• เสาร์. พ.ค. 18th, 2024

กาฬสินธุ์ ลูกศิษย์วัดทำดี เก็บขยะในหมู่บ้าน ได้ไปดูหนังดังตามฝัน

หนังเรื่อง “สัปเหร่อ” หนังเรื่องใหม่ของจักรวาลไทบ้าน จากฝีมือการกำกับของ ต้องเต ธิติ ศรีนวล เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว ยังแรงไม่มีแผ่ว ตอนนี้รายได้รวมทั่วประเทศพุ่งทะยานกว่า 300 ล้านบาทแล้ว (ข้อมูลวันที่ 18 ตุลาคม 2566)

ล่าสุด ต้องเต ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊กของตนเองบอกว่า “ขอบคุณหลาย ๆ เด้อครับ ผมขอบคุณอีหลี หนังมันเดินทางมาไกลเกินฝันหมู่เฮาแฮง มันเกิดขึ้นได้เพราะมีแฟนคลับทุกคนที่ค่อยสนับสนุน ค่อยมาเป็นกำลังใจให้หมู่เฮา ขอบคุณทุกท่านจากใจจริงครับ #สัปเหร่อ”

ทางด้าน บ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย ได้ออกมาเผยว่า รายได้รวมทั่วประเทศ กวาดไป 225 ล้านบาท แค่เฉพาะวันที่ 11-14 ต.ค. ทำรายได้ไปถึง 114 ล้านบาท มากกว่าสัปดาห์แรกที่ทำไว้ 65.8 ล้านบาท แสดงให้เห็นเลยว่ากระแสบอกต่อของหนังเรื่องนี้ล้นหลามจริง ๆ ใครยังไม่ได้ดู ห้ามพลาด สัปเหร่อ ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ (ข้อมูลรายได้จากโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ทุกสาขาทั่วประเทศ และรายได้ประมาณการจากโรงภาพยนตร์อื่นๆ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ)

ล่าสุดวันนี้ (20 ต.ค. 2566) เด็กและเยาวชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ ในชื่อกลุ่มข้าวก้นบาตรและนักแสดงหนังสั้น “น้องเป็นกะเทย” โดยการนำของผู้กำกับเฟรม ได้พาน้อง ๆ ที่อยู่ในช่วงปิดเทอม ออกทำความดีรอบหมู่บ้าน โดยได้โพสรูปภาพพร้อมข้อความแบบสาธารณะผ่านเฟสบุ๊ก Peerapong Kenthoraphak ว่า “เดือนหนึ่ง ครั้งหนึ่ง อยากไปเบิ่งสัปเหร่อ กะเลยหาแนวให้เฮ็ดก่อนไป ทีมผู้ชายเบาหวานหนึ่ง หอบหนึ่ง ทีมสาวๆ จ่มตั้งแต่ทางออกวัด 55+ #ขยะชุมชน #ข้าวก้นบาตรวัดป่าไม้แดง” โดยเป็นภาพน้อง ๆ เดินเก็บขยะที่ถูกทิ้งขว้างไว้ตามข้างถนนหนทาง นำมาใส่ในถุงดำเก็บขยะไปเรื่อย ๆ มีน้องหมาเดินให้กำลังใจไปด้วย หลังจากเก็บขยะเสร็จแล้วก็ยังนำขยะมาแยก เอาขยะที่เป็นขวดพลาสติก ที่เป็นกระป๋อง มาแยกเก็บไว้ขาย ส่วนขวดน้ำที่มีญาติโยมนำมาถวายในวัดที่ดื่มหมดขวดแล้ว ก็นำมารีไซเคิลล้างให้สะอาดแล้วกรอกน้ำใส่ขวดไว้ให้คนที่มาทำบุญทำทานที่วัดได้ใช้ไว้กรวดน้ำรับพรอีกด้วย

ถือเป็นภาพกิจกรรมดี ๆ ที่น้อง ๆ กลุ่มนี้ทำความดี จนหัวหน้าแก๊งคือผู้กำกับเฟรมต้องพาน้อง ๆ กลุ่มนี้ไปดูหนังเรื่องสัปเหร่อ ที่ทราบว่าน้อง ๆ อยากไปดูมาก แต่ไม่มีเงินซื้อตั๋วและไม่มีผู้ปกครองพาไป สร้างความฝันให้น้อง ๆ ได้สำเร็จ นับได้ว่าเป็นการทำดีชาตินี้ ได้ดีชาตินี้ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า

ตระกูล ภูพวงเพชร /รายงาน
www.kalasinnews.com