• อาทิตย์. มิ.ย. 16th, 2024

กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยธ. แถลงข่าวปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ – 252 “No place for drug” (NPD.P4)

วันนี้ (3 ก.พ. 2567) เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4, พล.ต.พรชัย มาหลิน รองแม่ทัพภาคที่ 2, นายภิญโญ โฆสิต ผอ.ปปส.ภ.4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ – 252 “No place for drug” (NPD.P4) ณ ลานอเนกประสงค์ หน้าตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 12 จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดกาฬสินธุ์ และสื่อมวลชน ร่วมพิธีแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า โดยโครงการยุทธการเด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นมา เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ได้มีการบูรณาการการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ในเรื่องการแก้ไขปัญหาผู้มีอาการทางจิตเวช Quick Win ปฏิบัติการพื้นที่พิเศษเร่งด่วน ตามมาตรา 5(10) ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำหนดยุทธการ “เด็ดปีกผู้ค้ารายย่อย” โดยเน้นการปิดล้อมตรวจค้นในชุมชนที่เป็นพื้นที่แพร่ระบาดของยาเสพติดตามข้อร้องเรียนของประชาชน สายด่วน 1386, ข้อมูลจากผู้เสพตามระบบซักถามของ ตร. โดยสำนักงาน ปปส.ภาค 4 ลงพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายในการกำหนดเป้าหมาย เข้าปิดล้อมตรวจค้น โดยมุ่งเน้น ทั้งการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในชุมชนที่มีปัญหาการค้า การแพร่ระบาดของยาเสพติด การค้นหาผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษา ตลอดจนการขยายผลจับกุมไปยังผู้ค้า ผู้บงการและนายทุน อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งนี้มุ่งหวังให้เป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านชุมชน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา มีผลการจับกุมจำนวน 1,104 ราย ยาบ้า จำนวน 1,418,412 เม็ด และยึดทรัพย์สินของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่อง รวมมูลค่า 171,605,208 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยธ. ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ภาคอีสานเป็นภาคที่มีแนวชายแดนยาว เราจึงได้ปรับรูปแบบในการต่อต้านยาเสพติด โดยได้ขอกำลังจากท่านแม่ทัพภาค 2 เป็นชุดปฏิบัติการสกัดกั้นเป็นเอกภาพในแนวชายแดน ในส่วนภาคอีสานมีลักษณะข้อสังเกตอย่างหนึ่ง พบยาที่นำเข้ามาจากเขตภาคอีสาน เราได้ตรวจพิสูจน์แล้วว่ายาที่ใช้อยู่ในภาคอีสานเป็นอันตรายมาก พบว่ายาที่นำเข้าจากภาคเหนือไปใช้ในภาคกลาง ส่วนยาที่นำเข้าภาคอีสานถ้าจากโปรไฟล์จะอยู่ในภาคอีสาน แล้วก็ไปภาคใต้ ดังนั้น พื้นที่ภาคอีสานจึงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เราจะต้องแก้ปัญหายาเสพติด การปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางทหาร โดยเฉพาะตำรวจภูธรภาค 4 แม่ทัพภาค 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุข และท้องถิ่นด้วย ต้องร่วมกันปิดช่องโหว่ ซึ่งเราจะมีการประเมินผลอยู่ตลอด พบว่ามีผลการจับกุมช่วงเดือนที่ผ่านมามากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า แต่การจับกุมรายใหญ่ชาวบ้านยังคิดว่ายาเสพติดก็ยังระบาดอยู่ เพราะว่าผู้ค้ารายย่อย ถ้าเป็นร่างกายก็เหมือนเป็นเส้นเลือดมันจะไหลไปทั้งตัว ถ้าเป็นระบบการบริหารงานก็เหมือนกระทรวงคมนาคม วันนี้จึงเป็นรูปแบบที่ต้องขอชื่นชมความทุ่มเท เสียสละ มุ่งมั่น ของผู้ทำงานสืบสวนสอบสวน วันนี้จึงเป็นหนึ่งในรูปแบบว่าเราต้องยกระดับพื้นที่ทุกมิติในภาคอีสาน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยหลังจากพิธีแถลงข่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. รมว.ยธ. พร้อมคณะ จะเข้าร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และมอบนโยบายแก่หน่วยงานบูรณาการและสร้างการรับรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแกนนำอาสาสมัครกลุ่มต่างๆ ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากนั้นเวลา 14.30 น. รมว.ยธ. พร้อมคณะ จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังสรุปผลการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ณ หอประชุมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

– 252 คือจำนวนของสถานีตำรวจในสังกัดภูธรภาค 4

ตระกูล ภูพวงเพชร /รายงาน
www.kalasinnews.com