• พุธ. ก.ย. 2nd, 2026

ดัดนิสัยเณร ปล่อยเดินป่ากลับวัดกว่า 50 กิโล เป็นการฝึกสมาธิและความอดทน

กาฬสินธุ์ ดัดนิสัยเณร ปล่อยเดินป่ากลับวัดกว่า 50 กิโล เป็นการฝึกสมาธิและความอดทน

เป็นคลิปที่สามเณรน้อยเจ้าปัญหา (ไม่ใช่เจ้าปัญญา) เริ่มมีพฤติกรรมดีขึ้น ช่วยกวาดลานวัดที่ถูกปล่อยไว้ให้ฝึกสมาธิและความอดทน หลังจากถูกปล่อยให้เดินกลับวัดเอง ซึ่งถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในการอบรมบ่มนิสัย ที่ถูกนำมาใช้อย่างยาวนาน เพื่อฝึกฝนให้สามเณรได้ศึกษาพระธรรมวินัยรอบด้านทั้งในวัดและนอกวัด

กาฬสินธุ์ กรณีสามเณรวัย 14 ปี ชาว สปป.ลาว ถูกเจ้าอาวาสพาไปปล่อยทิ้งไว้ป่าช้า อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ใช้กุศโลบายให้ใช้ปัญญาหาทางเดินเท้ากลับวัด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ รวมระยะทางกว่า 56 กม. ด้านเจ้าคณะอำเภอติงไม่เหมาะสม หวั่นอันตรายและขัดจริยธรรมสงฆ์ ขณะที่ฝั่งวัดชี้แจงเป็นไม้อ่อนจำเป็นต้องดัดนิสัยหลังแกล้งเพื่อนรุนแรงมาแล้วหลายครั้ง

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “อัญญาครูบาอ้อนน้อย” เผยแพร่เรื่องราวพร้อมภาพของสามเณรรูปหนึ่ง โดยระบุว่า ชาวบ้านได้เข้าช่วยเหลือสามเณรที่ถูกนำมาปล่อยไว้บริเวณป่าช้า ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ช่วงเย็น ก่อนพาไปฝากไว้ที่วัดป่าบ้านซ่ง อ.คำชะอี ซึ่งจากการสอบถามสามเณรอายุ 14 ปี ชาว สปป.ลาว เผยว่า จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และถูกเจ้าอาวาสพามาปล่อยเพื่อเป็นการลงโทษ โดยสั่งให้หาทางเดินทางกลับวัดเอง ระยะทางไกลถึง 56 กิโลเมตร และเคยถูกลงโทษลักษณะนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง จนเกิดกระแสความห่วงใยในความปลอดภัยของเด็กเป็นอย่างมาก

ล่าสุดวันนี้ (2 ก.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ วัดสิมนาโก (มหานิกาย) ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เข้าพบ พระครูศรีธรรมโกศล เจ้าคณะอำเภอกุฉินารายณ์ โดยเปิดเผยว่า สามเณรรูปดังกล่าวเป็นเด็กจาก สปป.ลาว ที่เจ้าอาวาสอีกวัดหนึ่งในพื้นที่นำมาอบรมเพื่อส่งเรียนต่อ ซึ่งการลงโทษด้วยวิธีนำไปปล่อยป่าช้าแล้วให้เดินกลับเองนั้น ไม่เคยได้รับอนุญาตจากฝ่ายปกครองสงฆ์ ตนรู้สึกเสียใจและมองว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินควร สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายและกฎหมายบ้านเมือง จึงได้สั่งการให้พระลูกวัดและคณะครูนำรถไปรับตัวสามเณรกลับมาอยู่ในความดูแลอย่างปลอดภัยแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดถ้ำพระอัศวเหมา (มหานิกาย) ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดย พระมหาสุภา ชิโนรโส เจ้าอาวาส ได้มอบหมายให้ สามเณรพี่เลี้ยง ชี้แจงแทนว่า การลงโทษดังกล่าวเริ่มจากเบาไปหาหนัก เนื่องจากสามเณรน้อยมีพฤติกรรมชอบแกล้งเพื่อนรุนแรง เคยใช้ไฟแช็คลนเพื่อนจนเป็นแผล แม้จะเคยตักเตือนและทำทัณฑ์บนแล้วก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางวัดจึงใช้วิธีนำไปปล่อยป่าช้าเพื่อให้ฝึกสมาธิ และพิจารณาความผิด โดยไม่ได้ห้ามหากมีญาติโยมรับขึ้นรถมาส่งวัด

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ เหยี่ยวข่าวเขาวง กาฬสินธุ์, ฝากบอกเมืองบัวขาว และเฟสบุ๊ก อัญญาครู บาอ้อนน้อย

ปิดโหมดสีเทา