• จันทร์. ก.ค. 22nd, 2024

กาฬสินธุ์ ชาวบ้านร้องสื่อฯ ถนนเป็นหลุมอุกกาบาตเดือดร้อนนานหลาย 10 ปี

ชาวบ้านร้องสื่อมวลชน ถนนสายหลักเส้นทางจากบ้านหนองแซง ไปบ้านหนองกุงกลาง ต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ สิ้นสุดที่ โรงพยาบาล อ.สามชัย พังเป็นหลุมเป็นบ่ออุกกาบาตตลอดเส้นทางกว่า 6 กม. ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ขาดการเหลียวแล ขณะที่หน่วยงานประจำท้องถิ่นรู้อยู่เต็มอกชาวบ้านเดือดร้อนหนัก แต่ไม่มีศักยภาพหางบประมาณมาพัฒนา วอนสื่อมวลชนช่วยสะท้อนความเดือดร้อนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองช่วยผลักดันงบประมาณมาพัฒนาเพื่อคลายความทุกข์ยากลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านหนองแซง หมู่ 5 ต.สำราญ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้เส้นทางระหว่างบ้านหนองแซง ไปบ้านหนองกุงกลาง ไปสิ้นสุดที่ โรงพยาบาลสามชัย อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ถนนพังเป็นหลุมเป็นบ่ออุกกาบาตตลอดเส้นทางกว่า 6 กม. เตรียมนำต้นกล้วยมาปลูกกลางถนนเพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมานานหลาย 10 ปี

โดยตลอดเส้นทาง มีลักษณะเป็นหลุม เป็นบ่ออุกกาบาต ขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ชำรุดเสียหายมีความยาวประมาณ 5 กม. มีเพียง 1 กม. เท่านั้นที่เป็นถนนคอนกรีต พอใช้งานได้สะดวก ซึ่งชาวบ้านผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว มีความเดือดร้อนหนักหลายหมู่บ้าน ได้แก่ ชาวบ้านหนองแซงหมู่ 5 หมู่ 9 บ้านท่างาม หมู่ที่ 6 บ้านดานเม็ก หมู่ 12 บ้าน หนองกุงกลาง หมู่ที่ 8 พร้อมทั้งพนักงาน จากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลอิสาน จำกัด ก็ยังต้องใช้เส้นทางดังกล่าวอีกด้วย จึงเป็นถนนสายหลักของคนจำนวนไม่น้อยกว่า 2,000 คน 750 ครัวเรือน ที่ต้องใช้เส้นทางนี้อยู่ทุก ๆ วัน

นายกอบโชคชีพ โพธิ์สอนชัย รองประธานสภา อบต.สำราญ อ.สามชัย เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่อง ถนนสายหลัก จากหมู่บ้านดังกล่าวไปถึง โรงพยาบาลสามชัย ที่ว่าอำเภอสามชัย ต.หนองช้าง อ.สามชัย ระยะทาง 6 กม. ไร้การเหลียวแล จากหน่วยงานของรัฐ ชาวบ้านเดือดร้อนมานานนับ เกือบ 50 ปี ทั้งที่เป็นถนนสายหลัก จนชาวบ้านต้องขนาดนามถนนสายนี้ชื่อ ##ถนนหาเสียง## ผู้สมัคร ส.ส.ที่มาหาเสียงก็บอกจะมาพัฒนา แต่เมื่อได้เป็น ส.ส.แล้ว ก็หายเข้ากรีบเมฆทุกราย

นอกจากนี้ ผู้บริหารในท้องถิ่นรับทราบปัญหาของชาวบ้านมาโดยตลอด และพยายามจัดสรรหางบประมาณมาพัฒนา แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีศักยภาพพอที่จะนำงบประมาณมาพัฒนาเส้นทางดังกล่าวให้ดีขึ้น จึงได้ร้องทุกข์มายังสื่อมวลชน เพื่อขอให้ทางรัฐบาล หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือโดยด่วน เพราะเคย ร้องทุกข์หน่วยงานราชการผ่านมาหลายครั้งแล้ว และก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังต้องอดทนต่อความยากลำบากในเส้นทางนี้ไปอีก เพราะหากจะใช้เส้นทางอื่นอ้อมไป จะเพิ่มระยะทางในการเดินทางจากเดิม 6 กม. เป็นระยะกว่า 24 กม. จึงได้รับความเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะคนเจ็บป่วยที่ต้องเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสามชัย ยิ่งมีความเดือดร้อนหนักอย่างแสนสาหัสเลยทีเดียว