Support by Xenmin

Xenmin.com

สถิติเว็บไซต์

Spam Poison
website monitoring
 

ค้นหาข่าวจากระบบทั้งหมด

ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพข่าวโทรทัศน์ PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก 
อาทิตย์, 05 ธันวาคม 2004
ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายภาพข่าวโทรทัศน์ 

ส่วนประกอบที่สำคัญ ของความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการถ่ายทำโทรทัศน์ สำหรับงานข่าว เพื่อที่จะสามารถถ่ายภาพออกมาได้ดีนั้น ต้องมีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

 หลักการประกอบภาพข่าว (Composition)

การประกอบภาพโดยทั่ว ๆ ไป ควรคำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้

1.  การจัดองค์ประกอบของภาพ การจัดองค์ประกอบของภาพโทรทัศน์ แม้จะอาศัยหลักพื้นฐานเดียวกับภาพนิ่ง แต่ก็มีความยากในการจัดมากกว่า เพราะเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ ที่ต้องเคลื่อนกล้องโทรทัศน์ตามอยู่เสมอ การจัดองค์ประกอบของภาพ มีหลักดังต่อไปนี้

                                1.1  การใช้เส้น เพื่อจัดองค์ประกอบของภาพนั้น มีทั้งเส้นจริงที่เกิดจากโครงสร้างของสภาพแวดล้อม หรือเส้นจินตนาการ ที่อาจจะเกิดจากการจัดองค์ประกอบของกลุ่มคน สิ่งของ เส้นเป็นทั้งสิ่งนำสายตาชมไปสู่จุดสำคัญของภาพ และสร้างความรู้สึกซ่อนเร้นบางอย่างต่อผู้ชม ตามลักษณะของเส้น เช่น เส้นแนวตั้งให้ความรู้สึกถึงความเป็นทางการ ความสูง ความจำกัด เส้นแนวนอน จะให้ความรู้สึกของความกว้าง การเปิดออก ความมั่นคง ความสงบ เส้นโค้งจะให้ความรู้สึกถึงความงดงาม การเคลื่อนไหว สำหรับงานข่าวนั้น ส่วนมากใช้กับงานข่าวสายสกู๊ป สายกีฬา เพราะเส้นจะนำความรู้สึกของผู้ชมในการรับรู้ได้ดี คล้อยตามภาพที่นำเสนอ

                                1.2  การใช้โทนของสีสัน  โทนสีของภาพนอกจากได้สีสันของสิ่งนั้น ๆ แล้ว ยังได้จากการให้แสงอีกด้วย โทนของภาพให้ทั้งอารมณ์และความสมดุลของภาพนั้น การจัดวัตถุที่จะถ่ายไว้หน้าฉากหลัง ที่สว่างจะให้ความรู้สึกถึงความสดใส ความมีชีวิตชีวาเรียบง่าย ในขณะที่ถ่ายวัตถุที่อยู่หน้าฉากหลังที่มีสีเข้ม หรือสีทึบ ๆ จะให้ความรู้สึกน่ากลัว น่าอึดอัด ด้วยเหตุนี้การใช้โทนของสีและแสง เป็นหลักในการจัดองค์ประกอบของภาพ จะช่วยให้ได้ภาพที่น่าสนใจ และมีความหมายได้ดีอย่างหนึ่ง

                                1.3  กฎสามส่วน เป็นการแบ่งจอโทรทัศน์ออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ทั้งแนวตั้งและแนวนอน และวางจุดสนใจของภาพไว้ในจุดที่ตัดกันของเส้นเหล่านี้ จะใช้กับงานข่าวทุก ๆ สาย เพราะเป็นการกำหนดจุดสนใจของภาพให้น่าชม เช่น การสัมภาษณ์ ภาพข่าวกีฬา และสกู๊ปข่าว

                                1.4  การจัดภาพให้มีมิติ ภาพโทรทัศน์เป็นเพียงภาพสองมิติ ที่มีเพียงความสูงกับความกว้าง ดังนั้นต้องจัดภาพให้มีมิติแห่งความลึกด้วย ซึ่งอาจจัดภาพโดยจัดให้มีฉากหน้า (Foreground) ของภาพ จะช่วยให้ภาพนั้นดูมีความลึกอยู่ด้วย เหมาะสำหรับงานข่าวสายสกู๊ป เพราะช่วยทำให้ภาพนั้นน่าชมมีมิติขึ้น น่าสนใจ

                                1.5  การเว้นที่ว่างในการจัดภาพ การจัดภาพระยะใกล้ของใบหน้าคน ระดับตาควรจะอยู่ประมาณ 2/3 ของจอโทรทัศน์  ซึ่งจะทำให้ที่ว่างด้านบนศีรษะที่เรียกว่า Headroom ดูสวย การถ่ายด้านข้างของใบหน้าคนควรเว้นที่ด้านหน้ามากกว่าด้านหลัง จะทำให้ภาพไม่ดูอึดอัด ซึ่งเรียกว่ามี Looking Room เช่นเดียวกับการเว้น Walking Room ของการจับภาพคนหรือสัตว์เดินไปข้างหน้า ส่วนใหญ่จะใช้ในข่าวการสัมภาษณ์ หรือการสนทนาตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป จะทำให้ภาพดูสบายตา

                                1.6  การเลี่ยงภาพที่ไม่เหมาะสม ภาพบางอย่างทำให้ดูไม่เหมาะสม ดังนั้นควรจะหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ ดังเช่น ไม่ควรจัดให้คนไปยืนซ้อนกับฉากหลังที่รกรุงรัง จนทำให้ดูเหมือนมีอะไรงอกบนศีรษะของเขา การเลี่ยงให้สิ่งที่ปรากฏบนจอ โดยเฉพาะคนไปติดขอบด้านใดด้านหนึ่งของจอ เพราะจะทำให้ดูตลก อาทิ การยืนที่ขอบจอ การนั่งบนขอบจอ การที่หัวติดเหมือนชนจอด้านหนึ่งของจอ เหล่านี้เป็นต้น นอกจากนี้ต้องเลี่ยงการตัดส่วนที่สำคัญบนร่างกายของคนเราด้วย จะไม่นิยมให้ตัดช่วงข้อต่อต่าง ๆ ของคน เช่น คอ สะเอว ข้อมือ หัวเข่า เหล่านี้เป็นต้น ข่าวราชสำนักเวลาถ่ายต้องระมัดระวังมากที่สุด เพราะจะเกิดภาพที่ไม่เหมาะสมได้ และงานข่าวทุก ๆ สาย ก็ต้องระวังด้วย เพราะจะทำให้ภาพไม่น่าดู

                                1.7  การคำนึงถึงคุณสมบัติของเลนส์ ดังได้กล่าวแล้วในเรื่องเลนส์แต่ละประเภท มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ดังนี้ ควรระมัดระวังการใช้เลนส์แต่ละประเภท ดังเช่น การใช้เลนส์มุมกว้างในการถ่ายภาพคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง (Cross-Shooting) จะทำให้ดูเหมือนคนสองคนอยู่ไกลกว่าความจริง ในขณะที่ใช้เลนส์มุมแคบจะทำให้คนสองคนดูใกล้กันเกินจริงด้วย การสัมภาษณ์จะไม่นิยมใช้เลนส์มุมกว้าง เพราะจะทำให้ผู้ถูกสัมภาษณ์มีใบหน้าผิดเพี้ยน แต่เลนส์มุมกว้างเหมาะที่จะใช้กับงานสายสกู๊ป เพราะเวลา Pan หรือ Till จะได้มุมภาพที่แปลกตา สวยงาม

                                1.8  การปรับกรอบภาพ  ดังกล่าวแล้วภาพในจอโทรทัศน์จะไม่เป็นภาพนิ่ง  ซึ่งอาจทำได้โดยการแพนกล้อง การซูมเข้าหรือออก การดอลลี่  เป็นต้น  ทุกงานข่าวจะต้องคอยปรับกรอบภาพให้อยู่ในกรอบที่สวยงาม  ไม่ให้ภาพตกกรอบ  หรือภาพในกรอบเล็กจนดูไม่เหมาะสมหรือใหญ่มากจนดูอึดอัด

                                1.9  ความสัมพันธ์ระหว่างภาพ ในภาพแต่ละภาพที่เสียงต่อเนื่องกันไม่ว่า จะด้วยการถ่ายจากกล้องสตูอิโอหลาย ๆ กล้อง พร้อม ๆ กัน จะต้องระมัดระวังการจัดภาพให้มีความสัมพันธ์กัน มิเช่นนั้นจะทำให้ภาพที่ปรากฏออกมาดูขัดตาได้ เช่น ข่าวการสัมภาษณ์ ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์หรือผู้ถูกสัมภาษณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างภาพที่ออกมาจะต้องไม่แตกต่างกัน ภาพจึงจะออกมาน่าดู

 

2.  ความสมดุลของภาพถ่าย (Balance)  ความสมดุลของภาพถ่าย  คือ  ความเท่ากันหรือความทัดเทียมกัน  อันเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเที่ยงตรงในภาพถ่าย  ความรู้สึกดังกล่าวนี้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกนึกคิดโดยทั่วไปของคน ดังนั้น ในการถ่ายภาพจึงต้องจัดให้มีความสมดุล  จึงจะดูแล้วสบายตาและไม่ขัดกับความรู้สึกของผู้คน  การจัดภาพให้มีความสมดุลนี้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดองค์ประกอบภาพ  ซึ่งอาจจะกล่าวตามขั้นตอนตามลำดับ  คือ  เป็นการจัดเส้นโครงสร้างและรูปทรงลักษณะเข้าด้วยกันในเนื้อที่  โดยคำนึงถึงช่องว่างและช่องไฟรวมทั้งจุดสนใจของภาพ  เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็คือการจัดทุกอย่างในเนื้อที่นั้นต้องจัดให้มีความสมดุลเพิ่มขึ้นอีกประการหนึ่ง

                                2.1  การจัดให้สมดุลอย่างแท้จริง  (Symmetry)  เป็นการจัดภาพในลักษณะของคนเจ้าระเบียบ  คือ  พยายามจัดให้ทั้งสองข้างของภาพทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีวัตถุหรือสิ่งของเหมือน ๆ กัน เมื่อมองแล้วทั้งภาพจะรู้สึกว่านิ่งสนิทเหมือนดังตามชูชั่งที่เที่ยงตรง ไม่มีเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งแม้แต่น้อย  การถ่ายภาพหรือการจัดภาพทำนองนี้เห็นได้บ่อย  เช่น  ภาพพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอาคารจตุรมุข เมื่อตั้งกล้องถ่ายภาพทางด้านหน้าเล็งตรงไปหาตัวอาคารพระอุโบสถมีมุขหน้าอยู่ตรงกลางภาพ  และมีมุขด้านข้างเหมือนกันทั้งซ้ายและขวา  อีกทั้งตรงกลางของภาพมีประตูสองข้างและมีเสากับสิงโตเด่นอยู่เหมือน ๆ กับภาพพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร จึงเป็นภาพที่สมดุลอย่างแท้จริง

                                2.2  การจัดให้ดูแล้วรู้สึกว่าสมดุล (Asymmetry) เป็นการจัดภาพในลักษณะตามสบาย หรือเลือกจัดภาพตามอารมณ์ศิลปิน  คือในการจัดภาพคำนึงถึงน้ำหนักของวัตถุเช่นเดียวกัน  เพียงแต่ว่าให้ทั้งสองข้างมีสิ่งที่เห็นว่ามีน้ำหนักบ้างก็พอ  ไม่ปล่อยให้มีวัตถุหรือสิ่งของอยู่เพียงด้านเดียว  การจัดให้ดูแล้วรู้สึกว่าสมดุลนี้เป็นการจัดภาพที่นิยมกันมาก  เนื่องจากสามารถจัดได้ตามใจชอบ  หรือตามความสะดวกมากกว่าวิธีจัดให้สมดุลอย่างแท้จริง  อีกทั้งผลอันเกิดจากเทคนิคในการถ่ายภาพ  เช่น  ขนาดภาพที่เล็กหรือใหญ่ตามคุณสมบัติของเลนส์ช่วยให้การจัดภาพแบบนี้ทำได้ง่ายขึ้น  วัตถุขนาดเล็กเมื่อถ่ายในระยะใกล้ก็จะมีขนาดใหญ่  ดูมีน้ำหนักสมดุลกับวัตถุใหญ่ ๆ ได้ดี  ต้นไม้ขนาดเล็กแต่มีใบเป็นพุ่ม  ย่อมดูแล้วรู้สึกว่ามีน้ำหนักมากกว่าต้นไม้ใหญ่ ๆ ที่ใบกระจายไปตามกิ่งก้าน  และการจัดภาพแบบให้ดูแล้วรู้สึกสมดุลนี้  แม้ว่าทางด้านหนึ่งจะจัดภาพวัตถุขนาดใหญ่และอีกด้านหนึ่งเป็นวัตถุขนาดเล็ก คนดูก็สามารถสร้างความสมดุลได้เอง  โดยการเลื่อนศูนย์ของความสมดุลมาใกล้กับวัตถุขนาดใหญ่ในขณะดูภาพแล้วก็จะรู้สึกว่าภาพดังกล่าวสมดุล  ส่วนใหญ่จะใช้กับงานข่าวสายสกู๊ปเป็นการจัดภาพให้ภาพที่ออกมาดูสวยแปลกตา  มีความงามและมีเสน่ห์อยู่ในภาพนั้น ๆ มีมิติในตัว ดูมีความลึกของภาพด้วย

 

3.  จุดหรือศูนย์แห่งความสนใจของภาพ (Point of Interest)  จุดหรือศูนย์แห่งความสนใจหมายถึง จะเด่น  จุดสำคัญ  หรือเป้าหมายที่สำคัญที่อยู่ในภาพถ่ายต่าง ๆ ซึ่งจุดหรือศูนย์ที่ว่านี้ในภาพหนึ่ง ๆ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้  และถ้ามีอาจจะมีจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้  เพื่อความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ดีขึ้นจะได้อธิบายให้เข้าใจทีละหัวข้อ  ได้แก่

                                3.1  ภาพที่ได้ต้องมีจุดแห่งความสนใจ  คำว่าจุดหรือศูนย์หมายถึง  จุดหนึ่งตำแหน่งที่กำหนดขึ้นในภาพถ่าย  ดังนั้นภาพใดที่มีความงดงามกระจายอยู่ทั่วทั้งภาพ เช่น ภาพสวยดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งสีสวยสดใสอยู่ทั่วไปในสวน  ดอกไม้ในภาพจึงสวยงามน่าสนใจอยู่โดยทั่วไปทั้งภาพ  ภาพแบบนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีจุดแห่งความสนใจหรือภาพป่าไม้ทั้งป่า  หรือเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนมองเห็นแต่ยอดดอยอบอวลด้วยหมอกควัน และกลุ่มเมฆเห็นตั้งแต่ใกล้ ๆ และค่อย ๆ ผสมกลมกลืนกับละอองหมอกจางหายไปกับก้อนเมฆในท้องฟ้า เป็นภาพที่สวยด้วยบรรยากาศ สวยทั่วทั้งภาพ  จึงไม่จำเป็นต้องมีจุดเด่นของภาพแต่ประการใด

                                3.2  ภาพที่มีจุดแห่งความสนใจ  เช่น  ภาพสวนดอกไม้ถ้ากำหนดจุดเด่นให้เห็นดอกไม้พุ่มหนึ่ง  กลุ่มหนึ่ง  ช่อหนึ่งหรือดอกหนึ่งเป็นจุดแห่งความสนใจ  โดยเน้นให้เห็นชัดกว่าส่วนอื่น ๆ ส่วนต้นไม้ดอกไม้ที่อยู่รายรอบใช้เป็นส่วนประกอบโดยลดความเด่นให้เห็นชัดน้อยลงมา  แบบนี้เวลาดูภาพถ่ายก็จะเห็นจุดเด่นที่จับตากว่าส่วนใด ๆ นี่คือ จุดแห่งความสนใจของภาพ

                                ภาพถ่ายแต่ละภาพควรมีจุดเด่นซึ่งเป็นจุดแห่งความสนใจ  และไม่ควรให้มีมากกว่า 1 แห่ง แต่ถ้าจำเป็นต้องมีหลายจุดก็ควรให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องสอดเสริมซึ่งกันและกัน  เพื่อให้ภาพมีเอกภาพ  มีความหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

4.  ฉากหน้าและฉากหลังของภาพ (Foreground and Background)  การถ่ายภาพทิวทัศน์ต่าง ๆ การจัดให้มีฉากหน้าและฉากหลังให้เหมาะสมอาจทำให้ความงามของภาพเสียไปได้เหมือนกัน  เช่น  การถ่ายภาพหญิงสาวมีฉากหลังเป็นต้นไม้  เสาไฟ  ป่าละเมาะ  ถ้าเลือกมุมถ่ายไม่ดีแล้วที่ศีรษะของหญิงสาวอาจมีกิ่งไม้  หรือเสาไฟโผล่ขึ้นมาข้าหลังก็ได้  ทำให้ภาพที่ได้ขาดความสวยงามไปอย่างน่าเสียดาย  หากเลี่ยงมุมถ่ายไม่ได้ควรใช้วิธีเปลี่ยนเลนส์ถ่ายภาพ  เพื่อให้ภาพมีความชัดเฉพาะที่หญิงสาว  ส่วนฉากหลังให้มีลักษณะเบลอ  การเพิ่มองค์ประกอบของภาพบางอย่างไว้ที่ฉากหน้าของภาพ  เช่น  โขดหิน  กิ่งไม้  ยอดหญ้า  จะช่วยให้ภาพมีความสมดุล  มีมิติ  คือสร้างความคิดให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย

 

5.  ใช้กรอบเพื่อเน้นภาพให้เด่นชัด (Frame)  การประกอบภาพโดยการเพิ่มกรอบ  ให้เป็นฉากหน้าของภาพจะช่วยสร้างความเด่น  สะดุดตา  ทำให้ภาพภายในกรอบดูน่าสนใจขึ้น  เช่น  ช่องประตู  หน้าต่าง รั้ว กิ่งไม้ ฯลฯ  และควรให้กรอบภาพเหล่านี้มีน้ำหนักความเข้มของภาพให้มากกว่าภาพเรื่องราวที่อยู่ภายใน

                การจัดองค์ประกอบของภาพดังกล่าว  เป็นเพียงหลักการพื้นฐานที่จะนำไปใช้ในการสร้างภาพถ่ายและเป็นหลักการที่นักถ่ายภาพนิยมปฏิบัติสืบต่อกันมา  แต่ก็คงไม่ใช่กฎเกณฑ์ในการประกอบภาพที่ต้องยึดถือเป็นหลักตายตัวไปโดยตลอด  ทำให้เกิดการจัดแนวความคิดสร้างสรรค์ของนักถ่ายภาพได้  และจะให้ผลงานการถ่ายภาพมีลักษณะที่ซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่าย  ฉะนั้นจึงควรเริ่มการศึกษาเรียนรู้หลักการพื้นฐานที่สำคัญ ๆ ในการจัดองค์ประกอบภาพจนเข้าใจก่อน  เมื่อมีความชำนาญแล้วอาจต้องแสวงหาแนวทางสร้างสรรค์ภาพให้มีอิสระขึ้น  สามารถแสดงออกด้วยการสร้างภาพตามแนวความคิด และจินตนาการของตนเอง  เพื่อให้ได้ผลงานการถ่ายภาพที่แปลกใหม่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

 ขนาดภาพข่าว

                เป็นการกำหนดขนาดภาพที่ต้องการนำเสนอต่อผู้ชม  ตามเนื้อหาหรือเหตุการณ์ของเรื่องในวีดีทัศน์  ขนาดภาพเป็นการเปรียบเทียบขนาดของสิ่งที่ถ่ายกับขนาดของฉากหลัง  หรือ Background ในกรอบภาพเดียวกัน ขนาดภาพได้มาจากระยะห่างในการถ่ายภาพ ขนาดภาพโดยพื้นฐานมี 3 ขนาดใหญ่ ๆ คือ

1.  ขนาดภาพระยะใกล้ ๆ คือ ขนาดภาพที่ได้จากการถ่ายภาพในระยะที่ใกล้ ที่นิยมใช้คือ

                                1.1  Close Up ใช้ตัวย่อ CU เป็นการถ่ายภาพในระยะใกล้ชิด  จนเห็นสิ่งที่ถ่ายมีขนาดใหญ่เกือบเต็มจอ  ฉากหลังเกือบไม่มีความหมาย  ใช้เน้นสิ่งที่ถ่ายหรือแสดงสีหน้าของผู้แสดงได้ดี  ในงานข่าวจะให้เน้นสิ่งที่จะใช้สื่อให้เกิดความชัดเจน  เช่น  ธนบัตร  ยาเสพติด

                                1.2  Extreme Close Up ใช้ตัวย่อ ECU เป็นการถ่ายภาพในระยะใกล้มากที่สุด  จนเห็นเฉพาะส่วนใหญ่เต็มจอ  เน้นสิ่งที่ต้องการให้ผู้ชมเห็นได้ดีมาก

 

2.  ขนาดภาพระยะปานกลาง  คือ  การถ่ายภาพในระยะปานกลาง  เรียกว่า  Medium Shot ใช้ตัวย่อ MS นิยมใช้ถ่ายภาพบุคคล ซึ่งจะเห็นภาพครึ่งตัวตั้งแต่ศีรษะลงมาจนถึงเอว  ทำให้เห็นสีหน้าและท่าทางของผู้แสดงได้ดี

 

3.  ขนาดภาพระยะไกล ๆ คือ ขนาดภาพที่ได้จากการถ่ายภาพในระยะไกลที่นิยมใช้คือ

                                3.1  Long Shot ใช้ตัวย่อ LS เป็นการถ่ายภาพในระยะไกลจนเห็นสิ่งที่ถ่ายมีขนาดเล็ก  ฉากหลังหรือสภาพแวดล้อมใหญ่มาก  ทำให้ผู้ชมเห็นภาพในระยะไกล  นิยมใช้ในการเปิดรายการและแสดงภาพรวม  ในงานข่าวจะใช้เป็นภาพเปิดสถานที่เกิดเหตุ  หรือสถานที่ถ่ายทำสถานที่ท่องเที่ยว

                                3.2  Very Long Shot ใช้ตัวย่อ VLS เป็นการถ่ายภาพในระยะไกลมาก ๆ จนเห็นสิ่งที่ถ่ายมีขนาดเล็กมาก  หรือเกือบไม่เห็นเลย  ฉากหลังมีขนาดใหญ่มาก  ทำให้ผู้ชมเห็นภาพในระยะไกลมาก ๆ นิยมใช้ในการเปิดเรื่องและแสดงภาพรวมอย่างกว้างขวางที่สุด

 มุมกล้องข่าว (Angle of View)

                จุดที่ตั้งกล้องถ่ายซึ่งผู้ถ่ายมองเห็นเส้นพื้นราบ  และทิศทางของสิ่งที่ถ่าย  ซึ่งจะมีการนำมาประกอบกันเข้าเป็นลักษณะของสิ่งที่ถ่าย  ผู้ถ่ายจะต้องเลือกจุดนี้ให้รอบคอบ  เลือกดูว่าจากมุมไหน  จึงจะทำให้ผู้ถ่ายภาพได้ลักษณะที่ต้องการเลือกหาจุดสนใจ  เลือกหาระยะห่างที่เลนส์จะบันทึกภาพได้ทั่วถึง  รวมทั้งหาระยะชัดด้วยแล้วจึงกำหนดรูปแบบหรือกรอบของภาพที่จะถ่าย

                นอกเหนือจากลักษณะภาพแล้ว  มุมกล้องยังช่วยให้การรับรู้ของผู้ชมต่อเหตุการณ์ในรายการมีความหมายยิ่งขึ้นด้วย

                1.  ภาพมุมปกติ (Normal Angle Shot)  เป็นมุมกล้องปกติที่ใช้มากที่สุด  ภาพอยู่ในระดับสายตา  โดยยึดเอาสิ่งที่ถ่ายเป็นหลัก  ไม่ใช่ระดับสายตาของผู้ถ่าย  ดังเช่น  การถ่ายภาพเด็กเล็ก ๆ ถ้ายึดระดับสายตาของผู้ถ่ายจะเป็นภาพมุมสูง

                2.  ภาพมุมต่ำ  (Low Angle Shot)  เป็นมุมกล้องที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาและถ่ายเงยขึ้นมายังสิ่งที่จับภาพ  เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกถึงพลัง อำนาจ ความยิ่งใหญ่

                3.  ภาพมุมสูง  (High Angle Shot)  กล้องจะตั้งอยู่สูงกว่าระดับสายตา  และถ่ายลงมาให้ภาพทีแสดงถึงความต้อยต่ำ  ขาดพลัง  ความว้าเหว่  รวมทั้งการจับภาพกว้าง ๆ จากมุมสูงด้วย

                4.  ภาพมุมเอียง  (Inclination Angle Shot)  ทำได้โดยตั้งกล้องให้เอียงให้ความรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว  ความตื่นเต้น  ความไม่มั่นคง  รวมทั้งภาพแปลกตาด้วย  ภาพแบบนี้สะดวกที่จะใช้กับกล้องอีเอ็นจีมากกว่ากล้องสตูดิโอ

                5.  ภาพมุมบน  (Top-Angle Shot)  เป็นภาพที่ได้จากการตั้งกล้องไว้บน  แล้วก้มกล้องลงมาให้ตั้งฉากกับเส้นแนวระนาบ  ช่วยให้ได้ภาพที่แปลกตาไป

                6.  ภาพมุมล่าง  (Bottom-Angle Shot)  เป็นภาพทั่ว ๆ ไป เหมือนภาพมุมบน  กล้องจะตั้งอยู่บนพื้นและเงยขึ้นบนให้ตั้งฉากกับพื้น  ให้ความรู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างตกมาสู่ผู้ชม

                7.  ภาพอ็อบเจ็คทีฟ  (Objective Shot)  เป็นภาพทั่ว ๆ ไป เหมือนภาพมุมปกติ  เหมือนผู้ชมเป็นบุรุษที่สามที่มองเห็นเหตุการณ์นั้นอยู่

                8.  ภาพซับเจ็คทีฟ  (Subjective Shot)  เป็นภาพที่กล้องโทรทัศน์จะไปอยู่ในตำแหน่งของตัวละคร  และถ่ายภาพแทนสายตาของเขา  มักใช้คู่กับภาพอ็อบเจ็คทีฟดังเช่น  ภาพชายคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือ  ภาพต่อไปเป็นภาพแทนสายตาของเขาไปบนหนังสือหน้านั้น  เพื่อสื่อสารให้ผู้ชมทราบว่าสิ่งที่เขากำลังอ่านนั้นคืออะไร

 การเคลื่อนไหวกล้องข่าว

                การเคลื่อนไหวกล้องข่าว  ทำให้ได้ภาพที่มีชีวิตชีวา  ลักษณะภาพที่ได้จากการเคลื่อนไหวกล้องวิดีทัศน์แบบพื้นฐาน  ได้แก่

                1.  Pan  คือ  การตั้งกล้องอยู่กับที่  แล้วส่ายส่วนหน้าของกล้องไปตามแนวราบ  เป็นเส้นตรงไปทางซ้ายหรือขวา  คือ  Pan  ซ้าย  Pan  ขวา  ภาพที่ได้จากการ  Pan  จะเหมือนกับให้ผู้ชมกวาดสายตามองไปทางซ้าย  ทางขวา  หรือมองไปรอบ ๆ ตัวในแนวราบ  ทำให้เห็นภาพในแนวกว้างได้มากกว่าการถ่ายภาพแบบธรรมดา  นิยมใช้ภาพ  Pan  เมื่อต้องการติดตามการเคลื่อนที่ของวัตถุที่ถ่าย  เพื่อเปลี่ยนจุดสนใจในภาพ  เพื่อแสดงส่วนต่าง ๆ ของสิ่งที่ถ่ายตามลำดับ  การ Pan นี้จะทำเร็วหรือช้าก็ได้ตามอารมณ์ของเรื่อง

                2.  Till  คือ  การตั้งกล้องอยู่กับที่  แล้วเงยหรือก้มส่วนหน้าของกล้องขึ้นหรือลงเป็นเส้นตรงในแนวดิ่ง  เพื่อเปลี่ยนมุมมองหรือมุมกล้อง  ให้เงยสูงขึ้นหรือก้มต่ำลงมี  2  ลักษณะ  คือ

                Till  Up  เป็นการเงยส่วนหน้าของกล้องขึ้น  เพื่อใช้แสดงความสูงหรือติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่ขึ้นได้สูง  เพื่อแสดงรายละเอียดของสิ่งที่ถ่ายจากส่วนล่างขึ้นไปสู่ส่วนบนหรือส่วนยอด  เพื่อเปลี่ยนจุดสนใจจากด้านล่างขึ้นไปสู่ด้านบน  หรือจากที่ต่ำกว่าขึ้นไปที่สูงกว่า

                Till Down  เป็นการก้มส่วนหน้าของกล้องลง  ใช้แสดงความสูงจากส่วนบนลงมาส่วนล่าง  หรือแสดงความลึก  ติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่ต่ำลงมาหรือลึกต่ำลงไป  เป็นการแสดงรายละเอียดจากส่วนบนลงไปยังส่วนล่าง  เพื่อเปลี่ยนจุดสนใจจากด้านบนลงมายังด้านล่าง  หรือจากที่สูงกว่าลงมายังที่ต่ำกว่า

                3.  Zoom  เป็นการตั้งกล้องอยู่กับที่  แล้วเปลี่ยนความยาวโฟกัสของเลนส์ซูม  เพื่อให้ภาพสิ่งที่ถ่ายใกล้เข้ามาหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น  หรือเพื่อให้ภาพสิ่งที่ถ่ายไกลออกไป  หรือมีขนาดเล็กลง  เป็นการเปลี่ยนขนาดภาพหรือระยะใกล้-ไกล  ของสิ่งที่ถ่ายไปจากภาพเดิมก่อนซูม  การซูมมี  2  ลักษณะคือ

                Zoom In  เป็นการทำให้สิ่งที่ถ่ายใกล้เข้ามาจากเดิม  สิ่งที่ถ่ายมีขนาดใหญ่ขึ้นและฉากหลังมีขนาดเล็กลง  เป็นการเพิ่มขนาดและความสำคัญของสิ่งที่ถ่ายมากยิ่งขึ้น  ในขณะที่สภาพแวดล้อมมีความสำคัญลดน้อยลงตามลำดับ  และเปลี่ยนขนาดภาพให้สิ่งที่ถ่ายใกล้เข้ามามากกว่าภาพเดิมก่อน  Zoom In

                Zoom Out  เป็นการทำให้สิ่งที่ถ่ายไกลออกไปจากเดิม  สิ่งที่ถ่ายมีขนาดเล็กลงและฉากหลังมีขนาดใหญ่ขึ้น  ทำให้วัตถุที่ถ่ายลดความสำคัญลง  และสภาพแวดล้อมมีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ  เป็นการเปลี่ยนขนาดภาพให้สิ่งที่ถ่ายไกลขึ้นกว่าเดิมก่อน  Zoom Out

                4.  Dolly  คือการเคลื่อนที่กล้องไปทางด้านหน้าเพื่อเข้าหาสิ่งที่ถ่าย  หรือถอยหลังออกห่างจากสิ่งที่ถ่ายในแนวเส้นตรง  หรือเพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของสิ่งที่ถ่าย  การ  Dolly  มี  2  ลักษณะ  คือ

                Dolly In  การเคลื่อนที่กล้องไปเข้าหาสิ่งที่ถ่าย  เพื่อให้สิ่งที่ถ่ายมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือใกล้เข้ามาจากเดิม  เหมือนพาผู้ชมเข้าไปดูสิ่งที่ถ่ายใกล้ ๆ โดยตัดสิ่งที่อยู่ด้านหน้าหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่ถ่ายออกไป  เพื่อเน้นรายละเอียดของสิ่งที่ถ่ายให้มากขึ้น  ลดรายละเอียดของสิ่งที่ถ่ายลงในขณะที่ฉากหลังไม่เปลี่ยนแปลง

                Dolly  Out  เป็นการเคลื่อนที่ของกล้องถอยหลังออกห่างจากสิ่งที่ถ่าย  เพื่อให้สิ่งที่ถ่ายมีขนาดเล็กลง  หรือไกลออกไปจากเดิม  เหมือนพาผู้ชมเข้าไปดูสิ่งที่ถ่ายใกล้ ๆ โดยตัดสิ่งที่อยู่ด้านหน้าหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่ถ่ายมากขึ้น  ลดรายละเอียดของสิ่งที่ถ่ายลงในขณะที่ฉากหลังไม่เปลี่ยนแปลง

                5.  Truck  คือการเคลื่อนที่กล้องออกไปด้านข้าง  ทางด้านซ้ายหรือด้านขวาเพื่อให้เห็นมุมต่าง ๆ ของเหตุการณ์  สถานที่  และสิ่งที่ถ่ายทำให้ดูภาพเป็น  3  มิติยิ่งขึ้น  ใช้ติดตามการเคลื่อนที่ของสิ่งที่ถ่ายตามด้านข้างได้ดี

 เทคนิคการถ่ายทำภาพข่าวโทรทัศน์

                ลักษณะงานในการถ่ายทำภาพข่าวโทรทัศน์นั้น  โดยทั่วไปจะใช้ภาพจากกล้องโทรทัศน์เพียงกล้องเดียวเท่านั้น  แต่ภาพที่จะออกมานำเสนอนั้น  ต้องมีภาพหลายมุม  หลายองค์ประกอบ  มีการเคลื่อนไหวของกล้อง  มี่ภาพหลายขนาดต่าง ๆ กัน  เหมือนมีกล้องหลายตัว  ทั้งนี้การถ่ายทำภาพข่าวโทรทัศน์  จะมีการถ่ายภาพเหตุการณ์และการถ่ายภาพตามความนึกคิด  หรือการกำหนดขึ้นเองเพื่อสร้างเรื่องราวที่จะสื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจ  โดยช่างภาพจะต้องมีเทคนิคและวิธีการนำเสนอ  ที่จะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญ  เพื่อที่จะบันทึกภาพให้ทันเหตุการณ์  ทันเวลาที่เกิดขึ้น  หรือบันทึกเรื่องราวที่อาจจะกำหนดขึ้นตามความนึกคิด  ดังต่อไปนี้

                1.  ข่าวราชสำนัก

                2.  ข่าวการเมือง

                3.  ข่าวอาชญากรรม

                4.  ข่าวกีฬา

                5.  ข่าวสกู๊ปรายงานพิเศษ

ข่าวราชสำนัก  เป็นการเสนอข่าวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระราชินีนาถ  และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  ไม่ว่าจะเป็นภายในพระบรมมหาราชวัง  งานราชพิธี  หรือพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  การถ่ายภาพข่าว  และการนำเสนอข่าวสายราชสำนัก  จะต้องมีความระมัดระวังรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง  เช่น  การถ่ายภาพจะถ่ายเฉพาะด้านข้างเป็นส่วนใหญ่  และด้านหน้าเป็นบางกรณี  ไม่ควรถ่ายภาพจากด้านหลัง  ระยะในการถ่าย  ไม่ควรจะเข้าใกล้มากจนเกินไป  ควรมีระยะห่างประมาณ  5  เมตรขึ้นไป  อิริยาบถที่ไม่เหมาะสมไม่ควรถ่าย  ขนาดของภาพมองดูแล้วสวยงามน่าสนใจ  มีจุดแห่งความสนใจของภาพอยู่ที่องค์ประธาน  และจะไม่ถ่ายภาพมาจากมุมสูง  การบันทึกภาพนั้นจะเป็นการถ่ายภาพข่าวตามเหตุการณ์  ฉะนั้นช่างภาพจึงจะต้องมีประสบการณ์และความชำนาญในการลำดับภาพที่จะเกิดขึ้น  รวมทั้งมุมกล้องที่จะต้องเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา  และจะต้องมีกริยาที่สุภาพ  การแต่งกายเรียบร้อยด้วย

 

ข่าวการเมือง  เป็นการนำเสนอข่าวการทำงานของนักการเมือง  ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี  คณะรัฐมนตรี  ฝ่ายรัฐบาล  ฝ่ายค้าน  พรรคการเมือง  บุคคลสำคัญและผู้เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งหมด  ภาพข่าวการเมืองนั้นจะเป็นการนำเสนอภาพข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน  เช่น  การประชุมคณะรัฐมนตรี  การสัมภาษณ์ภารกิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร  เป็นต้น  ลักษณะการถ่ายภาพข่าวการเมือง  ช่างภาพจะต้องมีไหวพริบ  ความคล่องตัวตลอดเวลา  เพราะทุกสำนักข่าวทุกสื่อต่างก็จะมาบันทึกภาพข่าวเพื่อการแข่งขันในการนำเสนอข่าวของแต่ละสำนักข่าวนั้น ๆ อาจจะต้องมีการแข่งกันถ่ายภาพ  เพราะฉะนั้นภาพเหตุการณ์ที่บันทึกมาจะต้องมีการจัดองค์ประกอบของภาพครบถ้วน  ไม่ว่าขนาดภาพ  ความคมชัด  เสียง  งานถ่ายภาพข่าวหลัก ๆ ของสายการเมืองคือ  การสัมภาษณ์  หรือการแถลงข่าว  อาจมีทั้งการนั่งสัมภาษณ์  การยืนสัมภาษณ์  และการเดินถอยหลังสัมภาษณ์  ช่างภาพจะต้องรู้มุมในการถ่ายภาพให้ได้ภาพที่สวยงามที่สุด  ทั้งนี้การถ่ายภาพควรจะเป็นมุมตรง  จะได้ภาพออกมาสวยกว่ามุมด้านข้างของผู้ถูกสัมภาษณ์  เหมือนกับผู้ถูกสัมภาษณ์ได้พูดคุยกับผู้ชมที่ชมอยู่  การถ่ายภาพข่าวนี้  ควรระวังฉากหลังที่รกรุงรัง  ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ด้านหลัง  ควรถ่ายให้เต็มภาพ  ไม่ควรถ่ายครึ่ง ๆ กลาง ๆ จะทำให้ภาพออกมาไม่สวยงาม  ระวังแจกันดอกไม้จะบังหน้าผู้ถูกสัมภาษณ์  ขนาดของภาพที่นิยมถ่ายกันก็คือ  Close Up  ส่วนการเดินถอยหลังสัมภาษณ์อาจจะมีการเดินเบียดกัน  ช่างภาพจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ  หรือกรณีเข้าไปถ่ายภาพไม่ได้เพราะโดนเบียดออกมา  ช่างภาพจะต้องยกกล้องขึ้นเหนือศีรษะ  แล้วเปิดวิวไฟเดอร์  เพื่อมองภาพที่บันทึกได้ว่าออกมาเป็นอย่างไร  จัดขนาดของภาพให้ดูสวยงาม  ส่วนการบันทึกภาพข่าวภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดงาน  การตรวจงาน  การประชุม  การหาเสียง  การเลือกตั้ง  จะใช้เรื่องของหลักการประกอบภาพมาพิจารณาในการถ่ายภาพข่าวในแต่ละเรื่องไป  หรือบางครั้งช่างภาพอาจจะถูกกีดกันไม่ให้ถ่ายภาพ  แต่เราก็ต้องหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะบันทึกภาพข่าวนั้นมาให้ได้  เช่น  การแอบถ่ายตามหน้าต่าง  ประตูรั้ว  เพื่อที่จะสื่อให้รู้ว่ากิจกรรมที่กำลังทำอยู่ในนั้นมีอะไร  เหมือนคนอยากรู้อยากเห็น

 

ข่าวอาชญากรรม  เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน  เช่น  ไฟไหม้  อุบัติเหตุต่าง ๆ การฆาตกรรม  การปล้นฆ่า  การกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด  การจี้ตัวประกัน  เป็นต้น  เหตุการณ์เหล่านี้เราเรียกว่าข่าวอาชญากรรม  จะเป็นการบันทึกเทปเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสถานที่เกิดเหตุ  หรือกำหนดภาพเพื่อสร้างเรื่องราวให้ไปยังที่เกิดเหตุได้  การถ่ายภาพข่าวอาชญากรรมนี้  ช่างภาพจะต้องไม่ตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเกินไป  จะต้องมีสติเพื่อที่จะได้ลำดับภาพ  และบันทึกเหตุการณ์ได้อย่างครบถ้วน  เช่น  เหตุการณ์ไฟไหม้  จะต้องถ่ายภาพมุมกว้าง  บริเวณใกล้เคียงของสถานที่เกิดเหตุไว้ด้วย  ไม่ใช่ถ่ายภาพไฟไหม้อย่างเดียว  ความชุลมุนของผู้คนที่วิ่งหนีไฟ  สีหน้าของความตื่นกลัว  อาการตกใจ  การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ตลอดจนซากของความเสียหายหลังจากเพลิงสงบ  ส่วนภาพข่าวอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น  รถยนต์ชนกัน  รถคว่ำ  นอกจากบันทึกภาพความเสียหายของสภาพรถยนต์และทะเบียนรถแล้ว  ภาพของผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต  ช่างภาพไม่ควรถ่ายภาพเน้นเฉพาะจุดจนเกินไป  เพราะจะทำให้ภาพไม่น่าดู  ควรถ่ายภาพเป็นภาพมุมกว้างไว้  หรือถ่ายภาพคนมุงดูแทนสายตาคนดูไป  ภาพข่าวฆาตกรรม  ปล้นฆ่า  ก็ไม่ควรเน้นถ่ายภาพศพผู้ตายจนดูน่าเกลียด  แต่ควรถ่ายภาพสภาพร่องรอยการต่อสู้  การรื้อค้นที่เกิดเหตุ  ในด้านยาเสพติดนั้น  การถ่ายทำข่าวควรเน้นถ่ายหน้าผู้ต้องหา  ชนิดของยาเสพติด  ส่วนการจี้ตัวประกัน  ช่างภาพที่ไปรอบันทึกภาพข่าวนั้นอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ภาพตอนเข้าช่วยเหลือตัวประกัน  เพราะเป็นภาพที่สำคัญ  ฉะนั้นความรวดเร็ว  หรือจังหวะในการถ่ายภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ  รวมทั้งมุมกล้องที่จะทำการถ่ายภาพด้วย  ช่างภาพจึงควรจะมีการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร  ถึงจะได้ภาพออกมาสวยงาม  ทั้งมุมภาพ  และเรื่องราวที่สมบูรณ์  สำหรับภาพข่าวอาชญากรรมต่าง ๆ ที่ไม่ควรถ่ายก็คือ  ภาพสตรีหรือเด็กที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา  เพราะจะทำให้ผู้เสียหายเกิดความอับอาย  ถ้ามีความจำเป็นต้องถ่ายภาพ  ก็ควรจะถ่ายจากด้านหลังของผู้เสียหาย  หรือกรณีบางสถานที่ เช่น แหล่งบันเทิง  ห้ามทำการถ่ายภาพการมั่วสุมของวัยรุ่น  แต่เราต้องการนำภาพมาเสนอ  เราก็ควรใช้การถ่ายแบบแอบถ่ายหรือซ่อนกล้องไว้ตามร่างกาย  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์การถ่ายภาพด้วยว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด

 

ข่าวกีฬา  ภาพข่าวกีฬาเป็นการบันทึกภาพตามเกมส์การแข่งขัน  เพื่อผู้ผลแพ้ชนะ  ช่างภาพข่าวกีฬาจะต้องมีความเข้าใจในเกมส์ของการแข่งขันกีฬาชนิดนั้น ๆ ด้วยว่าแต่ละประเภทของกีฬานั้นมีเกมส์การเล่นอย่างไร  จะนับคะแนนกันเมื่อไหร่  ซึ่งบางกีฬาผู้แข่งขันจะอยู่คนละเขตแดนแยกซ้าย-ขวา  ไม่มีการประชิดตัวกัน  เช่น  วอลเลย์บอล  เทนนิส  ปิงปอง  แบดมินตัน  ตระกร้อ  หรือบางกีฬาการแข่งขันจะสิ้นสุดอยู่ที่เส้นชัย  เช่น  การแข่งขันการวิ่ง  การแข่งรถ  การว่ายน้ำ  การวางกล้องในการถ่ายภาพก็จะไม่เหมือนกัน  อย่างการแข่งขันกีฬาที่มีการประชิดตัวกัน  การวางกล้องจะต้องวางที่ข้างขอบสนามตรงเส้นแบ่งกึ่งกลาง  โดยแบ่งเส้นซ้าย-ขวา  เพื่อที่จะได้ถ่ายภาพการแข่งขันในการแย่งชิงวัตถุที่กำหนดขึ้นเพื่อที่จะนำไปทำคะแนนกันในฝ่ายตรงกันข้าม  และจะได้เห็นการเล่นของทั้ง  2  ฝ่าย  ทั้งรุกและรับกัน  ในการถ่ายภาพกีฬาประเภทนี้  ควรตั้งกล้องอยู่กับที่จนจบการแข่งขัน  ไม่ควรเปลี่ยนย้ายมุมกล้องไปมา  หรือย้ายไปฝั่งตรงข้ามจากจุดที่กล้องตั้งอยู่เดิม  เพราะจะทำให้เกิดภาพกระโดดเปลี่ยนมุมรุกและรับของเกมส์การแข่งขันทันที  ผู้ชมจะเกิดความสับสน  และภาพที่สำคัญของกีฬาประเภทนี้ก็คือการทำคะแนนกัน  ฉะนั้นช่างภาพจึงไม่ควรพลาดโอกาสในการบันทึกภาพตอนนี้  กีฬาจะสนุกหรือไม่ขึ้นอยู่กับกองเชียร์  ภาพคนที่เข้ามาเชียร์กีฬาจึงเป็นสีสันให้กับข่าวกีฬาได้เป็นอย่างดี  ส่วนการแข่งขันกีฬาที่อยู่คนละเขตแดนแยกซ้าย-ขวา  ไม่มีการประชิดตัวนั้น  จะใช้เพียงตัววัตถุที่กำหนดขึ้นตีโต้ตอบกันไปมา  แทนการเข้าประชิดตัวกันเพื่อให้ได้คะแนน  การวางกล้องเพื่อถ่ายภาพนั้นจะไม่วางกล้องที่ข้างขอบสนามตรงเส้นแบ่งกึ่งกลาง  เพราะการโต้ตอบไปมาของวัตถุทั้งซ้ายและขวานั้นจะเร็วมาก  ช่างภาพจะถ่ายภาพโดย Pan ซ้ายและขวาไปมาอย่างรวดเร็ว  ภาพที่ออกมาจะทำให้ไม่น่าดู  เวียนหัว  แต่จะวางกล้องหลังผู้แข่งขันของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  ซึ่งภาพที่ออกมาจะเห็นผู้แข่งขันทั้ง  2  ฝ่าย  เล่นโต้ตอบกันไปมา  ส่วนการแข่งขันกีฬาประเภทที่ชัยชนะอยู่ที่เส้นชัย  ช่างภาพจะต้องวางมุมกล้องที่เส้นชัยนั้น  เพราะจะได้ภาพตอนที่ผู้ชนะเข้าเส้นชัย  ภาพที่ออกมาจะได้มีความสมบูรณ์อยู่ในตัว

 

ข่าวสกู๊ปรายงานพิเศษ  เป็นการถ่ายภาพตามความนึกคิดหรือการกำหนดเรื่องราวที่จะสื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจในเนื้อข่าวนั้น ๆ ช่างภาพจะต้องมีแนวคิดที่จะถ่ายภาพให้ออกมาเป็นภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด  ทั้งนี้ต้องอาศัยการจัดองค์ประกอบของภาพ  ทั้งเรื่องของมุมกว้าง  ความคิดสร้างสรรค์  จินตนาการ  และศิลปะ  เพื่อให้ได้ภาพออกมาสวยงาม  เหมาะสมกับเนื้อข่าวแต่ละชิ้น  การถ่ายข่าวสกู๊ปรายงานพิเศษนี้  ค่อนข้างจะเป็นงานที่ละเอียด  ช่างภาพสามารถเลือกมุมถ่ายภาพเองได้  จัดท่าทาง  ถ่ายภาพซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อที่จะได้เลือกภาพที่ดีที่สุด  ไม่เหมือนกับการถ่ายภาพข่าวเหตุการณ์ที่จะต้องใช้ความรวดเร็ว  ความชำนาญ  และประสบการณ์  ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการถ่ายภาพข่าวนั้นไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน  เราจะถ่ายภาพกันตามความเหมาะสม  ซึ่งบางคนจะบอกว่าการถ่ายภาพลักษณะนี้ดี  แต่อีกคนอาจจะบอกว่าไม่ดีก็ได้  แล้วแต่ทัศนคติหรือการมองของแต่ละคน  ลักษณะการถ่ายภาพข่าวสกู๊ปรายงานพิเศษนี้  โดยภาพรวมแล้วภาพที่ปรากฏบนจอจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมเพื่อให้เกิดความประทับใจน่าติดตาม  เหมือนตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วย เช่น  การถ่ายภาพควรให้มีมิติในภาพนั้น  คือมีฉากหน้าของภาพ  (Foreground)  จุดแห่งความสนใจของภาพ (Point of Interest)  และฉากหลังของภาพ  (Background)  หรือถ่ายภาพให้มีมิติโดยเลือกมุม  45  องศา  ในการถ่ายภาพสถานที่  วัตถุ  เพื่อไม่ให้ภาพนั้นดูแบบเรียบจนเกินไป  แต่มองดูแล้วมีความลึกอยู่ในตัว  ควรมีการเคลื่อนไหวของกล้อง  (Movement)  บ้าง  เพื่อไม่ให้ภาพนิ่งอยู่กับที่นานเกินไป  จนทำให้ภาพไม่ได้ความรู้สึกทางอารมณ์  เช่น  การ  Pan  การ  Till  การ  Zoom  การ  Dolly  และการ  Truck  ลักษณะการใช้งานในแต่ละประเภทควรใช้อย่างเหมาะสม  ระมัดระวัง  การเปลี่ยนจุดสนใจของภาพจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยใช้การปรับโฟกัส  (Focus)  เข้าช่วย  ซึ่งมีวัตถุ  2  อย่างอยู่ในภาพเดียวกัน  แต่มีระยะอยู่ใกล้และไกล  เราปรับความชัดมาที่จุดแรกคือใกล้  และเปลี่ยนความชัดไปที่จุดสองคือไกล  จะทำให้ภาพนั้นดูน่าสนใจยิ่งขึ้น  การใช้กรอบหรือขอบของวัตถุต่าง ๆ เช่น  กรอบประตู  หน้าต่าง  ปากถ้ำ  มาช่วยเน้นจุดสนใจในภาพให้ดูเด่นยิ่งขึ้น  ฉะนั้นช่างภาพจึงมีควรมีทักษะในการที่จะนำเทคนิคในการถ่ายภาพข่าวโทรทัศน์มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

 
เรียบเรียงโดย  ตระกูล  ภูพวงเพชร  (อบรมผู้สื่อข่าวพิเศษ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 พ.ศ. 2547)
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

RSS Feed by Kalasinnews.com

Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.com Social Media Links to Kalasinnews.comSocial Media Links to Kalasinnews.com