในพื้นที่ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ติดกับพื้นที่จัดเก็บขยะของเทศบาลxxx ที่ดินแปลงนี้เป็นทรัพย์สินของเทศบาลxxx ต้นไม้ที่ถูกตัดโค่น ประกอบด้วย ไม้ประดู่ และไม้เนื้อแข็งอื่นๆ จำนวน 4 ต้น โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา แต่ได้ทำแค่เป็นหนังสือบันทึกขอตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อทำการปรับแต่งภูมิทัศน์เท่านั้น ในข้อเท็จจริงแล้ว เป็นการตัดโค่นต้นไม้อย่างชัดเจนซึ่งไม่ตรงกับข้อบันทึกที่แจ้งไว้แต่อย่างใด โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อปี 2567 (จำวันเวลาได้ไม่แน่ชัดต้องกลับดูบันทึกประจำวันของตำรวจ)
โดยวันเกิดเหตุ นายไพโรจน์ สมาชิกสภาเทศบาล ยังได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.ทศพล อุตตมะพรหม พนักงานสอบสวน สภ.นามน เอาไว้แล้ว และให้ดำเนินคดีกับผู้ตัดไม้และนายกคนปัจจุบันที่สั่งการให้ตัดไม้
ต่อมาได้มี นายนิพล อดีตนายเทศมนตรีxxx ได้ทำหนังสือร้องเรียนวินัยร้ายแรงกับ นายกเทศมนตรีxxx ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และร้องเรียน เอาผิด 157 ต่อ ป.ป.ช.เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่ง ป.ป.ช.ส่งเรื่องให้ทางจังหวัดเป็นฝ่ายสอบสวน และส่งเรื่องต่อให้ท้องถิ่นอำเภอนามนเป็นฝ่ายสอบสวนข้อเท็จจริง
แต่หลังจากการสอบสอบสวนทราบว่านายอำเภอนามนสั่งให้ยุติเรื่องดังกล่าว เมื่อนายกเทศมนตรีxxx ได้ชี้แจงกับคณะกรรมสอบสวนว่าไม้ที่ตัดเป็นไม้ยื่นต้นตาย จึงต้องตัดออกเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม
นายสุนทร พูดต่อไปว่า ความจริงแล้ว ตนมีหลักฐาน ไม้ประดู่ที่ถูกตัด เมื่อดูจากรูปถ่ายเอาไว้ ใบไม้ยังเป็นสีเขียวอยู่เลย ท่อนไม้ที่ถูกตัดยังมีน้ำยางของไม้ไหลออกมาจากท่อนไม้อยู่เลย หากเป็นไม้ที่ยืนต้นตาย ใบไม้ก็จะแห้ง หรือไม่ก็ไม่มีเหลือใบไม้แล้ว แต่นี่ ต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นใบไม้ยังเขียวอยู่เลย
นอกจากนี้ ตนยังทราบเรื่องที่เชื่อมโยง สาเหตุที่นานายอำเภอนามนสั่งให้ยุติเรื่อง อาจเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่ เพราะหลังจากที่ นายอำเภอสั่งให้ยุติเรื่องไปแล้วไม่นาน พบว่า มีญาติในสายเลือดของกรรมการที่สอบสวนเรื่องนี้ ได้เข้ามาทำงานในเทศบาลxxx ตนจึงอยากจะตั้งข้อสังเกต และตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
จึงได้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เดินหน้าเอาผิด นายกเทศมตรีxxxคนปัจจุบันกับความผิดเกิดขึ้นสำเร็จไปแล้ว
เรื่องที่สอง ที่ไม่ร้องเรียนไม่ได้คือ ระหว่างที่ นายกเทศมนตรีxxx คนปัจจุบัน ได้ไปรับจ้างเป็นทนายด้วยการ รับจ้างว่าความให้ลูกความในชั้นศาล ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นการใช้เวลาของราชการไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือไม่
โดยในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 นายกเทศมนตรีคนดังกล่าว ได้รับจ้างว่าความ เป็นทนายความฝ่ายจำเลยให้ลูกความ คดีหมายเลข อ.xxx/2586 ทั้งที่ตนเองยังปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีxxxอยู่แล้ว
นอกจากนี้ นายสุนทร พร้อมคณะชาวบ้านผู้ร้อง ยังได้นำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวให้กับ นายชยภพ สายคำมี ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอนามน ให้ทำการสอบสวนเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อเอาผิดวินัยร้ายแรง อีกครั้ง โดยมี นายภราดร ไชยศรี ปลัดอำเภอรับเรื่องเอาไว้แทน
นายสุนทร ยังได้บอกอีกว่า นายกเทศมนตรีคนดังกล่าว ยังมักจะใช้อำนาจของตนเองเกินขอบเขตกับพนักงาน ลูกจ้าง เพื่อบีบให้ลาออก รวมถึงตนเองยังต้องจำเป็นต้องลาออกเพราะการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตด้วยเช่นกัน รวมไปถึงการดื่มสุราในเวลาราชการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปฎิบัติหน้าที่ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ชาวบ้านพบเห็นแล้วรู้สึกผิดหวังมาก
ด้าน นายนิพล อดีตนายกเทศมนตรีxxx เปิดเผยว่า กระที่จะตัดไม้ในที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ของเทศบาลจะต้องมีมติเห็นชอบจากสภาตามระเบียบข้อบัญญัติเทศบาลที่กำหนดเอาไว้
